บริษัทอินเทล ได้ส่งจดหมายข่าวว่านายพอล โอเทลลินิ ซีอีโอของบริษัท ที่ทำงานมาตั้งแต่ปี 2005 จะลาออกโดยมีผลในเดือนพฤษภาคมปีหน้า และพร้อมกับการเตรียมลาออกของซีอีโอ อินเทลก็เลื่อนตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสามคน ขึ้นมารับตำแหน่งรองประธานบริษัทพร้อมๆกัน คือเรเน่ เจมส์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจซอฟต์แวร์, ไบรอัน คราซานิค หัวหน้าฝ่ายปฎิบัติการ (ซีโอโอ) และหัวหน้าฝ่ายการผลิตทั่วโลก, สุดท้ายคือสเตซี สมิธ หัวหน้าฝ่ายการเงินและกลยุทธ์บริษัท ส่วนตัวนายโอเทลลินิ จะทำงานในช่วงส่งผ่านต่อไป และคงตำแหน่งที่ปรึกษาหลังจากออกจากตำแหน่งซีอีโอไปแล้ว กระบวนการต่อจากนี้ คือบอร์ดบริหาร จะเริ่มสรรหาคนเข้ามาดำรงตำแหน่งซีอีโอต่อไป โดยจะเปิดพิจารณาทั้งคนภายในและภายนอก นับเป็นกระบวนการที่ต้องจับตาเป็นอย่างยิ่งเพราะที่ผ่านมา อินเทลมีซีอีโอมาแล้วเพียง 5 คนเท่านั้น นายโอเทลลินิ เข้ามารับช่วงต่อจากนายเครก บาร์เรตต์ และลงมือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัทอย่างรวดเร็ว ด้วยการขายกิจการ เอ็กซ์สเกล ให้มาร์เวลล์ ในเดือนมิถุนายน 2549 หลังเข้ารับตำแหน่งเพียงปีเดียว และลดพนักงานออกไปถึง 10% ถือเป็นการปลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดของอินเทล
ธุรกิจ
Intel เปลี่ยน CEO ใหม่ ปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่
บริษัทอินเทล ได้ส่งจดหมายข่าวว่านายพอล โอเทลลินิ ซีอีโอของบริษัท ที่ทำงานมาตั้งแต่ปี 2005 จะลาออกโดยมีผลในเดือนพฤษภาคมปีหน้า และพร้อมกับการเตรียมลาออกของซีอีโอ อินเทลก็เลื่อนตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสามคน ขึ้นมารับตำแหน่งรองประธานบริษัทพร้อมๆกัน คือเรเน่ เจมส์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจซอฟต์แวร์, ไบรอัน คราซานิค หัวหน้าฝ่ายปฎิบัติการ (ซีโอโอ) และหัวหน้าฝ่ายการผลิตทั่วโลก, สุดท้ายคือสเตซี สมิธ หัวหน้าฝ่ายการเงินและกลยุทธ์บริษัท ส่วนตัวนายโอเทลลินิ จะทำงานในช่วงส่งผ่านต่อไป และคงตำแหน่งที่ปรึกษาหลังจากออกจากตำแหน่งซีอีโอไปแล้ว…
ปัดขึ้นเพื่ออ่านบทความไม่สนใจ
ชอบ
อ่าน





