ขอหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการตลาดที่ไปเจอมาเล่าให้ฟังกันนะครับ สำหรับช่วงที่ผ่านมาได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับระดับหัวหน้าการตลาดออนไลน์หลายๆที่ โดนมีอยู่หนึ่งที่ที่ได้ไปเจอแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องให้ผมต้องจดจำว่าการตลาดควรจะเป็นอย่างไรในยุคที่ทุกอย่างก็ออนไลน์หมดอย่างทุกวันนี้..

การตลาดออนไลน์แบบมโน

ประเด็นที่คุยผมจำได้คราวๆแต่คิดว่าน่าสนใจ นั้นคือการทำงานในตำแหน่ง Online marketing หรือ Digital Marketing นั้นแน่นอนว่าต้องอาศัยการเข้าใจถึงหลักการตลาดนั้นๆเสียก่อน เป็นเด็นอยู่ตรงที่ว่าคนที่เป็นการตลาดแนวเก่าๆก็จะยึดหลักการตลาดที่อ้างอิงตำราแบบที่หลายๆคนเคยผ่านตามาอย่างพวก 4P หรือ 4C ไม่ก็ใช้เครื่องมือ SWOT อะไรประมาณนี้ และคนที่ผมได้มีโอกาสผู้คุยด้วยยังนิยามวามการตลาดเป็นศาสตร์ที่ออกแนวๆเพ้อฝัน!

ผมฟังแล้วรู้สึกตกใจว่าต้องออกแนวเพ้อฝันกันเลย แบบนี้มันจะออกทะเลไปไกลกันไหมละที่นี่ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมทำการตลาดออนไลน์มาสิ่งที่ผมยึดถือก็เป็นพวกสถิติล้วนๆเลยก็ว่าได้นะ เพราะมันต้องมีที่มาที่ไป มีสถิติหรือค่าตัวเลขคอยบอกว่า ณ เวลานั้น สิ่งที่อยู่ได้ผลอย่างไร สามารถใช้อ้างอิงได้ แต่ประเด็นต่อจากที่ผมคิดว่าน่าประหลาดใจเรื่องเพ้อฝันก็ยังมีเรื่องดีๆที่เอามาใช้ได้ครับ และเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากๆด้วยนั้นคือ…

การตลาดออนไลน์แบบสถิติ

แน่นอนผมได้แนวคิดดีๆจากการพูดคุยในครั้งนั้น เรื่องที่นำมาปรับใช้กับตัวผมเองก็คือแนวคิดต่อการทำการตลาดสำหรับความเข้าใจต่อกลุ่มลูกค้า โดยเป็นมุมมองของการมอง ถ้าหากเราเข้าใจกลุ่มลูกค้าก็ย่อมเป็นการทำให้เราได้รู้ถึงความต้องการที่แท้จริง และตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเวลามองและอ่านการตลาดตรงนี้ควรที่จะมองในมุมมองของลูกค้า ให้ทำตัวเองเห็นลูกค้าแล้วเราจะเข้าใจลูกค้ามากขึ้นอีกด้วย และถ้าผมนำมาปรับใช้การข้อมูลทางสถิติที่ผมชำนาญด้วยแล้วก็จะทำให้เกิดความสอดคล้องแบบยั่งยืนอีกด้วยนั้นเอง

เอาละอาจจะหยิบมาเล่าได้ไม่หมดครับแต่ขอสรุปแบบก่อนจบบทความนี้ไปว่าเราควรที่จะใช้ทั้งสองแนวทางมาใช้เพื่อให้ได้ความสอดคล้องและเสมอภาคกัน และได้ผลลัพธ์ที่ได้ที่สุดครับ..

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้