สวัสดีเพื่อนๆชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดีๆ สำหรับบทความท่องเที่ยวนี้เราจะขอพาเพื่อนมารู้จักเเลนด์มาร์คสำคัญของประเทศญี่ปุ่น ที่มีความโดดเด่นในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ด้านการออกเเบบสถาปัตยกรรม ที่ใครได้ไปเยือนเเล้วก็อยากจะถ่ายรูปไว้อวดเพื่อนๆ ซึ่งเราก็ไม่เเปลกใจหรอกครับที่ญี่ปุ่นจะมีเเลนด์มาร์คสวยเด่นเเบบนี้ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าคนญี่ปุ่นเค้าเป็นชนชาติที่มีความครีเอทีฟเเค่ไหน พวกเค้าสามารถสร้างผลงานออกเเบบที่สวยงามน่าอัศจรรย์ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมเเละความทันสมัยได้อย่างลงตัว ดังเช่น 6 เเลนด์มาร์คสำคัญที่เรากำลังจะพาเพื่อนๆไปชมกันต่อไปนี้ จะมีที่ไหนบ้างเราไปชมกันเลย 

#1. Tokyo Tower

3009_01

เริ่มกันที่ สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น อย่าง โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) เป็นหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ ไว้ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว มีความสูง 333 เมตร หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะมักเห็นกันบ่อยๆ ในหนังและละครญี่ปุ่น เริ่มต้นสร้างเมื่อปี ค.ศ.1950 หลังสงคราม เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงอำนาจและอิทธิพลทางเศรษฐกิจของโลก จากนั้นสร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1958 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมแบบโบราณของชาวญี่ปุ่น ที่เน้นถึงความแข็งแรงและเหนียวแน่น ตัวอาคารประกอบด้วยโครงสร้างเหล็กกล้า และมีความสูงกว่าหอไอเฟลถึง 13 เมตร ส่วนตัวหอคอยที่มีสีขาวแดงก็มาจากสีของธงชาติประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

56339a3bec60adb92a8b45c3-2-full-ideas

โตเกียวทาวเวอร์ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงโตเกียว นับว่าเป็น 1 ใน 21 อนุสาวรีย์หอคอยที่ยิ่งใหญ่ของโลกอีกด้วย บริเวณหอคอยแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ ส่วนล่างสุดเป็นอาคารสูง 4 ชั้นที่ตั้งอยู่ใต้หอ มีพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ฯลฯ อีก 2 ส่วนที่เหลือเป็นจุดชมทัศนียภาพของหอคอย แบ่งออกตามชั้น ดังนี้

ชั้น 1 พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
ชั้น 2 แหล่งรวมร้านค้าและร้านอาหารมากมาย
ชั้น 3 พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง
ชั้นที่ 4 Art Gallery และจัดแสดงภาพระบบ 3D
บนจุดชมวิวของโตเกียวทาวเวอร์ จะมีไฮไลท์อยู่ที่จุดส่องกล้อง 2 จุด คือ จุดหลัก สามารถส่องชมวิวได้ไกลกว่า 150 เมตร และจุดพิเศษ จะสามารถส่องได้ไกลกว่า 250 เมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวสามารถเห็นวิวที่ทัศน์ที่สวยงามอย่างภูเขาไฟฟูจิที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ภูเขา Hakone ภูเขา Tsukuba ได้อีกด้วย ส่วนใครที่เป็นสาวกการ์ตูนเรื่อง One Piece ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด! เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของสวนสนุกธีมการ์ตูนวันพีซให้คุณเต็มอิ่มได้อย่างจุใจ! ใครมา ทัวร์ญี่ปุ่น ที่กรุงโตเกียวแล้วไม่ได้มาโตเกียวทาวเวอร์เมือนมาไม่ถึงญี่ปุ่นนะ

เวลาเปิด-ปิด : 09.00 – 20.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 900 เยน / เด็กนักเรียน 500 เยน / เด็กเล็ก 400 เยน

#2. Tokyo Skytree

a0000165_main

โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) เป็น สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ที่ได้รับการบันทึกจากสถิติกินเนสบุ้ค (วันที่ 17 พฤษภาคม 2011) ว่าเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงที่ 634 เมตร โดยมีความเป็นมาคือ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกๆ ที่เปลี่ยนระบบสัญญาณโทรทัศน์จากแบบอนาล็อกมาเป็นระบบดิจิตอล รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ทำการริเริ่มการสร้างหอคอยแห่งใหม่ เพื่อให้เป็นจุดส่งสัญญาณที่ต้องสูงยิ่งกว่าตึกในโตเกียว และยังใช้เป็นจุดส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถืออีกด้วย โดยเริ่มสร้างในขึ้นปี ค.ศ. 2008 เสร็จในปี ค.ศ. 2011

6_0099_20_750x503

สำหรับจุดชมวิวของโตเกียวสกายทรีมี 2 ระดับ คือ Tembo Deck ระดับความสูงที่ 340 – 350 เมตร จุดเด่นอยู่ที่พื้นแก้วหนาที่ทนทานต่อความสูง นักท่องเที่ยวจึงสามารถมองลงไปด้านล่าง และเห็นถึงความอัศจรรย์ของโครงสร้างเหล็กที่สวยงามของโตเกียวสกายทรี และ Tembo Galleria ระดับความสูงที่ 445 – 450 เมตร ซึ่งเป็นระเบียงยาวต่อเนื่องประมาณ 110 เมตร สามารถมองวิวได้โดยรอบ แถมระหว่างเดินจะมีเสียงสภาพภูมิอากาศจำลองประกอบ โดยเสียงจะถูกปรับให้เข้ากับอากาศด้านนอกในแต่ละฤดู

จากชั้นล่างจะมีลิฟต์รับส่งที่เรียกว่า Tembo Shuttle ขึ้นลงที่ความเร็ว 600 เมตร ต่อนาที นับว่าเป็นลิฟต์ที่วิ่งเร็วที่สุดในญี่ปุ่น และสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากถึง 40 คนต่อเที่ยว ส่วนใครที่กังวลเรื่องแผ่นดินไหวหรือลมพายุกรรโชกแรงที่จะกระทบหอคอยนี้ บอกได้เลยว่าไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะโครงสร้างของโตเกียวสกายทรีนั้นเป็นโครงสร้างที่สามารถควบคุมแรงสั่นสะเทือนได้ เหมือนกับโครงสร้างรูปทรงเจดีย์โบราณของญี่ปุ่นเลยค่ะ ที่นี่จึงเป็นอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดถ้ามีโอกาสได้มา ทัวร์ญี่ปุ่น นะครับ

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 22.00 น.
ค่าเข้าชม : บัตรเข้าชมทั้ง 2 ระดับ อายุ 12 ปีขึ้นไป 4,000 เยน / เด็กอายุ 4-11 ปี 2,000 เยน / เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปีชมฟรี

#3. Kobe Port Tower

321--903703f83d9253b5bac9b59d8df7ce55

โกเบ พอร์ท ทาวเวอร์ (Kobe Port Tower)  เป็นหนึ่งใน สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น สุดเท่ที่เราอยากให้คุณไปชมสักครั้ง โดยเป็นหอคอยชมวิวที่เป็นแลนด์มาร์คของเมืองโกเบ เริ่มเปิดให้ชมในปี ค.ศ. 1963 สร้างขึ้นจากท่อ และมีรูปทรงคล้ายกลองญี่ปุ่นแบบยาว หอคอยนี้ได้รับการขนานนามว่า “ความสวยงามของหอคอยโลหะ” และยังเป็นสัญลักษณ์ของท่าเรือโกเบ ตัวหอคอยมีการประดับไฟยามค่ำคืนเป็นที่แรกของญี่ปุ่น ซึ่งจะสวยงามเป็นพิเศษในเวลากลางคืน เนื่องจากมีการส่องไฟ LED จนได้รับรางวัลจากแวดวงสถาปัตยกรรมและไฟประดับมากมาย

kobe-tower5-1

ข้างใน โกเบ พอร์ท ทาวเวอร์ มีจุดชมวิวอยู่บนชั้นที่ 1 – 5 นอกจากจุดชมวิวแล้ว ยังมีร้านขายของที่ระลึก โดยบนจุดชมวิวชั้นที่ 1 มีส่วนพื้นกระจกใส ทำให้มองเห็นวิวที่สวยงามจากความสูงประมาณ 75 เมตรเหนือระดับพื้นดิน บนจุดชมวิวชั้นที่ 3 มีร้านกาแฟหมุน ที่จะหมุนรอบทุกๆ 20 นาที คุณจึงสามารถผ่อนคลายไปกับวิว 360 องศาของเมืองโกเบพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด ส่วนบนจุดชมวิวชั้น 5 ทั้งชั้นจะเป็นดาดฟ้าชมวิว คุณสามารถเพลิดเพลินกับเมืองโกเบจากทุกมุม

เวลาเปิด-ปิด : 09.00 – 19.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 600 เยน / เด็ก 300 เยน

#4. Rainbow Bridge

11877564975_1aa2f68a7e_k-1

Rainbow Brigde หรือ สะพานสายรุ้ง เป็นเส้นทางหลักซึ่งมีทั้งทางสำหรับรถวิ่ง และทางเดินเท้า ที่เชื่อมต่อเมืองโตเกียวกับเกาะโอไดบะ เป็น สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ที่สวยงามล้ำสมัย โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่จะเปิดไฟสีรุ้งส่องสว่าง มีเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมเท่านั้น เราสามารถชมความสวยงามของสะพานได้จากโดยรอบ และสามารถขึ้นไปเดินชมวิวอันงดงามของเมืองโอไดบะจากบนสะพานได้อีกด้วย

tokyo-tower-and-rainbow-bridge-tokyo-japan

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 18.00 น. (เฉพาะทางเดินเท้า)
ค่าเข้าชม : ฟรี

#5. สถานีรถไฟ Kanazawa

th_kanazawa_public_art_20160419d

สถานีรถไฟ Kanazawa คือ สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟที่สวยที่สุดในโลก! ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1898 ถูกสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นได้ทำการบูรณะในปี ค.ศ. 1998 จนเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 2005 สถานีคานาซาว่าได้มีการพัฒนาความสวยงามในด้านสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นผสานกับวัฒนธรรมแบบโบราณ ภายในสถานีมีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย รวมถึงมีโรงแรมที่พักไว้คอยให้บริการอีกด้วย

02IMG_9882-copy

ตัวสถานีนั้นถูกครอบคลุมด้วยโดมกระจกขนาดใหญ่กว่า 3,019 ชิ้น มีโครงสร้างแข็งแรง ใช้สำหรับกันฝน กันหิมะ และให้แสงสว่างตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสอดแทรกเอกลักษณ์ของเมืองเอาไว้ตามจุดต่างๆ ซึ่งในตอนกลางคืนจะมีการจัดแสงไลท์อัพหรือแสงไฟบริเวณประตูรูปโดม นับได้ว่านี่เป็นสถานีที่มีความสวยงาม และประวัติศาสตร์มายาวนาน หากคุณมีโอกาสได้ไป ทัวร์ญี่ปุ่น อย่าลืมแวะไปดูสถานีคานาซาว่ากันนะ

ค่าเข้าชม : ฟรี

#6. Tokyo Dome

6-4-768x432

สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น สุดคูลแห่งสุดท้ายที่จะพาคุณไปเช็คอินคือ โตเกียวโดม ซึ่งเป็นสนามแข่งเบสบอลที่อยู่ใจกลางกรุงโตเกียว และยังใช้เป็นที่จัดแสดงคอนเสิร์ต งานเทศกาลและอีเว้นท์ต่างๆ ที่มีแต่ศิลปินดังๆ ทั้งของญี่ปุ่นเองไปจนถึงศิลปินท็อปๆ จากต่างประเทศ โตเกียวโดมสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ปี ค.ศ.1988 เป็นสนามเปิดโล่งสนามแรกของญี่ปุ่น โดยเป็นโดมขนาดใหญ่ภายในจุคนได้มากถึง 55,000 คน ตอนกลางคืนที่โตเกียวโดมจะจัดแสดงไฟให้ชมด้วย

6-1-1-768x432

ภายในบริเวณยังมีสวนสนุก Tokyo Dome City Attractions สวนสนุกที่อยู่ภายในโตเกียวโดมซิตี้นั้นมีเครื่องเล่นหลายอย่าง อาทิ รถไฟเหาะ ชิงช้าสวรรค์ และหอคอยดิ่งพสุธาที่มีความสูงถึง 80 เมตร นอกจากนั้นแล้วยังมีส่วนต่างๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กันอย่าง สปา LaQua ที่มีเป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของโตเกียว รวมทั้งยังมีโรงแรม Tokyo Dome Hotel และร้านค้า ร้านอาหารอีกมากมาย เรียกได้เลยว่ามาที่เดียวนี่ครบทุกความบันเทิง

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 21.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี (มีค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องเล่นในสวนสนุก)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Tokyo Dome

เป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากที่ได้ชมจบไป สุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะ เเค่ได้เห็นรูปก็หากมีโอกาสก็อยากจะไปเยือนเพื่อได้ชมความสวยงามให้เห็นกับตาของเราสักที ที่สำคัญคือได้ถ่ายรูปมาไว้อวดเพื่อนๆด้วย ซึ่งข้อมูลของเเลนด์มาร์คเเต่ละเเห่งในลิสต์รายการนี้เราก็ได้ให้ไว้เรียบร้อยเเล้วนะครับ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะไปเยือนญี่ปุ่นไม่มากก็น้อย 

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้