สวัสดีเพื่อนๆชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคนกลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดีๆ เเละข่าวสารอัพเดทที่จะทำให้คุณทันโลก สำหรับข่าวสารสิ่งเเวดล้อมที่เราจะมาอัพเดทในวันนี้เป็นข่าวดีที่เกิดขึ้นในบ้านเรา เพราะหลังจากการสำรวจความสมบูรณ์ของธรรมชาติใน ปี 2562 นี้ พบว่า ‘พะยูน’ ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่กำลังจะสูญพันธุ์มีจำนวนเพิ่มขึ้น 250 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นข่าวมาก ทำไมเราถึงพูดเช่นนั้น หากเพื่อนๆอยากรู้ต้องลองติดตามอ่านกันดูครับ 

59921276_2238920363090531_4460003334199181312_n
.
สถานการณ์ “พะยูน” สัญญาณดีมีสมาชิกเพิ่มขึ้น 250 ตัว ในรอบ 8 ปี ไอยูซีเอ็นระบุสัตว์ป่าคุ้มครองสายพันธุ์เลี้ยงลูกด้วยนมยังเสี่ยงสูญพันธุ์แบบไม่เป็นธรรมชาติ
.
ผลการผ่าชันสูตรซากพะยูนโดยเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต หลังพบซากพะยูนตายที่บริเวณเกาะลิบง จ.ตรัง พบว่าเป็นพะยูนวัยเด็ก เพศเมีย ขนาดความยาววัดแนบ 142 เซนติเมตร น้ำหนัก 44 กิโลกรัม สภาพซากสด บริเวณลำตัวมีเพรียงเกาะอยู่ทั่วลำตัว สาเหตุการตายเกิดจากการป่วยตามธรรมชาติ เนื่องจากระบบหายใจล้มเหลว
.
พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในน้ำ มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70 ปี กินพืชในน้ำเป็นอาหาร โดยเฉพาะหญ้าทะเลบริเวณชายฝั่ง สามารถพบเจอพะยูนได้ในทะเลชายฝั่งเขตอบอุ่น ตั้งแต่ชายฝั่งทวีปแอฟริกาตะวันออกไปจนถึงทวีปออสเตรเลีย ซึ่งรวมถึงทะเลแดง มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก
.
“พะยูนมีบรรพบุรุษร่วมกับแมนนาที หรือวัวทะเล พวกมันมีความคล้ายคลึงกันทั้งในด้านลักษณะกายภาพภายนอกและพฤติกรรม และสัตว์ทั้งสองสายพันธุ์นี้ก็มีบรรพบุรุษร่วมกับสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างช้าง ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่ได้มีลักษณะภายนอกและพฤติกรรมที่เหมือนกันก็ตาม ด้วยความที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในน้ำ พวกมันจึงต้องขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อหายใจทุกๆ 6 นาที ในบางครั้งพวกมันหายใจด้วยการ ‘ยืน’ ด้วยหางและเอาหัวโผล่ขึ้นพ้นน้ำ” นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระบุ
.
อย่างไรก็ตาม พะยูนได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ในปี พ.ศ. 2535 และตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส (CITES) พะยูนซึ่งเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม ได้อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ลำดับ 86 ของบัญชีไซเตส จึงเป็นสัตว์ที่ห้ามค้าโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพื่อการศึกษา วิจัย และเพาะพันธุ์เท่านั้น
.
สำหรับในระดับโลก สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้จัดอันดับให้พะยูนอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย เสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ไปแบบไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าไร้ซึ่งการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากมนุษย์
.
ทั้งนี้ ทช.ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการดูแล อนุรักษ์ และฟื้นฟูสัตว์ทะเลหายาก ได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นภายในพื้นที่ เพื่อหาทางเพาะพันธุ์และฟื้นฟูปริมาณพะยูนในธรรมชาติให้มีมากขึ้น รวมถึงรณรงค์ให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์พะยูน โดยเมื่อปี 2561 มีการสำรวจประชากรพะยูนในทะเลตรังอีกครั้ง ค้นพบว่ามีพะยูนคู่แม่ลูก 42 คู่ ซึ่งเป็นข้อมูลยืนยันว่ามีพะยูนมากกว่า 210 ตัว และถ้ามนุษย์ไม่ล่ามันเพิ่มเติมก็เชื่อว่าในปี 2562 พะยูนจะเพิ่มขึ้นอีกราว 250 ตัว

59893724_2238920369757197_4516536747470880768_n
.
นอกจากนี้ เมื่อนำข้อมูลปี 2560 ซึ่งมีพะยูนประมาณ 169 ตัว มาเปรียบเทียบก็พบว่ามีอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรพะยูนอย่างน่าดีใจ สาเหตุที่ประชากรพะยูนเพิ่มขึ้นมาจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการเดินเรือ ประชาชนในพื้นที่ที่ร่วมกันรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้พะยูนเป็นสัตว์สงวนและช่วยกันอนุรักษ์ไว้ อีกทั้งชาวประมงไม่ใช้เครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลหายาก ไม่รุกล้ำทำประมงในเขตที่อยู่อาศัยของพะยูน รวมไปถึงมีการฟื้นฟูหญ้าทะเลให้เป็นแหล่งอาหารของพะยูนอย่างต่อเนื่อง
.
อย่างไรก็ดี เมื่อปี 2561 ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งได้ส่งนักวิชาการกลุ่มสัตว์ทะเลหายากบินสำรวจ นำโดยนายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน พร้อมเจ้าหน้าที่ นักบินชาวต่างชาติ นำเครื่องบินเล็กบินสำรวจประชากรพะยูนในทะเลตรัง ในระหว่างวันที่ 12 – 16 กุมภาพันธ์ 2561
.
แม้การสำรวจจะยังไม่แล้วเสร็จ แต่พบว่าประชากรพะยูนเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 20 ปีรวมไม่ต่ำกว่า 210 ตัว โดยฝูงใหญ่ที่สุดพบมากกว่า 30 ตัว โดยมีคู่แม่ลูกอยู่ในฝูงประมาณ 10 คู่ แต่ภาพรวมมีคู่แม่ลูกรวมประมาณ 42 คู่ และยังพบโลมาอีกประมาณ 19 ตัว แม่ลูกประมาณ 2 คู่ เต่าทะเลประมาณ 57 ตัว โดยการบินสำรวจเมื่อปี 2560 พบพะยูนประมาณ 169 ตัว คู่แม่ลูกมากกว่า 10 คู่ ความหนาแน่นของประชากรพะยูนที่เพิ่มสูงขึ้นในทะเลตรัง เกิดขึ้นจากความร่วมมือของชุมชนที่ประกอบอาชีพทำประมงที่ให้ความร่วมมือไม่ใช้เครื่องมือที่เป็นอันตรายกับสัตว์ทะเลหายาก ทั้งพะยูน โลมา และเต่าทะเล
.
อีกทั้งพบสถิติการพบซากพะยูนเกยตื้นตายน้อยลงในปี 2560 มีเพียง 6 ตัว และพบพะยูนมีชีวิตอีก 3 ตัว หากสามารถควบคุมการตายด้วยเครื่องมือประมงได้ พะยูนในทะเลตรังจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 240 – 250 ตัว

ขณะที่สถิติพะยูนในทะเลตรังระหว่างปี 2541- 2553 มีจำนวน 150 – 200 ตัว ปี 2554 ลดเหลือ 150 ตัว ปี 2555 เหลือ 134 ตัว ปี 2556 เหลือ 125 ตัว สาเหตุที่พะยูนหายไปจากทะเลตรังในช่วงดังกล่าวเป็นจำนวนมากถึง 75 ตัว เพราะติดเครื่องมือประมงที่เป็นอันตราย แต่เมื่อส่วนราชการ เอกชน และประชาชนร่วมมือกันดูแลรักษากำจัดเครื่องมือประมงที่เป็นอันตราย เป็นผลให้ประชากรพะยูนจากการบินสำรวจเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นมาเรื่อยๆ โดยในปี 2557 พบ 135 ตัว ปี 2558 จำนวน 145 ตัว ปี 2559 จำนวน 160 ตัว และในปี 2560 จำนวน 169 ตัว

59815979_2238920389757195_2225136377538805760_n

เเละนี่ก็คือข่าวสารด้านสิ่งเเวดล้อมที่เรานำมาฝากเพื่อนๆกันในวันนี้ ก็หวังว่าเราจะได้รับข่าวดีจากจำนวนพยูนที่เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งจะเป็นไปได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชาวประมงจะต้องไม่ลักลอบไล่ล่าจับพยูน เเละที่สำคัญเราต้องช่วยกันรักษาสิ่งเเวดล้อม ช่วยกันไม่ทิ้งขยะลงสู่ท้องทะเล 

ขอบคุณภาพ: ขลป หมู่เกาะลิบง

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้