สวัสดีเพื่อนๆชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดีๆ สำหรับบทความนี้เราจะขอพาเพื่อนๆมาติดตามความเคลื่อนไหวในในเเวดวงพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการมาของยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็เรียกได้ว่าเริ่มทยอยหลั่งไหลเข้ามากันเเบบไม่ขาดสายเเล้ว ซึ่งการมาของยานยนต์ไฟฟ้าจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของประเทศไทยอย่างไร วันนี้เรามีการวิเคราะห์ดีๆมาฝากให้เพื่อนๆได้ลองอ่านกัน 

อนาคตรายได้ของรัฐบาลไทยจะลดลง เพราะกระแสโลกและกระแสในประเทศ คนจะหันไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น ทุกวันนี้รัฐบาลไทยเก็บทั้งภาษีนำเข้า สรรพสามิต เทศบาล และมูลค่าเพิ่ม จากน้ำมันได้ปีละหลายแสนล้านบาท ส่วนรายได้จากบริษัทน้ำมันที่ส่งเข้ารัฐรวมกันแล้วก็ถึงแสนล้านบาท ยานยนต์ไฟฟ้า จะทำให้รายได้จากส่วนนี้หายไป

ผู้เขียนเปิดฟ้าส่องโลกสมัย พ.ศ.2548 ได้รับเชิญไปพูดเรื่องพลังงานทดแทนที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีให้ข้าราชการไทยทุกประเทศที่ประจำในภาคพื้นยุโรป วันนั้นเป็นครั้งแรกที่มีการพูดถึง Fuel Cell หรือ ‘เซลล์เชื้อเพลิง’ ว่าประเทศไทยควรจะทุ่มค้นคว้าวิจัย เพื่อให้เราเป็นหนึ่งในผู้นำด้านพลังงาน Fuel Cell เพื่อที่ในอนาคตเราจะไม่ต้องซื้อเทคโนโลยีพลังงานต่างประเทศมาใช้

Bolt-EV

เปิดฟ้าส่องโลกฉบับปีใหม่ 1 มกราคม 2549 เขียนถึง Fuel Cell เต็มหน้าสอง พอถึง พ.ศ.2551 รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นเชิญผู้เขียนเปิดฟ้าส่องโลกไปศึกษา Fuel Cell และดูงานทั่วญี่ปุ่น จากวันนั้นถึงวันนี้ 11 ปีแล้ว หลายคนคิดว่าโลกในอนาคตจะเข้าสู่ยุคไฟฟ้าและทิ้ง Fuel Cell แต่ผมขอยืนยันครับว่า Fuel Cell จะต้องมาแน่ และจะเป็นพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับมนุษยชาติ

ยุคยานยนต์ใช้น้ำมันกำลังจะจบ ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังมาแรง แต่ยุคไฟฟ้าจะมาไม่นานครับ เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เราสามารถนำไฮโดรเจนมาใช้ได้ในราคาถูกลง ยุคยานยนต์ Fuel cell จะเกิดหลังยานยนต์ไฟฟ้านิดหน่อยและจะพัฒนาคู่กันไประยะหนึ่ง จากนั้นโลกก็จะทิ้งยานยนต์ไฟฟ้า และหันมาสู่ยุคยานยนต์ Fuel Cell อย่างสมบูรณ์

ยานยนต์ไฟฟ้าจะทำให้ไทยมีปัญหามากกว่าประเทศอื่น เพราะเราเป็นประเทศอันดับต้นของโลกด้านการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ไทยส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไปขายต่างประเทศปีละ 6-7 แสนล้านบาท โรงงานเหล่านี้มีทั้งที่คนญี่ปุ่นเป็นหุ้นส่วนและคนไทยเป็นเจ้าของทั้งหมด

รถยนต์ใช้น้ำมันใช้อะไหล่ประมาณ 2 พันชิ้นต่อคัน ถ้าโลกยังมีรถใช้น้ำมัน โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ไทยก็ยังอยู่ได้ ทว่ายานยนต์ไฟฟ้าแต่ละคันใช้อะไหล่ประมาณ 20 ชิ้น รถยนต์จึงไม่จำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนมากเหมือนเดิมแล้วครับ โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจจะต้องลดหรือหยุดการผลิต แรงงานในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีอยู่เกือบ 6 แสนคน อาจจะต้องตกงาน ประเทศไทยกระทบ แต่ประเทศอื่นจะไม่กระทบเพราะประเทศเหล่านั้นไม่ได้เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ จึงไม่ต้องลอยแพคนงาน

นอกจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แล้ว บ้านเรายังมีอู่ซ่อมรถอีกเป็นพันเป็นหมื่นแห่งทั่วประเทศ ช่างซ่อมเครื่องยนต์อาจจะตกงานกันอีกหลายหมื่นคน

พ.ศ.2561 คนไทยทั่วประเทศใช้เอทานอลเติมยานยนต์เฉลี่ยวันละ 4.2 ล้านลิตร เอทานอลมาจากอ้อยและมันสำปะหลัง เราใช้พื้นที่ในการปลูกอ้อยมากถึง 6 ล้านไร่ ผลผลิต 60 ล้านตันต่อปี มีชาวไร่อ้อยทั้งประเทศ 3.64 แสนครัวเรือน ทุกวันนี้ คนรับประทานน้ำตาลน้อยลงเพราะกลัวโรคอ้วนและเบาหวาน ราคาน้ำตาลในตลาดโลกต่ำ แต่อ้อยในบ้านเรายังพอมีราคา เพราะเรานำอ้อยมาผลิตเอทานอล เรื่องมันสำปะหลังก็เหมือนกัน ทุกวันนี้มีชาวไร่มัน 5.44 แสนครัวเรือน ส่วนปาล์มที่นำมาทำไบโอดีเซล มีชาวสวนปาล์มอยู่ 2.24 แสนครัวเรือน ผลิตปาล์มได้ 14 ล้านตันต่อปี

nissan_leaf_electric_vehicle_charging_rhd.jpg.ximg_.l_full_m.smart_

จากการติดตามข่าวสารของจีน ขณะนี้รัฐบาลจีนกำลังเปลี่ยนนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า โดยลดความช่วยเหลือคนจีนในเรื่องการซื้อรถไฟฟ้า โดยหันไปส่งเสริมผู้ประกอบการรถยนต์ไฮบริดแทน ขณะเดียวกัน ก็เร่งค้นคว้าวิจัย Fuel Cell รวมทั้งออกไปซื้อบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Fuel Cell ทั่วโลก

mercedez-benzs-new-electric-car-will-boast-a-range-of-200-miles-and-will-hit-the-roads-some-time-i

เเละนี่ก็คือเเนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบจากการมาของยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเห็นได้ว่าในยุคยานยนต์น้ำมัน ประเทศไทยของเราได้ประโยชน์มาก ยุคไฮบริด เรายังพอไปได้ แต่ถ้าเป็นยุคไฟฟ้าทั้งหมด หรือยุค Fuel Cell ทั้งหมด รัฐบาลคงต้องเหนื่อยหนักเพราะขาดรายได้ไปเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว 

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้