สวัสดีเพื่อนๆชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดีๆ เเละข่าวสารอัพเดทที่จะไม่ทำให้คุณตกเทรนด์ สำหรับข่างเศรฐกิจ/ธุรกิจ ที่เราจะมาอัพเดทในวันนี้เป็นผลพวงมาจากสงครามการค้าระหว่างประเทศที่ปะทุกขึ้นอย่างดุเดือดระหว่าง จีนเเละสหรัฐอเมริกา ซึ่งคุณ นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศได้วิเคราะห์สงครามครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งรายละเอียดการวิเคราะห์จะเป็นอย่างไร เราลองมาดูกันเลย

maxresdefault

สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯที่ทำท่าว่าจะสงบจบลงด้วยดี กลับไม่ใช่แล้วครับ ผู้อ่านท่านคงจำได้นะครับว่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์บอกว่าจะต้องขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน โดยอ้างว่าจีนทำผิดหลายอย่าง อ้างว่าทำการค้ากับสหรัฐฯอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การถ่ายโอนเทคโนโลยี รวมทั้งจงใจลดค่าเงินหยวนเพื่อให้สินค้าจีนราคาถูกลง เพื่อจะได้ส่งออกได้มากขึ้น

สหรัฐฯประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน จีนก็ใช้นโยบายตาต่อตา ฟันต่อฟัน ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯเช่นกัน ประเทศยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 เบอร์ 2 ของโลกจึงมีข้อพิพาทที่เรียกว่า ‘สงครามการค้า’

พอถึงเดือนธันวาคม 2561 ทั้งรัฐบาลของนายทรัมป์และของนายสี จิ้นผิงตกลงที่จะระงับการขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติม เราทั้งหลายก็พลอยโล่งใจ เพราะอย่างน้อยโลกก็มีทางออก ทั้ง 2 ประเทศเริ่มหันมาเจรจากัน สงครามการค้าก็มีแนวโน้มว่าจะจบ

กำหนดการเดิม นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนและคณะรวม 100 คน มีกำหนดเจรจาการค้ากับคณะผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2562 ซึ่งก็คือวันนี้นี่ละครับ พอรู้ว่า 2 ประเทศจะเจรจาอีกรอบแน่นอน ผู้คนบนโลกนี้ก็แฮปปี้มีความสุข เพราะมองเห็นความสงบที่จะเกิดจากการเจรจากันของ 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ ทั้งตลาดหุ้นและตลาดเงิน ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดฟิวเจอร์ปรับตัวสูงขึ้นเพื่อรับข่าวดี

แต่แล้วก็ฝันสลายครับ เพราะนายทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2562 ว่า แกจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 25 ในมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเงินไทยก็ 6.6 ล้านล้านบาท โดยเริ่มเก็บตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป

อ้าว เฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา คุณหลอกให้รองนายกรัฐมนตรีจีนและคณะที่มีมากถึง 100 คน มายืนเก้ๆ กังๆ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. การกระทำของคุณครั้งนี้ผิดมารยาทอย่างมาก คนที่เป็นผู้นำระดับโลกไม่มีใครเขาทำกัน ถ้าคุณไม่คุย คุณก็ปฏิเสธเสียตั้งแต่แรก ผู้คนบนโลกทั้ง 7-8 พันล้านคนจะได้เตรียมตัวเตรียมใจรับสถานการณ์ และจะได้หาทางหนีทีไล่ด้วยวิธีอื่น

คุณเชิญผู้แทนจีนมาเจรจา ในการเจรจาก็ต้องมีการต่อรองกัน นี่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเลยสักประโยคเดียว แต่คุณกลับล้มการเจรจาก่อนที่กำหนดการจะเริ่มขึ้น คุณให้เหตุผลว่า การเจรจาระหว่างจีนกับสหรัฐฯมีความคืบหน้า ‘ช้า’ กว่าที่ควรจะเป็น คุณบอกว่าจีนพยายามที่จะต่อรองใหม่ อ้าว ก็การเจรจากันตามที่คุณเชิญมา ก็คือการต่อรองระหว่างกันไม่ใช่หรือ

ผลของการทวีตของคุณจะทำให้เศรษฐกิจพังทั่วโลก ผู้คนจะอดอยากและจะแสนเข็ญลำเค็ญหลายสิบหลายร้อยล้านคน แค่คุณทวีตเพียงครั้งเดียว ตลาดหุ้นหลักในฝั่งของสหรัฐฯ ก็ปรับลดลงตามกัน ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลดลง 54.75 จุด ดัชนีแนสแดกปรับตัวลดลง 168 จุด และดัชนีดาวโจนส์ลดลง 484 จุด

ไม่ใช่สหรัฐฯมีฤทธิ์เดชกระทำกับประเทศอื่นได้เพียงฝ่ายเดียวดอกครับ จีนก็มีฤทธิ์และมีเครือข่ายประเทศพรรคพวกเพื่อนฝูงเช่นเดียวกัน ไม่ค้าขายกับสหรัฐฯที่มีประชากร 300 ล้านคน จีนก็หันไปปั้นตลาดในประเทศของตัวเองและค้ากับประเทศอื่นก็ได้

ขณะนี้ รัฐบาลจีนกำลังพิจารณาจะยกเลิกการเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ จีนหมดความอดทนแล้วและพร้อมที่จะพูดว่า อั๊วะไม่เอากะลื้ออีกแล้ว ลื้อสับปลับกลับไปกลับมา

7j48qd3rqmp11

เป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากที่ได้อ่านจบไปเพื่อนๆคงเข้าใจสถานะการโลกขึ้นมากนะครับ เพราะยักษ์ใหญ่ชนกันเเรงกระเพื่อมย่อมเยอะ ทั่วโลกต้องได้รับผลกระทบเเน่ ซึ่งผมคิดว่าเราคนไทยควรลองศึกษาดู เพราะไม่ว่าจะอย่างไรเราประเทศเล็กอย่างเราก็จะต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้ด่วนครับ

เครดิต นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้