ธุรกิจ
ล้าน Like แล้วธุรกิจได้อะไร?

ในยุคปัจจุบันนั้น คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า Facebook คงเป็นสื่อสังคม (Social Media) ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด โดยเฉพาะแค่ในประเทศไทยเองก็มีผู้ใช้เกินกว่า 16 ล้านคนไปแล้ว (อ้างอิงจากเว็บไซต์ www.socialbaker.com – 27 สิงหาคม 2555) และด้วยปริมาณของผู้ใช้งานที่มากขนาดนี้ จึงไม่แปลกที่บรรดาแบรนด์ต่างๆ ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเดินกลยุทธ์การตลาดแบบดิจิตอลในแผนของตัวเอง จำต้องกระโดดเข้ามาใน Facebook ด้วย หนึ่งในเครื่องมือยอดนิยมของ Facebook…

ปัดขึ้นเพื่ออ่านบทความ
ไม่สนใจ
ชอบ
อ่าน
ธุรกิจ

ล้าน Like แล้วธุรกิจได้อะไร?

แชร์ Facebook X
บทความนี้ตรงกับความสนใจของคุณไหม?

 Like Facebook ในยุคปัจจุบันนั้น คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า Facebook คงเป็นสื่อสังคม (Social Media) ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด โดยเฉพาะแค่ในประเทศไทยเองก็มีผู้ใช้เกินกว่า 16 ล้านคนไปแล้ว (อ้างอิงจากเว็บไซต์ www.socialbaker.com – 27 สิงหาคม 2555) และด้วยปริมาณของผู้ใช้งานที่มากขนาดนี้ จึงไม่แปลกที่บรรดาแบรนด์ต่างๆ ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเดินกลยุทธ์การตลาดแบบดิจิตอลในแผนของตัวเอง จำต้องกระโดดเข้ามาใน Facebook ด้วย หนึ่งในเครื่องมือยอดนิยมของ Facebook ที่นักการดิจิตอลพูดถึงกันอย่างแพร่หลายก็คงไม่พ้น Facebook Page ซึ่งเป็นเสมือนกับพื้นที่ของแบรนด์ที่จะสามารถสร้างช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของตัวแบรนด์ให้กับบรรดาแฟน (Fan) ที่มากดไลค์เพจของตัวเอง เพราะเมื่อผู้ใช้งานกดไลค์เพจของแบรนด์แล้ว ทุกครั้งแบรนด์ทำการอัพเดทข่าวสารบนหน้า Wall ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ข้อความ รูป หรือวีดีโอแล้ว โพสต์ดังกล่าวก็จะถูกนำไปอัพเดทบนหน้า News Feed ของแฟนของเพจโดยอัตโนมัติ ประกอบกับความคิดที่ว่า แฟนคือจำนวนผู้ที่แสดงความชื่นชอบ ชื่นชม และอยากติดตามข่าวสารของแบรนด์ จึงทำให้เกิดแนวคิดที่ถูกสื่อสารจากนักการตลาดดิจิตอลหลายคนว่า “ยิ่งมีแฟนเยอะยิ่งดี” และนำไปสู่เทคนิคต่างๆ ในการเพิ่มยอดไลค์มากมาย ตั้งแต่การใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่น่าสนใจ น่าเล่น โดยมีข้อแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นว่าต้องกดไลค์เพจก่อน หรือการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อชิงรางวัลโดยมีข้อแลกเปลี่ยนแบบเดียวกัน ยิ่งมีการเทียบจำนวนไลค์ระหว่างแฟนเพจด้วยกันแล้ว หลายๆ แบรนด์ยอมคู่แข่งกันไม่ได้ชนิดต้องให้ยอดไลค์เหนือคู่แข่ง ถ้าใครถึงล้านไลค์ได้ก่อนก็แทบจะออกมาฉลองกันเลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน ตัวเลขอีกตัวเลขหนึ่งซึ่งถูกพูดถึงขึ้นมาในช่วงหลังๆ คือตัวเลขการมีปฏิสัมพันธ์ของสมาชิกในเพจ หรือที่มักเรียกว่า Engagement โดยวัดจากจำนวนไลค์และแชร์ของแต่ละคอนเทนต์ ซึ่งก็นำไปสู่แนวคิดว่ายิ่งคอนเทนต์ถูกไลค์และแชร์มากเท่าไร ยิ่งบอกว่าเพจมีความสัมพันธ์อันดีและเป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนเท่านั้น นักการตลาดดิจิตอลและผู้ดูแลเพจจึงต้องพยายามขวนขวายหาคอนเทนต์ต่างๆ มากมายมาเชิญชวนให้ผู้ที่เห็นข้อความต้องกดไลค์กดแชร์ให้ได้ ทั้งหมดนี้อาจจะเพื่อได้ตัวเลขสวยๆ เพื่อเอาไปใช้อ้างอิงในพรีเซนเตชั่นในแต่ละเดือนได้ว่า จำนวนแฟนเพิ่มขึ้นกี่ % อัตราการปฏิสัมพันธ์ของแฟนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไร ฯลฯ แต่ตัวเลขเหล่านี้คือตัวเลขที่บ่งบอกความสำเร็จจริงๆ อย่างที่หลายๆ คนว่าไว้จริงหรือ? เพราะเราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทุกวันนี้มี Facebook App จำนวนมากที่หลอกล่อให้คนเข้าไปกดไลค์เพื่อแลกกับการเล่นเกม ตอบคำถามเพื่อให้ได้ผลลัพธ์กวนๆ ประเภทคุณเหมาะกับดาราคนไหน หน้าตาคุณดูดีกี่ % ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนั้นอาจจะไม่เกี่ยวอะไรกับเพจเจ้าของแอพเลยเสียด้วยซ้ำ เช่นเดียวกันกับการพยายามหาคอนเทนต์ประเภทน่าประทับใจ ตลกโปกฮา มาแชร์กันบนหน้า Wall เยอะๆ เพราะเป็นคอนเทนต์ที่คนกดไลค์ได้ง่าย โดยที่คอนเทนต์เหล่านั้นก็แทบไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแบรนด์เช่นกัน ผลที่ตามมาคือแฟนที่เข้ามาในเพจเองก็ไม่ได้เป็นแฟนที่อยากเข้ามาเสพข้อมูลข่าวสารของแบรนด์แต่อย่างใด รวมทั้งอาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์เสียอีกต่างหาก ในขณะเดียวกันหน้า Wall ของแบรนด์ก็อาจจะเป็นหน้า Wall ที่ไม่ได้ให้ข้อมูลข่าวสารของแบรนด์ บ้างก็อาจจะกลายเป็นเพจจับฉ่ายที่หาอะไรก็ได้มาโพสต์เพื่อเรียกความสนใจ กลายเป็นคอนเทนต์ประเภทที่ถูกแชร์กันอยู่แล้ว ไม่มีความแตกต่างหรือมีเอกลักษณ์ของแบรนด์ไป กลายเป็นว่าตัวเลขทั้งยอดไลค์และยอดแชร์นั้น เป็นตัวเลขที่อาจจะดูสวยงามแต่กลวงโบ๋ในแง่คุณค่าทางการตลาดไปในทันที ถ้าเรามองวัตถุประสงค์ของการทำการตลาดแล้ว จุดมุ่งหมายสุดท้ายก็คงไม่พ้นการสร้างยอดขายให้กับสินค้าและบริการ การตลาดดิจิตอลเองก็ตกอยู่ภายในเงื่อนไขนี้เช่นกัน หากความพยายามต่างๆ บนโลกออนไลน์นั้นไม่สามารถนำไปสู่ยอดขายหรือมูลค่าทางการตลาดอื่นๆ เช่น Brand Awareness, Loyalty Customer แล้ว กลยุทธ์การตลาดดังกล่าวก็อาจจะเป็นกลยุทธ์ที่เสียเปล่า สำหรับการตลาดดิจิตอลอย่างการทำ Facebook Page นั้น มีข้อดีอยู่ไม่น้อยในการที่ทำให้นักการตลาดสามารถเห็นตัวเลขที่ชัดเจนและวัดผลได้ง่ายจากตัวเลขต่างๆ ที่อยู่บนหน้าจอ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือหากเราไม่สามารถไขที่มาและคุณค่าที่แท้จริงของตัวเลขเหล่านั้นได้แล้ว จะกลายเป็นว่าการตลาดที่ดูน่าชาญฉลาดที่สุดนั้น จะเป็นการหลอกให้เราหลงทางและคว้าน้ำเหลวเอาได้ง่ายๆ ผู้เขียนเขียนมาถึงตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าเห็นค้านหรือเห็นต่างกับการดูตัวเลขจำนวนไลค์แต่อย่างใด แต่มันจำเป็นที่เราจะต้องวิเคราะห์ลงไปให้เห็นมูลค่าและคุณค่าที่แท้จริงของตัวเลขดังกล่าวให้ได้ หากนักการตลาดไม่สามารถวิเคราะห์และชี้ให้เห็นได้แล้ว ตัวเลขดังกล่าวก็อาจจะเป็นตัวเลขที่เสียเปล่า เพราะเราคงต้องไม่ลืมว่าผู้ใช้งาน Facebook สามารถเลือกซ่อนข้อความของเพจต่างๆ ได้หากพวกเขาคิดว่าน่ารำคาญ หรือบ้างอาจจะกด Unlike เอาเลยก็ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ การตลาดโดยใช้วิธี “ลัด” เพื่อให้ได้มาซึ่งตัวเลขสวยหรูอาจจะกลายเป็นดาบสองคมกลับไปยังแบรนด์เสียเอง เพราะต่อให้มีจำนวนไลค์เยอะมาก ก็ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย เมื่อทำการส่งข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออกไป ก็ถูกเมินเฉย ตัวเลขปฏิสัมพันธ์ก็ตกลง ครั้นพอจะต้องทำตัวเลขให้สูงขึ้น ก็กลับกลายเป็นว่าต้องไปหาเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์มาพูดอีก ยังไม่นับกับที่หลายๆ คนเริ่มตั้งข้อสงสัยแล้วว่าจำนวนไลค์สามารถเปลี่ยนไปสู่ยอดขายได้จริงหรือ? การสร้าง Facebook Page หรือสื่อสังคมอื่นๆ อย่าง Twitter, Instagram ฯลฯ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเปิดบัญชีผู้ใช้งาน เพราะแม้แต่เด็กประถมก็สามารถเปิดได้โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่การทำให้ “ประสบความสำเร็จ” โดยเฉพาะเมื่อเป็นกลยุทธ์การตลาดแล้วด้วยนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ผ่านการตั้งเป้าหมาย แนวทาง กลุยทธ์ รวมทั้งกำหนดตัวเลขชี้วัดที่เหมาะสม และสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่นักการตลาดผู้คิดจะสร้างสื่อสังคมเหล่านี้ ที่จะต้องอธิบายมูลค่าของตัวเลขที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง และเห็นความเชื่อมโยงกับเป้าหมายของกลยุทธ์โดยไม่ใช่การหลอกตัวเอง มิเช่นนั้นแล้ว จะกลับกลายเป็นว่าเสียทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งเวลา ทั้งงบประมาณ เพื่อดูแลเพจที่แทบไม่สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้เลย [code]บทความโดย : โดย ณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง (Twitter: @nuttaputch) คัดลอกจาก : http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9550000113432 รูปภาพจาก : http://scm-l3.technorati.com/11/06/06/44523/Facebook-Like2.jpg?t=20110606140543 [/code]

Jiradech S.

การตลาดออนไลน์ เทคโนโลยี ธุรกิจ Passive Income ทำตัวเป็น Blogger แถมกด Shutter รัวๆ แล้วออกไปปั่นๆ พร้อมทั้งเก็บเป็นเรื่องราวดีๆผ่านพื้นที่ตรงนี้ออกมาเป็นบทความ รูปภาพ วิดีโอ แบบเล่าสู่กันฟัง อย่าลืมมาติดตามกันนะครับ

KEEP READING

อ่านต่อ

Spotify ธุรกิจหมดเวลาสายเทา! Spotify จับมือ Universal Music ปลดล็อกฟีเจอร์ AI Cover และ Remix แบบถูกลิขสิทธิ์ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของคนชอบแต่งเพลงกลายเป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาทั้งวงการเพลงและสายเทคต้องหันมามองพร้อมกัน เมื่อยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Spotify และค่ายเพลงระดับโลกอย่าง Universal Music Group (UMG) ได้ประกาศปิดดีลลิขสิทธิ์ครั้งประวัติศาสตร์ ร่วมมือกันเปิดทางให้แฟนเพลงสามารถใช้พลังของ Generative AI ในการทำเพลงคัฟเวอร์ (AI Covers) และรีมิกซ์เพลง… SpaceX IPO ใครได้ประโยชน์ที่สุด? ทำไมคำตอบอาจเป็น Elon Musk ธุรกิจSpaceX IPO ใครได้ประโยชน์ที่สุด? ทำไมคำตอบอาจเป็น Elon Musk และคนใกล้ตัวมากกว่านักลงทุนทั่วไปการ IPO ของ SpaceX กลายเป็นหนึ่งในดีลที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลกเทคโนโลยีและการเงิน เพราะนี่ไม่ใช่แค่บริษัทจรวดที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้น แต่เป็นบริษัทที่รวมหลายความฝันใหญ่ของ Elon Musk ไว้ด้วยกัน ทั้งจรวด Starship, อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink, โครงการไป Mars… Google เตรียมยัดโฆษณา AI ลง Search ค้นหาอะไรก็เจอสปอนเซอร์ ธุรกิจGoogle โฉมใหม่! เตรียมยัดโฆษณา AI ลง Search ค้นหาอะไรก็เจอสปอนเซอร์แบบคุยรู้เรื่อง (เนียนจนแยกยาก!)เตรียมตัวรับมือกันให้ดี เพราะ Google Search ที่เราคุ้นเคยกำลังจะเปลี่ยนไปแบบกู่ไม่กลับ! ยุคนี้ช่องค้นหาข้อมูลแบบเดิม ๆ กำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะ Google กำลังอัปเกรดตัวเองเข้าสู่ยุค AI เต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ถาม-ตอบแบบแชตสนทนา การสรุปเนื้อหาจากหลาย ๆ… LinkedIn เอาจริง! สั่งทุบ Reach โพสต์ เทคโนโลยีLinkedIn เอาจริง! สั่งทุบ Reach โพสต์ “AI Slop” แฉหมดเปลือกเทคนิคเขียนยังไงให้รอด ไม่โดนปิดกั้นเคยเป็นไหม? ช่วงหลัง ๆ มานี้เปิด LinkedIn ขึ้นมาทีไร ไถฟีดไปทางไหนก็เจอแต่โพสต์หน้าตาคล้าย ๆ กันไปหมด ประโยคเปิดหัวดูดี มีการจัดช่องไฟสวยงาม มี Bullet Point สรุปเป็นข้อ ๆ… ลดพื้นที่ Gmail เหลือ 5GB ถาวร เทคโนโลยีอย่าเพิ่งตกใจ! Google ยังไม่ลดพื้นที่ Gmail เหลือ 5GB ถาวร แค่แอบทดสอบเงื่อนไขใหม่สำหรับไอดีใหม่บางกลุ่มช่วงนี้ใครที่ไถฟีดโซเชียลบ่อย ๆ น่าจะผ่านตากับข่าวลือหนาหูที่ทำเอาเสียวสันหลังวาบว่า “Google กำลังจะปรับลดพื้นที่ Gmail ฟรีจาก 15GB เหลือแค่ 5GB” จนหลายคนเริ่มกังวลว่า ต่อไปนี้จะใช้งานอีเมล ลิงก์เก็บข้อมูล หรือสำรองรูปภาพกันลำบากขึ้นหรือเปล่า? แต่ช้าก่อนครับ! จากข้อมูลล่าสุดที่มีการอัปเดตออกมา… Google ปล่อยของแรง! Gemini 3 บุก AI Mode และแอป Gemini ครบจบในวันเดียว ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด พร้อมฟีเจอร์ Agent ที่คิดแทนทำแทนเราได้จริง เทคโนโลยีGemini อัปเกรดร่างทอง! รู้ใจกว่าเดิมด้วย Personal Intelligence ดึงข้อมูลข้ามแอป Google ได้ครบวงจร…ถ้าคุณอนุญาตช่วงปีที่ผ่านมาเราเห็น AI แข่งกันฉลาดขึ้นในแง่ของ “การตอบคำถาม” แต่ตอนนี้สมรภูมิ AI กำลังเปลี่ยนไปครับ มันไม่ใช่แค่ใครตอบเก่งกว่ากันแล้ว แต่มันคือ “ใครรู้จักเราดีกว่ากัน” และแน่นอนว่าในเกมนี้ Google ถือไพ่เหนือกว่าใครเพื่อน เพราะเขามี Ecosystem ที่เราใช้งานกันอยู่แทบจะทุกลมหายใจ…
กำลังโหลด…
MORE

บทความที่เกี่ยวข้อง