สวัสดีเพื่อนๆชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันทุกวันเช่นเคยกับสาระความรู้ดีๆ สำหรับเรื่องราวที่น่าสนใจวันนี้ เราจะขอนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ที่ทุกวันนี้เริ่มจะก้าวเข้าไปมีบทบาทในทุกๆเรื่องที่เป็นกิจกรรมสำคัญๆของมนุษย์เเล้ว ไม่เว้นเรื่องปัญหาด้านพลังงานคือหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สำคัญสำหรับโลกของเรา ทั้งในแง่พลังงานสำรอง พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการจัดการพลังงาน ซึ่งถ้าหวังพึ่งมนุษย์เพียงอย่างเดียว คงใช้เวลาแก้ไขนับร้อยปีทำให้ในปัจจุบันหน่วยงานของประเทศต่างๆ เลือกจะพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เฉพาะด้านขึ้นมา เพื่อช่วยแก้ปัญหาทางพลังงานอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

Googles-DeepMind-AI-Helping-To-Predict-Wind-Energy-Output

เข้าใจ Artificial Intelligence

โดยปกติแล้วคนทั่วไปคงรู้จักกับ AI ในฐานะปัญญาประดิษฐ์ในเกมต่างๆ ที่คอยโต้ตอบกับผู้เล่นในรูปแบบต่างๆ หรือจะเป็น AI ในโทรศัพท์มือถือที่ช่วยเหลือผู้ใช้ เช่น Google Assistant

ต้นกำเนิดที่แท้จริงของ AI เกิดจากความคิดที่จะสร้างสมองให้เครื่องจักรกล ทำให้มีการโต้ตอบในรูปแบบต่างๆ ทั้งการโต้ตอบแบบง่ายๆ ไปจนถึงการโต้ตอบในแนวทางคล้ายคลึงกับมนุษย์ และถูกต่อยอดด้วยการเพิ่มความสามารถเข้าไป ทั้งความจำ ความรวดเร็วในการทำงาน และการเชื่อมโยงปัญหา

ความเร็วและความจำที่เหนือกว่ามนุษย์นั่นเองที่กลายเป็นเครื่องมือชั้นยอดสำหรับการแก้ปัญหาต่างๆ และหนึ่งในนั้นคือปัญหาพลังงานของมนุษยชาติ

เมื่อ​ AI มีบทบาทด้านการแก้ปัญหาพลังงาน

มนุษย์ใช้ AI เข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร ?

เดิมทีแล้วระบบพลังงานทุกอย่างจะถูกจัดการโดยมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิดพลังงานภายในบ้าน ไปจนถึงการตั้งค่าโรงงานใหญ่ๆ แต่ด้วยความที่การดำเนินงานด้านพลังงานในปัจจุบันมีความหลากหลายและซับซ้อนมากเกินไป มนุษย์จึงมีแนวคิดในการเพิ่มระบบอัตโนมัติต่างๆ เข้ามา แน่นอนว่าบางส่วนก็ใช้ AI ในการบริหารจัดการด้วย

ลองพิจารณาก่อนว่าหลักๆ แล้ว AI มีอะไรที่เหนือกว่าคนปกติบ้าง

1. ความแม่นยำ – AI สามารถคำนวณตัวเลข ตรวจสอบ และกำหนดค่าต่างๆ ได้แม่นยำกว่ามนุษย์
2. ความอดทน –  AI ไม่ต้องการน้ำ อาหาร สามารถทำงานต่อเนื่องได้ในระยะเวลานานๆ แม้ว่าจะทิ้งให้ทำงานเป็นปีก็ตาม
3. ความรวดเร็ว – AI นอกจากความแม่นยำและอดทนแล้วแล้ว AI ยังสามารถจัดการข้อมูลมากมาย และคำนวณค่าต่างๆ เพื่อนำมาใช้งานได้ในระยะเวลาอันสั้น

ดังนั้นบทบาทของ AI จะเน้นไปในการ

  • รวบรวมข้อมูล เช่น ข้อมูลในโรงไฟฟ้า ข้อมูลการผลิตน้ำมัน ข้อมูลผู้ใช้งานในแต่ละช่วงเวลา
  • กำหนดค่าต่างๆ ในเครื่องจักร หรือสถานที่นั้นๆ เช่น กำหนดการทำงานอัตโนมัติในโรงไฟฟ้า โรงงาน หรือออฟฟิศ
  • ประมวลผลข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น ประมวลผลการใช้งานพลังงานภายในประเทศ นอกประเทศ คำนวณค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลังงาน
  • พยากรณ์การใช้พลังงานในแง่มุมต่างๆ คาดเดาการใช้พลังงานในภาคส่วนของประเทศไทยใน 10 ปีข้างหน้า เป็นต้น

shutterstock_1007816836-1

ซึ่งความสามารถทั้งหมดจำเป็นมากในการสร้าง Smart City (เมืองอัจฉริยะ) ที่มีการจัดการพลังงานแบบอัตโนมัติภายในเมือง และ Smart Grid (ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ) ที่ยกระดับการใช้ไฟฟ้า มีการคำนวณพลังงานไฟฟ้าทั้งการใช้งานและการผลิตก่อนปรับเปลี่ยนการผลิตพลังงานให้สอดคล้องกับการใช้งาน

นอกเหนือจากการใช้ AI เพื่อประโยชน์ด้านพลังงานไฟฟ้า ยังมีการใช้ AI เพื่อหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ บนโลก เช่น แหล่งแก๊สธรรมชาติ และน้ำมันใต้ทะเล รวมถึงมีการสำรวจว่าในแถบนั้นมีระบบนิเวศเป็นอย่างไร สมมติหากเจาะหาน้ำมันจะคุ้มค่ากับธรรมชาติที่เสียไปหรือไม่ ทำให้โลกได้พลังงานที่คุ้มค่าและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกด้วย

ตัวอย่าง AI ทางพลังงานในปัจจุบัน

ดังที่เห็นครับว่าการประยุกต์ใช้ AI ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องที่แปลกเกินเข้าใจอีกต่อไป นอกเหนือจากการยกตัวอย่างไปสั้นๆ ก่อนหน้านี้ ยังมีตัวอย่างของการใช้งาน AI ในอุตสาหกรรมพลังงานอยู่ เช่น

ระดับสากล

Duke Energy : ใช้ AI ในการคำนวณและพยากรณ์ด้านพลังงานล่วงหน้า  เพื่อลงทุนและบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าในโรงงานต่างๆ

North Star AI : บริษัท AI ในเอสโตเนียร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคำนวณการใช้งานไฟฟ้า พัฒนาระบบในประเทศ อีกทั้งยังประเมินสภาพอากาศในการพยากรณ์สภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันอีกด้วย

Google & Deepmind : ทั้งสองบริษัทร่วมกันใช้งาน AI เพื่อคำนวณพลังงานที่ได้จากฟาร์มกังหันลม และส่งพลังงานเข้าสู่ระบบได้แม่นยำมากขึ้น

Plasma Physic Lab : มหาวิทยาลัย Harvard และ มหาวิทยาลัย Princeton ร่วมกับกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกาในการจำลองพลังงานฟิวชันของดวงอาทิตย์ และสร้างอุปกรณ์เก็บกักพลังงานที่ควบคุมด้วย Deep learning AI

ในประเทศไทย

ระบบ Smart Grid ในแม่ฮ่องสอน : แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศไทยที่มีปัญหาด้านระบบไฟฟ้า ดังนั้นทางการไฟฟ้าจึงต้องพัฒนาระบบ Smart Grid ใช้เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าส่วนเกิน

ระบบ Smart Grid ในพัทยา : โครงข่าย Smart Grid ของพัทยาเป็นโครงการแรกๆ ที่การไฟฟ้าให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นเมืองเศรษฐกิจ มีการใช้ไฟฟ้าหนาแน่น และเป็นพื้นที่เป็นเกาะปิด ซึ่งเมื่อพัฒนาไประดับหนึ่งแล้ว การไฟฟ้ามีแผนจะพัฒนาพัทยาเป็น Smart City ของประเทศไทยในอนาคตอีกด้วย

Sertis : บริษัทจากประเทศไทยที่พัฒนาระบบ Smart Grid โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Blockchain และ AI เข้าด้วยกัน โดยตั้งเป้าจะเป็นศูนย์กลางการจัดการพลังงาน ทั้งการส่งพลังงานปกติและการใช้โซล่าเซลล์ รวมถึงใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อต่อยอดการลงทุนในพลังงานทางเลือกต่างๆ

dnv-gl-ai-3-but-1-

นอกเหนือจากนั้นประเทศไทยยังมีแผนการในการพัฒนาระบบ Smart Grid และ Smart City กระจายไปตามเขตเศรษฐกิจต่างๆที่จะจัดตั้งเพิ่มเติมขึ้นในอนาคตอีกด้วย ซึ่งทางรัฐบาลคาดว่าจะเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจและดึงดูดคนทั้งไทยและนอกประเทศให้เข้ามาลงทุนมากขึ้น  

ทิศทางของ AI และพลังงานในอนาคต

หากพูดถึงพลังงานและ AI การพัฒนาที่เราเห็นภาพที่ชัดเจนสุดคงหนีไม่พ้นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นพลังงานที่ทุกคนได้ใช้

พลังงานไฟฟ้าในปัจจุบันจะเป็นการรวมศูนย์พลังงาน มีโรงไฟฟ้าในการจ่ายพลังงานไปตามบ้านเรือนประชาชนเป็นหลัก ทำให้สามารถจัดการพลังงานในครัวเรือนได้ยาก และไม่สามารถใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานอื่นได้ (เช่น โซล่าเซลล์) หากยังเชื่อมต่ออยู่ในระบบไฟฟ้าเดิม

แต่พลังงานไฟฟ้าในอนาคต ผู้ใช้งานทั่วไปจะมีโอกาสผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจากพลังงานลม พลังงานน้ำ หรือพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงสามารถขายพลังงานเข้าไปในระบบได้

ยิ่งสามารถบริหารไฟฟ้าภาคครัวเรือนเท่าไหร่ ยิ่งต่อยอดไปสู่ไฟฟ้าระดับจังหวัด หรือ ประเทศได้ดีเท่านั้น การบริหารจัดการไฟฟ้าด้วย AI จะช่วยลดการอัตราการใช้งานไฟฟ้าโดยรวมได้ และตรวจสอบข้อมูลจากระบบได้ และแก้ปัญหาเสถียรภาพการไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตพลังงานในระยะยาวด้วย

Artificial-Intelligence-1134x300pxl_tcm8-104360

เป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากที่ได้อ่านจบไปเพื่อนๆคงเห็นแล้วนะครับว่าจริงๆ แล้วประเทศไทยก็มีการพัฒนาด้าน AI ร่วมกับพลังงานไม่น้อยหน้าประเทศเพื่อนบ้านเลย ไม่แน่ว่าในอนาคต บ้านในประเทศไทยอาจถูกเปลี่ยนเป็น Smart Home ที่จัดการพลังงานต่างๆ ในบ้านด้วย AI ก็ได้ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นจะทำให้การใช้พลังงานของสังคมยุคใหม่มีประสิทธิภาพสูงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหลายเปอร์เซนต์เลยทีเดียว 

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้