สวัสดีเพื่อนๆชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งกับสาระความรู้ดีๆด้านการศึกษา สำหรับบทความนี้เราขอจัดให้คนที่มีฝันอยากจะชิงทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพราะวันนี้เราจะมาเเนะนำวิธีคว้าทุนแบบ 100% MATCH ด้วยเคล็ดลับ “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ซึ่งจะต้องทำอย่างไร เราลองมาศึกษาวิธีการกันเลย 

study-abroad

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง สำนวนนี้ ถึงแม้จะได้ยินมานาน แต่ก็ต้องยอมรับว่าใช้ได้กับทุกสถานการณ์จริงๆ โดยเฉพาะสำหรับน้องๆ ที่กำลังหาทุนการศึกษาอย่างเอาเป็นเอาตาย อย่าลืมว่าเราต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการอะไร แล้วค่อยดูว่าเรายังขาดทักษะหรือประสบการณ์อะไรสำหรับทุนที่เราอยากได้บ้าง

  • ลองดูมหาวิทยาลัยนอกกระแส

แน่นอนว่าทุนการศึกษาสำหรับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังนั้นได้รับยากเสียยิ่งกว่ายาก ทั้งข้อกำหนดที่มีระดับสูงกว่าและการแข่งขันกับคนจำนวนมากก็ทำให้โอกาสที่เราจะได้ทุนเหลือน้อยลง Hotcourse ขอแนะนำให้น้องๆ ลองมองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงน้อยกว่า หรือมีชื่อเสียงเฉพาะด้านดูบ้าง เพราะมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มักจะมอบทุนการศึกษาให้กับคณะหรือสาขาวิชาที่เฉพาะเจาะจง สำหรับคนที่สนใจเฉพาะสาขาวิชานั้นจริงๆ

วิธีง่ายๆ ในการหาทุน ลอง search หาสาขาวิชาที่สนใจ หรือ ดู อันดับมหาวิทยาลัยเฉพาะด้าน จะเข้าไปดูในเว็บไซต์ของแต่ละสถาบันและขอข้อมูลโดยตรงก็ได้

  • เลือกสมัครทุนที่เหมาะกับตัวเอง

โชคดีที่ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะหลายๆ มหาวิทยาลัยมีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มาจากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับนักเรียนจากทั่วโลก สิ่งสำคัญนอกจากนี้คือเราต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น สาขาวิชาที่เราสนใจ อายุ เพศ หรือประสบการณ์ด้านการศึกษาและการทำงานก็เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะสำหรับทุนการศึกษาจากรัฐบาลอย่าง  U.S. Fulbright , Chevening British หรือ Australian AusAID ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานทั้งสิ้น

  • ใส่ใจเรื่องเอกสารซักหน่อย

คนที่สมัครขอรับทุนการศึกษาส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่เรียนเก่งและได้เกรดเฉลี่ยสูง ดังนั้นถ้า transcript ของเราเกรดเฉลี่ยไม่ได้ดีมาก อาจจะต้องอธิบายเยอะหน่อยว่าเรามีความเชี่ยวชาญในด้านอื่นๆ เช่นการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ประสบการณ์ทำงาน หรือการมีส่วนร่วมในการประกวดแข่งขันต่างๆ ซึ่งจะทำให้เราแตกต่างจากผู้สมัครคนอื่นๆ การเตรียมเอกสารเป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญมาก

  • อ่านข้อกำหนดก่อนเสียเวลา

การมีความมั่นใจเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเรามีความหวังจะได้ทุนนี้แค่ไหน (เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการสมัคร) โดยเฉพาะทุนที่ให้โอกาสแก่นักศึกษาทั่วโลก โอกาสที่เราจะได้อาจจะน้อยลง ดังนั้นก่อนที่เราจะสมัครทุน ลองตรวจสอบดูว่าทุนนี้เหมาะสมกับเราแค่ไหน

  • เรามาจากประเทศที่ทางสถาบันกำหนดหรือเปล่า
  • คุณสมบัติของเราตรงกับความต้องการของทุนนั้นหรือไม่ (เกรดเฉลี่ย สาขาวิชา ประสบการณ์ทำงาน)
  • ระดับการศึกษาของเราเพียงพอกับทุนนั้นๆ​ (เช่น ถ้าจะสมัครทุนของปริญญาโท เราต้องจบปริญญาตรีก่อน)
  • ในบางกรณีสถาบันการศึกษาของเราต้องรับรองว่าเราสามารถศึกษาต่อในสาขาวิชาที่เราขอทุนได้
  • คะแนนการทดสอบทางภาษาของเราผ่านตามที่กำหนด (TOEFL หรือ IELTS)
  • เราต้องกลับประเทศเพื่อทำงานใช้ทุน (สำหรับ Development Scholarship)
  • เราต้องสามารถแสดงออกว่าเรามีความเป็นผู้นำ และมีประสบการณ์ในการเป็นผู้นำมาก่อน (สำหรับ Leadership Scholarship)
  • เราต้องเป็นผู้ชนะการประกวด (สำหรับทุนที่มอบให้กับผู้ชนะเลิศในการประกวดต่างๆ)
  • เราต้องมีอายุไม่เกิน …. ปี (แล้วแต่สถาบันกำหนด)

ส่วนใหญ่ CV ของทุกๆ คน จะถูกแบ่งเป็นเนื้อหาตามที่กล่าวมา แต่เราสามารถสร้างความแตกต่างให้กับ CV ของเราได้ด้วยการแสดงออกถึงความสามารถและความเป็นตัวเราให้มากที่สุด ลองคิดว่าอะไรเป็นจุดแข็งที่เราควรจะแสดงให้ทางกรรมการเห็น แต่อย่าโกหกเป็นอันขาดเพราะถ้ามีการสัมภาษณ์ทางกรรมการอาจจะจับผิดได้

566

การขอทุนไม่ใช่ เรื่องง่าย แต่ก้อไม่ใช่เรื่องยาก การเตรียมตัวให้ดีก้อสำคัญ  เราแนะนำให้ควรอ่านคู่มือ โบรชัวร์ มหาวิทยาลัยที่คุณต้องการติดต่อ ก่อนเริ่มสมัคร ทั้งนี้เพื่อเราได้ทราบถึงวิสัยทัศน์ และสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องการ

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้