สวัสดีเพื่อนๆชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดีๆเกี่ยวกับธุรกิจ สำหรับในบทความนี้เราจะขอพาทุกท่านมาทำความรู้จักเเบรนด์ K-Swiss  หนึ่งในแบรนด์รองเท้ากีฬาระดับโลก และหลายคนน่าจะรู้จักกัน แต่คุณทราบหรือไม่ว่าปัจจุบัน K-Swiss นั้นมีทุนเกาหลีเป็นเจ้าของ และในอนาคตอันไกล้ก็จะตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนจากจีนแล้ว

58831538_1255726701256579_7446083542926229504_o
รองเท้า K-Swiss

จุดเริ่มต้นจากพี่น้องชาวสวิตเซอร์แลนด์

รองเท้ากีฬาแบรนด์ K-Swiss นั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2509 ในสหรัฐอเมริกาโดยพี่น้องชาวสวิตเซอร์แลนด์ 2 คนนามว่า Art กับ Ernie Brunner ซึ่งช่วงแรกจะเน้นผลิตรองเท้าเพื่อใช้เล่นเทนนิส ก่อนขยายไปยังรองเท้ากีฬาประเภทอื่นๆ รวมถึงการทำตลาด Sneakers หรือรองเท้ากีฬาที่เน้นสวมใส่เพื่อแฟชั่น

สำหรับชื่อ K-Swiss นั้นส่วนหนึ่งมาจากเชื้อชาติสวิสเซอร์แลนด์ของทั้งสองคน แต่มันยังมีอีกเหตุผลคือ พวกเขาได้นำแบบการผลิตรองเท้าเทนนิสมาจากโรงงานที่ชื่อว่า Swiss Kuenzli และเพื่อการตอกย้ำถึงเรื่องนี้ ทั้งสองจึงนำ K มาเป็นตัวอักษรนำหน้า และเอาคำว่า Swiss ตามหลัง จนเป็นที่มาของชื่อแบรนด์

อย่างไรก็ตามด้วยกระแสนิยมที่เริ่มลดลงของ K-Swiss ประกอบกับความผิดพลาดในการขยายตลาด ทำให้ K-Swiss ตัดสินใจขายธุรกิจให้กับกลุ่มทุนเกาหลี E-Land ด้วยมูลค่า 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,400 ล้านบาท) ในปี 2556 ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่นาน K-Swiss เพิ่งซื้อกิจการรองเท้า Palladium และ Supra มาด้วย

ปั่นกระแสขึ้นมาได้เล็กน้อยก่อนไปไม่รอดอีกครั้ง

เมื่อตกมาอยู่ในมือทุนเกาหลี ก็ไม่แปลกที่ K-Swiss จะถูกปั่นกระแสด้วยศิลปินดาราของเกาหลีมากมาย และจุดนั้นเองก็ทำให้ K-Swiss เริ่มมีพื้นที่ในตลาด Sneakers มากขึ้น แถมยังทำให้ K-Swiss จากขาดทุนกลับมากำไรในปีแรกที่ควบรวมกิจการด้วย ผ่านการปิดสาขาที่ไม่เติบโต และวางโครงสร้างองค์กรใหม่

Exx-KSGB-1กลุ่ม K-Swiss Global Brand (KSGB)

อย่างไรก็ตามถึง K-Swiss จะกลับมาดีขึ้นในปี 2557 แต่พอปีถัดไปก็กลับมาขาดทุนอีกครั้ง และกว่าจะกลับมากำไรได้ก็ต้องรอถึงปี 2561 แต่แค่ 110 ล้านวอน (ราว 3 ล้านบาท) ซึ่งเทียบไม่ได้กับการขาดทุนกว่า 49,000 ล้านวอน (ราว 1,300 ล้านบาท) ในปี 2559 และ 42,000 ล้านวอน (ราว 1,100 ล้านบาท)ในปี 2560

ทำให้กลุ่ม E-Land ตัดสินใจปล่อยกิจการ K-Swiss ซึ่งภายหลังตั้งชื่อว่า KSGB (K-Swiss Global Brand) ให้กับกลุ่มทุนจีน Xtep International Holding เพื่อแลกกับเงินกว่า 3 แสนล้านวอน (ราว 8,200 ล้านบาท) ซึ่งการเจรจาดังกล่าวน่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนส.ค.

xtep
แบรนด์อุปกรณ์กีฬา Xtep

Xtep แบรนด์อุปกรณ์กีฬาจากจีนที่น่าจับตามอง

ทั้งนี้กลุ่ม Xtep คือแบรนด์อุปกรณ์กีฬาจากแบรนด์จีนที่สามารถแข่งขันกับแบรนด์ท้องถิ่นเช่น Anta, Li-Ning และ 361° ได้อย่างสูสี และมีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ด้วย โดยในจีนนั้นมีสาขากว่า 6,200 แห่ง และมีรายได้ปี 2561 ที่ 6,380 ล้านหยวน (ราว 30,000 ล้านบาท) และกำไร 1,000 ล้านหยวน (ราว 4,700 ล้านบาท)

และก่อนที่ดีลนี้จะเกิดขึ้น ทาง E-Land และ Xtep ก็มีการตั้งกิจการร่วมค้า หรือ Joint Venture เพื่อทำตลาดรองเท้าแบรนด์ Palladium ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมในจีนอย่างมาก โดย E-Land นั้นถือสัดส่วน 51% ส่วน Xtep ถือในสัดส่วนที่เหลือ

เมื่อ K-Swiss ต้องเปลี่ยนมืออีกครั้ง แถมไปอยู่ในทุนจีนด้วย ดังนั้นการจะได้เห็น K-Swiss กลับมาผงาดอีกครั้งก็น่าจะเป็นไปได้สูง เพราะด้วยจำนวนประชากรในจีนที่มาก หากทำตลาดจนตอบโจทย์ตลาดดังกล่าวได้ จากแบรนด์รองเท้ากีฬาสัญลักษณ์ 5 ขีดที่คนลืม ก็อาจถูกทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญอีกครั้งก็เป็นได้

dnce-group-collection-1800x500-2_2x_80aa53bd-1993-4829-8d6c-d3e67af160c6_1400x.progressive

K-Swiss เป็นแบรนด์รองเท้ากีฬาในตำนาน และมีนักเทนนิสอาชีพหลายคนเลือกใช้ เช่น Bob-Mike Bryant ที่ได้แชมป์โอลิมปิก และ 4 รายการ Grand Slam แต่ปัจจุบันนั้นแทบไม่มีที่ยืนในตลาด แม้จะเร่งสร้างแบรนด์ด้วยการขายเรื่องไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และไปร่วมงานกับแบรนด์ รวมถึงศิลปินต่าง แต่สุดท้ายก็ปั้นขึ้นไม่ได้สักที ดังนั้นคงต้องจับตาดูว่า Xtep จะปั้นแบรนด์นี้ให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อย่างไรบ้าง

อ้างอิง // K-SwissThe InvestorKSGB

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้