สวัสดีเพื่อนๆชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดีๆ สำหรับบทความนี้เป็นบทความธุรกิจที่เราอยากจะพาเพื่อนๆมารู้จักอาณาจักรกาเเฟอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศลาวอย่าง “กาเเฟดาวเรือง” ที่คนไทยรู้จักกันดี เเต่ทราบหรือไม่ว่ากว่าพวกเค้าจะสร้างอาณาจักรกาเเฟที่ยิ่งใหญ่ระดับนี้ขึ้นมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย เเละเส้นทางของพวกเค้าไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ เป้าหมายต่อไปคือการผลักดันเเบรนด์กาเเฟดาวให้ก้าวสู่ความเป็นสากลซึ่งเรื่องราวของอาณาจักรดางเรืองจะเป็นเช่นไร หากใครอยากรู้ต้องลองมาอ่านกันดูเลยครับ

1362561501040755

พื้นที่ ดินภูเขาไฟเก่ากว่า 1,500 ไร่ บนที่ราบสูงโบโลเวน ในแขวงจำปาสัก ได้กลายเป็นสวนกาแฟของตระกูล “ลิดดัง” ผู้บุกเบิกปลูกกาแฟเป็นอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เพื่อผลิตเมล็ดกาแฟส่งออก นำเงินเข้าประเทศตามนโยบายของรัฐ จากเดิมครอบครัวลิดดังทำธุรกิจการค้าเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนนำเข้าสินค้าจากไทย เวียดนาม กัมพูชา มาขายในประเทศ รวมทั้งมีธุรกิจร้านสินค้าปลอดภาษีชายแดนหรือดิวตี้ฟรี ที่ปัจจุบันมีอยู่บริเวณชายแดนลาวกว่า 7 สาขา

“เหลื่อง ลิดดัง” นักธุรกิจหญิงผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทดาวเฮือง เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นที่หันมาจับธุรกิจกาแฟว่า หลังจากที่รัฐขอความร่วมมือปลูกกาแฟนำเงินเข้าประเทศ เราได้เปรียบเรื่องพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การปลูกกาแฟ ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีก็ได้ผลผลิตที่ดี แต่ประเทศลาวมีคนน้อย หลัก ๆ เราเลยปลูกเพื่อส่งออก เอาเงินเข้าประเทศ “แรก ๆ เราก็ไปถอดบทเรียนการปลูกมาจากเวียดนาม แล้วก็มีวิชาการของทางรัฐช่วยด้วย ล้มลุกคลุกคลานมาเรื่อย แต่ก็สู้เพื่อประเทศ”

ทุกวันนี้ดาวเฮืองก รุ๊ปมีธุรกิจกาแฟครบตั้งแต่ต้นจดปลายน้ำ ทั้งแหล่งปลูก โรงงานผลิตกาแฟสำเร็จรูป รวมทั้งร้านกาแฟ “ดาว คอฟฟี่ เดอะ ที รูม” จุดต่างจากแบรนด์กาแฟอื่นที่ควบคุมการผลิตได้ในทุกขั้นตอน พร้อมก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดกาแฟลาว เอาชนะแบรนด์กาแฟระดับโกลบอลอย่างเนสกาแฟได้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

“คน ไทยนิยมดื่มกาแฟ มีความรู้เรื่องกาแฟดี พอข้ามมาเที่ยวลาวก็ซื้อกาแฟดาวกลับไปเป็นของฝาก ด้วยอิทธิพลจากพฤติกรรมของคนไทย ก็ช่วยกระตุ้นให้คนลาวหันมาบริโภคกาแฟลาวมากขึ้น”

แต่เป้าหมายใหญ่ ของดาวเฮืองกรุ๊ปคือ การนำกาแฟลาวไปให้คนทั่วโลกได้รู้จัก ในฐานะของการเป็น “กาแฟสะอาด” ที่ดูแลคุณภาพทุกกระบวนการผลิต ด้วยหลักคิดที่เรียบง่าย ไม่ได้ต้องการเป็นเบอร์หนึ่งของโลก แต่อยากให้ทุกคนผลิตกาแฟที่ดี เพื่อให้มีผู้บริโภคกาแฟมากขึ้น

ตอนนี้ “เหลื่อง” ได้ส่งไม้ต่อให้กับลูกสาวคนโตอย่าง “บุนเฮือง ลิดดัง” ที่นั่งเก้าอี้รองประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทดาวเฮือง ช่วยสานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าวให้สำเร็จ

“บุนเฮือง” เล่าว่า ตลาดในประเทศจะจำหน่ายในลักษณะของกาแฟทรีอินวันผ่านแบรนด์ “ดาว” เป็นหลัก ขณะที่ตลาดส่งออกจะมีทั้งในรูปของเมล็ดกาแฟดิบอราบิก้า 6-7 พันตันต่อปี โดยมีตลาดหลักในญี่ปุ่น รองลงมาคือยุโรป รวมทั้งการส่งออกกาแฟทรีอินวันและผงกาแฟสำเร็จรูปที่มีตลาดสำคัญในแถบประเทศ อาเซียนและจีน

ทั้งนี้ รูปแบบการส่งออกในลักษณะของการรับจ้างผลิตถึง 50% แต่ในปีหน้าจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ชา สลิมคอฟฟี่ทรีอินวัน และกาแฟกระป๋อง ทดลองวางตลาดตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยจะวางจำหน่ายในไทยและเวียดนามอย่างเป็นทางการในปีหน้า

“ไทยและ เวียดนามถือเป็นตลาดในกลุ่มอาเซียนที่ดาวคอฟฟี่จะโฟกัส ด้วยวัฒนธรรมและเขตแดนประเทศที่มีความใกล้ชิดกัน พฤติกรรมการดื่มกาแฟของคนไทยและเวียดนามที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเรียก ได้ว่าไทยเป็นประเทศที่มีการบริโภคกาแฟมากที่สุดในกลุ่มอาเซียน ในขณะที่เวียดนาม กาแฟในตลาดส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ที่นำเข้า รวมทั้งกาแฟทรีอินวันในเวียดนามก็มีการเติบโตปีละเกือบ 100% และอีก 3 ปีเราพร้อมนำแบรนด์กาแฟ ดาว ธุรกิจหลักของเราเข้าตลาดหลักทรัพย์”

สำหรับ ตลาดในไทย หลังจากเข้ามาในไทยกว่า 7 ปี ทุกวันนี้คนไทยรู้จักกาแฟดาวมากขึ้น แต่กลิ่นและรสชาติที่อาจยังไม่คุ้นสำหรับคนส่วนใหญ่ซึ่งต้องใช้เวลาให้ได้ เรียนรู้ความแตกต่างของดาวคอฟฟี่ ที่ไม่ได้แต่งกลิ่นกาแฟเหมือนตลาดทั่วไป

1959367_587499861346791_728894008390754472_n

พร้อม ทั้งการประชาสัมพันธ์ที่เริ่มต้นเปิดตัวกาแฟดาวหรือดาวคอฟฟี่อย่างเป็นทาง การ ด้วยภาพยนตร์โฆษณาที่สื่อถึงแหล่งปลูกของดาวคอฟฟี่ ความแตกต่างจากแบรนด์กาแฟอื่น เพื่ออิงกับความใส่ใจในสุขภาพของคนไทย รวมทั้งสื่อถึงสิ่งที่มาจากธรรมชาติ และโอกาสของความร่วมมือด้าน กาแฟ…สมาคมกาแฟอาเซียนที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจกาแฟในอาเซียนได้มากขึ้น เพิ่มอำนาจในการต่อรองหรือกำหนดราคากับสมาคมในทวีปอื่น ๆ ก็จะเป็นผลดีต่อการผลิตกาแฟของลาวและกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมด

นอก จากธุรกิจกาแฟและดิวตี้ฟรี ตระกูล “ลิดดัง” ยังมีธุรกิจอื่น ๆ ในกลุ่ม อย่างโรงงานผลไม้อบแห้งที่ในปีหน้าคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้ 5% ของบริษัทด้วยการขยายโรงงานในปีนี้ โรงงานน้ำดื่ม และกำลังจะมีโรงงานผลิตซอสพริกที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับปริมาณผลผลิตทางการ เกษตรที่ล้นตลาด แต่กาแฟก็ถือเป็นแบรนด์หลัก ทุกวันนี้กลุ่มบริษัทดาวเฮืองมีรายได้กว่า 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นรายได้จากกาแฟ 80%

“กาแฟดาวเป็นแบรนด์ของครอบครัว ตั้งความหวังไว้สูง พ่อแม่ท่านสร้างขึ้นมาแล้วประสบความสำเร็จ เราก็อยากจะทำให้ดีที่สุด แน่นอนเราอยากให้เป็นแบรนด์เราก้าวขึ้นไปเป็นแบรนด์ระดับโลก ก็ไม่ได้กำหนดเวลาไว้ เพราะการพัฒนาก็ทำไปตลอด”

ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจจากนักธุรกิจลาวที่จะนำพากาแฟไปให้คนทั้งโลกได้รู้จัก

10307237_587499824680128_8800663590462929824_n

เเละนี่ก็คือเรื่องราวของอาณาจักรกาเเฟดาวเรืองที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อนๆได้ทราบกันในวันนี้ จะเห็นได้ว่าไม่ธรรมดาเลยใช่มั้ยล่ะครับ เพราะพวกเค้ามีการพัฒนาคุณภาพของเเบรนด์เเบบไม่หยุดยั้ง ทำไปเรื่อย พัฒนาขึ้นทุกวันเเบบช้าๆเเต่มั่นคง โดยเป้าหมายต่อไปของเเบรนด์ก็คือการก้าวสู่ความเป็นสากล ซึ่งเราควรจับตาเป็นกรณีศึกษาในเชิงธุรกิจกันต่อไป 

อ้างอิง 

 

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้