สวัสดีเพื่อนๆชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดีๆ เเละข่าวสารอัพเดทที่จะทำให้คุณทันโลกตลอดเวลา สำหรับบทความนี้เราจะขอพาเพื่อนมาเกาะติดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของประเทศสิงคโปร์ ประเทศเพื่อนบ้านของเรา ที่เหมือนเป็นคู่เเข่งทางด้านเศรษฐกิจกันมาตลอด ซึ่งหากสิงคโปร์ขยับเเล้วเราไม่ขยับตามจะทำให้เราเสียโอกาสด้านเศรษฐกิจในทันที ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูกันหน่อยซิว่าสิงคโปร์เค้าจะมีทิศทางการพัฒนาในเรื่องนี้อย่างไร หากพร้อมเเล้วเรามาลุยกันเลย 

ev-car1

การพัฒนารถ EV หรือ ยานยนต์ไฟฟ้าประเทศสิงคโปร์นั้นมีการวางแผนและดำเนินโครงการการตั้งแต่ปี 2552 หรือ10 ปีที่แล้ว แต่ยังไม่มีรถ EV แม้แต่คันเดียวผลิตในสิงคโปร์

รัฐบาลสิงคโปร์มีความคิดที่จะใช้รถไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2552 (2009) สิงคโปร์เริ่ม โครงการการพัฒนา รถยนต์ไฟฟ้า EV เป็นครั้งแรก ภายใต้โปรแกรม The EV Test-bedding Programme โดยการ ร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐของสิงคโปร์ The Energy Market Authority (EMA), Land Transport Authority (LTA), The Agency for Science, Technology and Research (A*STAR), The Economic Development Board (EDB) และ The National Environment Agency (NEA)

รวมทั้งช่วงที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งโครงการหลายโครงการจนถึง BlueSG ซึ่งในปี 2559 ได้มีการลงนามระหว่างบริษัท BlueSG กับสำนักงานการขนส่งทางบกของประเทศสิงคโปร์(The Land Transport Authority of Singapore – LTA) และคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจสิงคโปร์(Economic Development Board – EDB) ในสัญญาการพัฒนาและสนับสนุน นโยบายของการขนส่งสาธารณะสิงคโปร์ โดยบริษัท BlueSG จะต้องพัฒนาการขนส่งทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในสิงคโปร์ และในเดือนธันวาคม 2560 บริษัท BlueSG ได้เปิดตัวโครงการ The Car-Sharing หรือรถไฟฟ้า BlueSG ตามสัญญาที่ได้ลงนาม

การเปิดตัวครั้งแรกของรถไฟฟ้า BlueSG มีรถไฟฟ้าที่พร้อมให้บริการจำนวน 80 คัน จำนวนสถานีชาร์จ 32 สถานี ภายในสิ้นปี 2561 จะเพิ่มจำนวนรถไฟฟ้า BlueSG เป็น 110 คัน สถานีชาร์จ 42 สถานี จะมีจุดชาร์จ 165 จุด ทั่ว สิงคโปร์และเมื่อโครงการสิ้นสุดจำนวนของสถานีชาร์จจะอยู่ที่ 500 สถานี 2,000 จุดชาร์จ โดย 80% ของจุดชาร์จทั้งหมด จะ ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ส่วนอีก 20% ของจุดชาร์จทั้งหมดจะตั้งกระจายอยู่ตามที่สาธารณะต่างๆ

เห็นได้ชัดว่าที่ผ่านมาสิงคโปร์วางแผนที่จะดึงดูดบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้เข้ามาลงทุนและตั้งโรงงานในสิงคโปร์มากขึ้น ภายหลังจากเมื่อปีที่แล้วที่บริษัท Dyson ประกาศจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกในสิงคโปร์ โดยสิงคโปร์กําลังสร้างความเชื่อมโยงกับตลาดโลกโดยทําข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และใช้การมีแรงงานท้องถิ่นที่มีทักษะสูง และกฎระเบียบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเป็นจุดแข็งในการดึงดูดบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า

ev-car2

นาย Chng Kai Fong กรรมการผู้จัดการของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสิงคโปร์ (EDB) กล่าว ว่า สิงคโปร์อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่น ๆ อีก 2 – 3 ราย โดยไม่ต้องการให้บริษัท Dyson ผูกขาดแต่เพียงเจ้าเดียว โดยมีแนวคิดสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ แม้ว่าสิงคโปร์จะมีแรงงานที่มีค่าแรงสูง แต่สิงคโปร์ก็จะใช้ระบบเทคโนโลยีขั้นสูงและระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยทุ่นแรง

อนึ่งบริษัท Dyson เป็นบริษัทสัญชาติอังกฤษ มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องเป่าผมและเครื่องดูดฝุ่น วางแผนว่าจะสร้างโรงงาน รถยนต์ไฟฟ้า EV ในสิงคโปร์ได้แล้วเสร็จภายในปี 2563 และจะผลิตต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้าในสิงคโปร์ให้ได้ภายในปี 2564 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อขยายธุรกิจสู่ภาคยานยนต์ ทั้งนี้ นาย James Dyson ได้มีแผนจะย้ายสํานักงานใหญ่ของบริษัทฯ จากอังกฤษมายังสิงคโปร์ เนื่องจากเห็นศักยภาพการเติบโตของภูมิภาคเอเชีย

Dyson-โรงงาน-รถยนต์ไฟฟ้า-สิงคโปร์

Jim Rowan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Dyson กล่าวว่า ยอมรับว่าสิงคโปร์มีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจที่สูง แต่ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และการสนับสนุนที่ดีทำให้มันทดแทนกันได้ ดังนั้นสิงคโปร์คือที่ที่ตอบโจทย์เราเพื่อผลิตอะไรที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีข้างในจำนวนมาก และมันคือที่ที่ดีในการผลิตรถยนต์เช่นกัน

ev-car1 (1)

อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ยังไม่มีโรงงานผลิตรถยนต์ และเป็นหนึ่งในประเทศที่ราคารถยนต์แพงที่สุดในโลก ทั้งนี้ Elon Musk เจ้าของ Tesla ได้เคยลงข้อความใน Twitter เมื่อช่วงต้นปี 2562 ว่ารัฐบาลสิงคโปร์ไม่ค่อยอํานวยความสะดวกในการทําธุรกิจของบริษัท Tesla เท่าใดนัก โดย Tesla ได้พยายามนํารถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาในสิงคโปร์แต่รัฐบาลสิงคโปร์ไม่สนับสนุน

นอกจากนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ยังมีแผนในการเพิ่มภาษีคาร์บอน เพื่อให้บรรลุข้อตกลงใน Paris Agreement อย่างไรก็ดี ก็จะทําให้ต้นทุนราคารถยนต์สูงขึ้นอีก หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น่าจับตาว่าสิงคโปร์จะสานฝันยานยนต์ไฟฟ้านี้ให้บรรลุผลได้อย่างไร

-–อนาคตยายนต์-ตอนที่-2-3

เป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากที่ได้อ่านจบไปจะเห็นได้ว่าดูเหมือนสิงคโปร์จะจริงจังมากกับการเป็นผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้ เเต่อย่างไรก็ตามนโยบายของพวกเค้าก็ยังมีจุดอ่อน ประเทศไทยเราที่ได้เปรียบในหลายด้าน หากเราจริงจังกับเรื่องนี้ โอกาสที่จะได้เป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าใหญ่ในภูมิภาคก็ยังมีครับ 

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้