สวัสดีเพื่อนๆชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราว สาระความรู้ดีๆ ที่จะทำให้คุณก้าวทันโลกเสมอ สำหรับบทความด้านสุขภาพนี้ เราจะขอพาเพื่อนๆมารู้จักการ เช็กระดับ “ความดันโลหิต” ตามข้อมูลใหม่จากสมาคมโรคหัวใจสหรัฐฯ ที่มีความเเตกต่างไปจากเดิม เเต่ช่วยให้เรามีความเข้าใจกับความดันโลหิตของเรามาขึ้น ซึ่งย่อมทำให้เราสามารถดูเเลตัวเองเพื่อรักษาระดับความดันให้เป็นปกติอันจะส่งผลดีต่อสุขภาพ 

Hypertension-03

ข้อมูลสุขภาพเบื้องต้นสามารถเช็กได้จากระดับความโลหิต โดยนอกจากเราจะทราบระดับความดันโลหิตจากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลแล้ว เรายังสามารถหาซื้อเครื่องตรวจความดันโลหิตมาใช้เองที่บ้านได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยทำงานไปจนถึงวัยสูงอายุ หากวัดความดันโลหิตเพื่อเช็กร่างกายของตัวเองอยู่เรื่อยๆ ก็จะช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตในทุกๆ วันได้ง่ายขึ้น

ที่เราเคยจำกันได้คร่าวๆ คือ ความดันโลหิตที่ต่ำกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท (120 คือตัวเลขด้านบน 80 คือ) คือความดันในระดับปกติ

หากค่าความดันโลหิตของคุณนั้นมากกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท แต่น้อยกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท คุณอาจจะยังไม่โดนพยาบาลเตือนหนักมาก เพราะปกติแล้วความดันโลหิตในระดับนี้หมายความว่าคุณมีภาวะความดันโลหิตสูงเบื้องต้น (pre-hypertension) แต่หากได้มาดูข้อมูลอัปเดตจากสมาคมโรคหัวใจสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) วิทยาลัยแพทย์โรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา และสถาบันทางการแพทย์เพื่อสุขภาพอีกกว่า 9 แห่งในสหรัฐอเมริกา เราจะเห็นตัวเลขระดับความดันโลหิตใหม่ที่เราควรระมัดระวัง และให้ความสนใจกับความดันโลหิตของเราให้มากขึ้น


ระดับความดันโลหิตสูง-ต่ำ จากสมาคมโรคหัวใจสหรัฐอเมริกา (American Heart Association)

ต่ำกว่า หรือเท่ากับ 120/80 มิลลิเมตรปรอท = ปกติ

120-129/ต่ำกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท = ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย

130-139/80-89 มิลลิเมตรปรอท = ความดันโลหิตสูงระดับ 1

มากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท = ความดันโลหิตสูงระดับ 2

มากกว่า 180/120 มิลลิเมตรปรอท = ความดันลหิตในระดับอันตราย ควรพบแพทย์ทันที

จากข้อมูลตัวเลขตามด้านบนจะเห็นว่า มีการขยับระดับความดันโลหิตสูงระยะ 1 จาก 140/90 เป็น 130/80 มิลลิเมตรปรอท ดังนั้นใครก็ตามที่เคยวัดความดันโลหิตอยู่ที่ 130/80 หรือมากกว่านี้เล็กน้อยเป็นประจำ จะได้รับการพิจารณาว่าเป็นโรค “ความดันโลหิตสูง ระดับ 1” ทันที และและนี่จะทำให้ผู้สูงอายุมากกว่า 55 ปีขึ้นไปกว่า 70-79% ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงทันที


ทำไมถึงเปลี่ยนระดับอันตรายของโรคความดันโลหิตสูง?

ความดันโลหิตเป็นภัยเงียบที่หลายคนละเลย และอาจไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร หลังจากนักวิจัยและทีมแพทย์ทำการศึกษามาเป็นเวลาหลายปีก็พบว่า การระมัดระวังไม่ให้ความดันโลหิตสูงขึ้นตั้งแต่ยังอยู่ในระดับไม่สูงมาก จะช่วยป้องกันโรคอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากความดันโลหิตได้มากกว่า  รวดเร็วกว่า


หากเป็นความดันโลหิตสูง ควรทำอย่างไร?

คนที่มีอาการความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่เป็นคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ดังนั้นจึงควรลดน้ำหนักควบคุมอาหาร และออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ นอกจากนี้ยังควรพักผ่อนให้เพียงพอ ลดการรับประทานอาหารรสจัด โดยเฉพาะเค็มจัด ของหมักของดอง ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน และลดความเครียดลง

%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99

เเละนี่ก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับมาตรฐานการวัดความดันโลหิตใหม่จากสหรัฐฯที่เราอยากจะมาเเจ้งให้เพื่อนๆได้ทราบในวันนี้ เพื่อจะได้นำมาตรฐานนี้ไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ในการดูเเลรักษาระดับความดันร่างกายคุณเอง เพื่อจะได้มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์เเข็งเเรง อายุยืนยาว 

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้