เราคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าเรื่องราวอะไรก็ตามหากต้องมีความเกี่ยวข้องกับ ‘อวกาศ’ แล้วล่ะก็ สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายจะต้องแพงหูฉี่แน่นอนอยู่แล้ว เพราะแค่การส่งดาวเทียมขึ้นสู่ห้วงอวกาศ หรือการส่งผู้โดยสาร เสบียงและสัมภาระขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ที่อยู่ไม่ไกลจากโลกเราที่ใช้เวลาในการเดินทางไปถึงไม่เพียงไม่กี่นาทียังมีค่าใช้จ่ายมหาศาลคิดเป็นเงินต่อกิโลกรัมนี่หลายล้านเหรียญฯเลยทีเดียว จึงเป็นความใฝ่ฝันของมนุษย์มานานแล้วว่าเราจะมีวิธีการใดที่จะสามารถส่งคนและสิ่งของออกสู่อวกาศได้ด้วยราคาที่ถูกที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงเกิดมีไอเดียสุดโต่งคือการสร้าง ‘ลิฟท์อวกาศ’ แบบเดียวกับที่เห็นในการ์ตูนญี่ปุ่นเลย

180910-space-elevator-mn-1336_779bec5285b1e108ddff5f73e073f7fa.fit-760w

แนวคิดนี้เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีการวางแผนเรื่องนี้อย่างจริงจังมาก

                กลุ่มวิศวกรชาวญี่ปุ่น เตรียมสร้างลิฟท์ขนาดใหญ่ที่บรรจุคนได้มาก กว่า 30 คน ให้คนทั่วไปได้ทะยานสู่อวกาศ เป็นระยะทางกว่า 22,000 ไมล์ ในอีก 40 ปีข้างหน้าจะมีสถานีอวกาศบนโลกและให้ลิฟท์เป็นตัวเชื่อมไปสู่สถานีอวกาศอีกแห่งหนึ่ง นอกโลก คนที่จะขึ้นไปจะฝึกการอยู่บนอวกาศแบบง่ายๆ ก่อนจะได้ชื่นชมความสวยงามนอกโลก

ตำแหน่งของเป้าหมาย และความเร็วในการเดินทาง

                ลิฟท์จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วถึง 120 ไมล์ต่อชั่วโมง (192 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ด้วยความเร็วดังกล่าวในเวลาหนึ่งสัปดาห์ ลิฟต์จะพานักท่องเที่ยวเดินทางไปได้ราว 1 ใน 4 ของระยะทางจากโลกไปสู่ดวงจันทร์ยังมีแผนอนุญาตให้เหล่านักวิทยาศาสตร์เดินทางต่อไปจากสถานีอวกาศผ่านทาง สายพานคาร์บอนไฟเบอร์ที่ใช้ยึดดาวเทียมดวงหนึ่งที่อยู่บนอวกาศกับโลกของเรา ที่อยู่เบื้องล่าง คาดกันว่ามูลค่าของโครงการนี้น่าจะอยู่ที่ 6 พันล้านปอนด์ (ราว 3 แสนล้านบาท) ยังไม่มีการกำหนดความชัดเจนในโครงการ ว่าจะสร้างลิฟท์ไว้ที่ใด แต่มีแนวคิดที่จะใช้แท่นแห่งหนึ่งนอกชายฝั่งเอกวาดอร์เป็นสถานีบนโลก เพราะอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรและอยู่ใกล้อวกาศมากที่สุด

elevator-head-640x353

                คงเห็นแล้วว่าแนวคิดนี้แม้จะมีความสุดโต่งจนหลายคนมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่โดยหลักการและเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ตอนนี้สามารถทำได้ทันทีหากไม่ติดที่เรื่องการเมืองและค่าใช้จ่าย และด้วยเทคโนโลยีด้านวัสดุวิศวกรรมโดยเฉพาะในเรื่องคาร์บอนนาโนทิวป์ (carbon nanotube) ที่โลกเรามีอยู่ในตอนนี้ ความฝันที่จะมีลิฟท์อวกาศซักตัวไว้สำหรับเดินทางออกสู่อวกาศนั้นไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม อีกทั้งยังมีการประเมินในเรื่องความยากง่ายและโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการสร้างลิฟท์อวกาศพบว่ามีความง่ายกว่าการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันหลายเท่า และหากโครงการนี้สำเร็จเป็นจริงขึ้นมาได้จะทำให้ค่าใช้จ่ายขึ้นสู่อวกาศลดลงอย่างมหาศาล

อ้างอิง 

 

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้