สวัสดีเพื่อนๆชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับสาระความรู้ดีๆ เเละข่าวสารอัพเดตที่จะไม่ทำให้คุณตกเทรนด์ สำหรับเรื่องราวที่น่าสนใจในเเวดวงธุรกิจไอทีที่เราอยากจะมาอัพเดตกับเพื่อนๆในวันนี้ เป็นเรื่องราวของการเเยกทางกันของสองยักษ์ใหญ่เเห่งวงการไอทีโลกอย่างกูเกิ้ล เเละ หัวเว่ย งานนี้ใครจะได้จะเสียอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าจับตามอง เเล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ของหัวเว่ยจะไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันบางตัวของกูเกิลได้อีกต่อไป หากใครอยากรู้ต้องลองมาติดตามอ่านกันเลย  

4DQpjUtzLUwmJZZPGTglkV6xi2ZOIl0SyGJxRhd73UWc

มาตราการนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดให้หัวเว่ยเป็นหนึ่งในบริษัทที่ธุรกิจอเมริกันไม่สามารถทำการค้าด้วยได้ นอกเสียจากจะได้รับอนุญาต

กูเกิลระบุว่า พวกเขาทำตามคำสั่งดังกล่าว และกำลังศึกษาผลกระทบที่จะตามมา ด้านหัวเว่ยระบุว่า บริษัทจะยังคงให้บริการอัพเดทด้านความปลอดภัย และจะให้บริการหลังการขายของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของหัวเว่ยและออเนอร์ (Honor) ทั้งที่ขายไปแล้วและยังอยู่ในคลังสินค้าทั่วโลก ต่อไป

“เราจะสร้างระบบซอฟต์แวร์ที่ปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป เพื่อที่จะให้ผู้ใช้ทั่วโลกได้มีประสบการณ์ที่ดีที่สุด”

ผู้ใช้หัวเว่ยจะทำอย่างไร

ผู้ที่ใช้หัวเว่ยอยู่แล้วจะสามารถอัพเดทแอปพลิเคชันและการแก้ไขด้านความปลอดภัย รวมถึงอัพเดตบริการ Google Play ได้ แต่หลังจากกูเกิลเปิดตัวระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รุ่นใหม่ในปีนี้ เครื่องหัวเว่ยก็อาจจะไม่สามารถอัพเดตได้ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของหัวเว่ยรุ่นใหม่อาจจะไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันอย่าง YouTube และ Maps ได้ เบ็น วูด จากบริษัทวิจัยด้านการตลาด CCS Insight บอกว่า นี่จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อตลาดผู้บริโภคของหัวเว่ย

562000004966301

หัวเว่ยทำอะไรได้

เมื่อวันพุธที่แล้ว (15 พ.ค.) รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มหัวเว่ยให้เข้าไปอยู่ในรายชื่อบริษัทที่ห้ามใช้เทคโนโลยีจากบริษัทอเมริกันโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล

เหริน เจิ้งเฟย ซีอีโอของหัวเว่ย บอกกับสื่อญี่ปุ่นเมื่อวันเสาร์ว่า “เราได้เตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเรื่องนี้ไว้แล้ว” เขาบอกว่า บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาส่วนประกอบในการผลิตมือถือของตัวเองต่อไป

ก่อนหน้านี้ หัวเว่ยได้รับผลกระทบจากการที่ประเทศตะวันตก ซึ่งนำโดยสหรัฐฯ บอกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยสำหรับระบบเครือข่ายมือถือ 5G อาจทำให้เกิดความเสี่ยง หลายประเทศกังวลว่าทางการจีนใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยในการสอดส่องควบคุม ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่บริษัทให้การปฏิเสธ

หัวเว่ยบอกว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทไม่ทำให้เกิดความเสี่ยง และก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับรัฐบาลจีนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม บางประเทศห้ามไม่ให้บริษัทโทรคมนาคมใช้ผลิตภัณฑ์หัวเว่ยสำหรับเครือข่ายมือถือ 5G ถึงขณะนี้ สหราชอาณาจักรยังไม่ได้ประกาศห้ามอย่างเป็นทางการ

นายวูด จาก CCS Insight บอกว่า หัวเว่ยพยายามอย่างหนักที่จะพัฒนา App Gallery ซึ่งเป็นฐานแอปพลิเคชันของตัวเอง รวมถึงซอฟต์แวร์อื่น ๆ และ “ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นความพยายามของบริษัทที่จะกำหนดชะตากรรมของตัวเอง”

_104643146_gettyimages-461937776

เสียหายแค่ไหน บทวิเคราะห์โดย ลีโอ เคลิออน บรรณาธิการด้านเทคโนโลยี บีบีซี

ในระยะสั้น นี่อาจจะสร้างความเสียหายอย่างมากต่อผลิตภัณฑ์หัวเว่ยที่วางขายในโลกตะวันตก ผู้ซื้อสมาร์ทโฟนจะไม่อยากได้โทรศัพท์แอนดรอยด์ที่ไม่สามารถเข้า Google’s Play Store ได้

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว นี่อาจเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากระบบปฏิบัติการของกูเกิลเสียใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่กูเกิลพยายามจะผลักดันสมาร์ทโฟน Pixel ของตัวเอง

ดูเหมือนว่าหัวเว่ยจะเตรียมตัวโดนตัดขาดไว้แล้ว และหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้บอกกับหนังสือพิมพ์ Die Welt ไว้ก่อนหน้านี้ว่า “เราได้เตรียมระบบปฏิบัติการของเราเองไว้ นั่นเป็นแผนสำรอง”

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับหัวเว่ยที่อยากก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของโลกแทนซัมซุงภายในปี 2020

สงครามการค้า สหรัฐฯ – จีน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งระหว่างบริษัทนี้กับทางการสหรัฐฯ รุนแรงขึ้นอีก ซึ่งขณะนี้ ทางการสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องคดีอาชญากรรมต่อหัวเว่ยกว่า 20 คดีแล้ว และยังต้องการให้ส่งตัว นางเมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารหัวเว่ยและลูกสาวของผู้ก่อตั้ง กลับสหรัฐฯ หลังจากถูกจับกุมตัวเมื่อ ธ.ค. ที่แล้วที่แคนาดา ตามคำเรียกร้องของทางการสหรัฐฯ

นี่เป็นช่วงที่สงครามการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจกำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยเมื่อปีที่แล้ว ทั้งสองต่างตั้งกำแพงภาษีสินค้าของกันและกันนับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เพิ่มภาษีสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 2 เท่า ทำให้จีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ เช่นกัน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้บางฝ่ายประหลาดใจเนื่องจากก่อนหน้านี้ดูเหมือนทั้งสองจะเจรจาได้ข้อสรุปแล้ว ในช่วงปีที่ผ่านมา สงครามการค้า สหรัฐฯ – จีน ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก สร้างความไม่แน่นอนสำหรับทั้งธุรกิจต่าง ๆ และผู้บริโภค

750x422_835581_1558311691

เป็นที่เเน่นอนครับว่าการเเยกทางกันระหว่างกูเกิลกับหัวเว่ยในครั้งนี้ในระยะสั้นย่อมส่งผลกระทบต่อยอดขายสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ของหัวเว่ยอย่างเเน่นอน เเต่ในระยะยาวเหมือนเป็นการปลุกให้ทางหัวเว่ยสู้ไม่ถอยต้องพยายามพึ่งพาตัวเองให้มากขึ้นในทุกๆด้าน หากหัวเว่ยทำสำเร็จ วันนั้นพวกเค้าจะเป็นบริษัทไอทีที่ยิ่งใหญ่ สมบูรณ์เเบบที่สุด ที่พร้อมจะป้อนสินค้าไอทีที่มีราคาถูกที่สุดในตลาดเเบบที่ไม่มีใครจะสามารถหยุดยั้งพวกเค้าได้อีกต่อไป เหมือนกับความพร้อมด้านเทคโนโลยี 5G ในตอนนี้ที่ไม่มีบริษัทใดในโลกเทียบกับหัวเว่ยได้นั่นเอง 

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้