คะแนน Net Promoter Score (NPS) คืออะไรและจะนำไปใช้งานอย่างไรสำหรับธุรกิจดิจิทัล
ความรู้
คะแนน Net Promoter Score (NPS) คืออะไรและจะนำไปใช้งานอย่างไรสำหรับธุรกิจดิจิทัล

พอดีได้ยินคำหนึ่งในที่ประชุมพูดถึง Net Promoter Score (NPS) เลยศึกษาเพิ่มเติมมาเพื่อทำความเข้าใจมากขึ้นสำหรับการใช้ Net Promoter Score (NPS) เป็นตัวชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กร โดยที่การวัดนี้จะช่วยให้องค์กรได้ทราบถึงระดับความพึงพอใจและความพร้อมของลูกค้าที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กรให้กับคนอื่น (บุคคลที่คุ้มค่าเป็นลูกค้าใหม่) หรือไม่เลยหยิบยกมาเล่าสู่กันเผื่อเป็นประโยชน์ครับ NPS ถูกสร้างขึ้นโดย Bain & Company, Fred Reichheld และ Satmetrix Systems…

ปัดขึ้นเพื่ออ่านบทความ
ไม่สนใจ
ชอบ
อ่าน
ความรู้

คะแนน Net Promoter Score (NPS) คืออะไรและจะนำไปใช้งานอย่างไรสำหรับธุรกิจดิจิทัล

แชร์ Facebook X
บทความนี้ตรงกับความสนใจของคุณไหม?
คะแนน Net Promoter Score (NPS) คืออะไรและจะนำไปใช้งานอย่างไรสำหรับธุรกิจดิจิทัล

พอดีได้ยินคำหนึ่งในที่ประชุมพูดถึง Net Promoter Score (NPS) เลยศึกษาเพิ่มเติมมาเพื่อทำความเข้าใจมากขึ้นสำหรับการใช้ Net Promoter Score (NPS) เป็นตัวชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กร โดยที่การวัดนี้จะช่วยให้องค์กรได้ทราบถึงระดับความพึงพอใจและความพร้อมของลูกค้าที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กรให้กับคนอื่น (บุคคลที่คุ้มค่าเป็นลูกค้าใหม่) หรือไม่เลยหยิบยกมาเล่าสู่กันเผื่อเป็นประโยชน์ครับ

NPS ถูกสร้างขึ้นโดย Bain & Company, Fred Reichheld และ Satmetrix Systems ในปี 2546 NPS วัดโดยใช้คำถามง่ายๆ เพียงคำถามเดียว:

“How likely are you to recommend [Company/Products/Services] to a friend or colleague?”
(คุณคิดว่าจะแนะนำ [องค์กร/ผลิตภัณฑ์/บริการ] ให้แก่เพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานหรือไม่?)

ลูกค้าตอบคำถามนี้โดยใช้มาตราส่วน 0 ถึง 10 คะแนน 9 และ 10 ถือเป็นผู้ส่งเสริม 7 และ 8 ถือเป็นผู้พึงพอใจ และ 0 ถึง 6 ถือเป็นผู้ไม่พอใจ NPS คำนวณโดยหักเปอร์เซ็นต์ของผู้ไม่พอใจออกจากเปอร์เซ็นต์ของผู้ส่งเสริม ผลลัพธ์ที่ได้คือคะแนน NPS ซึ่งอาจอยู่ระหว่าง -100 ถึง 100

คะแนน NPS สูงบ่งชี้ว่าลูกค้าพึงพอใจกับผลิตภัณฑ์หรือบริการและมีโอกาสที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กับผู้อื่น คะแนน NPS ต่ำบ่งชี้ว่าลูกค้าไม่พอใจกับผลิตภัณฑ์หรือบริการและมีโอกาสที่จะไม่แนะนำผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กับผู้อื่น

ลูกค้าจะต้องให้คะแนนโดยใช้สเกลจำนวนเต็ม 10 คะแนน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม:

  1. 9-10: ลูกค้าที่ให้คะแนนเหล่านี้ถือว่าเป็น “Promoters” หรือผู้สนับสนุน ซึ่งหมายถึงพวกที่พึงพอใจและมีแนวโน้มจะแนะนำองค์กรหรือผลิตภัณฑ์ให้กับผู้อื่น
  2. 7-8: ลูกค้าที่ให้คะแนนเหล่านี้ถือว่าเป็น “Passives” หรือผู้ที่ไม่แสดงความรู้สึกมากนัก เขาอาจพอใจกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ แต่ไม่ค่อยมีแนวโน้มที่จะแนะนำหรือวิพากษ์วิจารณ์
  3. 0-6: ลูกค้าที่ให้คะแนนเหล่านี้ถือว่าเป็น “Detractors” หรือผู้ที่มีความไม่พึงพอใจ และอาจจะแสดงความรู้สึกเช่นวิพากษ์วิจารณ์หรือแนะนำองค์กรหรือผลิตภัณฑ์นี้ให้กับผู้อื่นในทางลบ

Net Promoter Score (NPS) จะถูกคำนวณโดยหักจำนวน “Detractors” จาก “Promoters” แล้วนำมาหารด้วยจำนวนรวมของลูกค้าทั้งหมด และคูณด้วย 100 เพื่อให้ได้คะแนน NPS ในรูปแบบของเปอร์เซ็นต์ คะแนน NPS จะอยู่ในช่วง -100 ถึง 100 โดยค่าที่สูงขึ้นจะแสดงถึงความพึงพอใจของลูกค้าที่สูงกับผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กรของคุณมากขึ้น ในขณะที่ค่าที่ต่ำลงจะแสดงถึงความไม่พึงพอใจที่มากขึ้น

การวัดความพึงพอใจ, คะแนน NPS, ธุรกิจดิจิทัล, ประสบการณ์ผู้ใช้งาน, การวิเคราะห์ข้อมูล, การจัดการลูกค้า, พัฒนาประสบการณ์ลูกค้า

การใช้งาน Net Promoter Score (NPS) สำหรับ Digital Business

การใช้งาน Net Promoter Score (NPS) สำหรับธุรกิจดิจิทัล (Digital Business) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการวัดและวิเคราะห์ความพึงพอใจและความพร้อมของลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับองค์กรดิจิทัลของคุณได้ นี่คือวิธีที่คุณสามารถใช้ NPS สำหรับธุรกิจดิจิทัล:

  1. การวัดความพึงพอใจของผู้ใช้งาน: ในธุรกิจดิจิทัล เช่นเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ คุณสามารถใช้ NPS เพื่อวัดความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อประสบการณ์ในการใช้งานและสินค้าหรือบริการของคุณได้ นี้เป็นวิธีที่ดีในการติดตามว่าผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นหรือลดลงในทางเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของพวกเขากับแพลตฟอร์มของคุณอย่างไร
  2. การวิเคราะห์และปรับปรุง: ผลลัพธ์ NPS จะช่วยให้องค์กรรู้ว่าลูกค้ามีความรู้สึกอย่างไรต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ หากค่า NPS น้อยลง คุณจะสามารถนำข้อมูลนี้มาวิเคราะห์เพื่อค้นหาปัญหาและพัฒนาด้านต่างๆ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าในอนาคต
  3. การจัดการลูกค้า: ผลลัพธ์ NPS จะช่วยระบุกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มผู้ที่ไม่พอใจ ด้วยข้อมูลนี้คุณสามารถกำหนดแนวทางในการจัดการลูกค้าในทิศทางที่เหมาะสม เช่น การติดต่อกับผู้สนับสนุนเพิ่มเติมหรือการพัฒนาส่วนที่ต้องปรับปรุง
  4. การสร้างความผูกพันกับลูกค้า: การให้ความสำคัญและดูแลลูกค้าสามารถช่วยเสริมสร้างความผูกพันที่แข็งแกร่งขึ้น ลูกค้าที่เป็น “Promoters” มีแนวโน้มจะเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของกิจการและอาจเป็นกำลังบุกเบิกในการแนะนำสินค้าหรือบริการของคุณต่อคนอื่น
  5. การวัดประสิทธิภาพของการปรับปรุง: หากคุณได้ทำการปรับปรุงในประสบการณ์ของผู้ใช้งาน คุณสามารถวัดผลด้วยการตรวจสอบว่าคะแนน NPS มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นี่จะเป็นวิธีที่ดีในการปรับปรุงแนวทางของคุณในการพัฒนา

จะเห็นได้ว่าการที่เราได้รับข้อมูลจากตัวชี้วัดความพึงพอใจที่ลูกค้ามีต่อสินค้าและบริการของเรานั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก และข้อมูลนี้สามารถนำไปใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการที่เป็นแบบ Offline และ Online ได้เลย ดังนั้นการใช้งาน Net Promoter Score (NPS) สำหรับธุรกิจดิจิทัลนั้นสามารถช่วยให้คุณเข้าใจและปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าในโลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงกับความสำเร็จของกิจการของคุณได้

Jiradech S.

การตลาดออนไลน์ เทคโนโลยี ธุรกิจ Passive Income ทำตัวเป็น Blogger แถมกด Shutter รัวๆ แล้วออกไปปั่นๆ พร้อมทั้งเก็บเป็นเรื่องราวดีๆผ่านพื้นที่ตรงนี้ออกมาเป็นบทความ รูปภาพ วิดีโอ แบบเล่าสู่กันฟัง อย่าลืมมาติดตามกันนะครับ

KEEP READING

อ่านต่อ

Spotify ธุรกิจหมดเวลาสายเทา! Spotify จับมือ Universal Music ปลดล็อกฟีเจอร์ AI Cover และ Remix แบบถูกลิขสิทธิ์ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของคนชอบแต่งเพลงกลายเป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาทั้งวงการเพลงและสายเทคต้องหันมามองพร้อมกัน เมื่อยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Spotify และค่ายเพลงระดับโลกอย่าง Universal Music Group (UMG) ได้ประกาศปิดดีลลิขสิทธิ์ครั้งประวัติศาสตร์ ร่วมมือกันเปิดทางให้แฟนเพลงสามารถใช้พลังของ Generative AI ในการทำเพลงคัฟเวอร์ (AI Covers) และรีมิกซ์เพลง… SpaceX IPO ใครได้ประโยชน์ที่สุด? ทำไมคำตอบอาจเป็น Elon Musk ธุรกิจSpaceX IPO ใครได้ประโยชน์ที่สุด? ทำไมคำตอบอาจเป็น Elon Musk และคนใกล้ตัวมากกว่านักลงทุนทั่วไปการ IPO ของ SpaceX กลายเป็นหนึ่งในดีลที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลกเทคโนโลยีและการเงิน เพราะนี่ไม่ใช่แค่บริษัทจรวดที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้น แต่เป็นบริษัทที่รวมหลายความฝันใหญ่ของ Elon Musk ไว้ด้วยกัน ทั้งจรวด Starship, อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink, โครงการไป Mars… Google เตรียมยัดโฆษณา AI ลง Search ค้นหาอะไรก็เจอสปอนเซอร์ ธุรกิจGoogle โฉมใหม่! เตรียมยัดโฆษณา AI ลง Search ค้นหาอะไรก็เจอสปอนเซอร์แบบคุยรู้เรื่อง (เนียนจนแยกยาก!)เตรียมตัวรับมือกันให้ดี เพราะ Google Search ที่เราคุ้นเคยกำลังจะเปลี่ยนไปแบบกู่ไม่กลับ! ยุคนี้ช่องค้นหาข้อมูลแบบเดิม ๆ กำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะ Google กำลังอัปเกรดตัวเองเข้าสู่ยุค AI เต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ถาม-ตอบแบบแชตสนทนา การสรุปเนื้อหาจากหลาย ๆ… LinkedIn เอาจริง! สั่งทุบ Reach โพสต์ เทคโนโลยีLinkedIn เอาจริง! สั่งทุบ Reach โพสต์ “AI Slop” แฉหมดเปลือกเทคนิคเขียนยังไงให้รอด ไม่โดนปิดกั้นเคยเป็นไหม? ช่วงหลัง ๆ มานี้เปิด LinkedIn ขึ้นมาทีไร ไถฟีดไปทางไหนก็เจอแต่โพสต์หน้าตาคล้าย ๆ กันไปหมด ประโยคเปิดหัวดูดี มีการจัดช่องไฟสวยงาม มี Bullet Point สรุปเป็นข้อ ๆ… ลดพื้นที่ Gmail เหลือ 5GB ถาวร เทคโนโลยีอย่าเพิ่งตกใจ! Google ยังไม่ลดพื้นที่ Gmail เหลือ 5GB ถาวร แค่แอบทดสอบเงื่อนไขใหม่สำหรับไอดีใหม่บางกลุ่มช่วงนี้ใครที่ไถฟีดโซเชียลบ่อย ๆ น่าจะผ่านตากับข่าวลือหนาหูที่ทำเอาเสียวสันหลังวาบว่า “Google กำลังจะปรับลดพื้นที่ Gmail ฟรีจาก 15GB เหลือแค่ 5GB” จนหลายคนเริ่มกังวลว่า ต่อไปนี้จะใช้งานอีเมล ลิงก์เก็บข้อมูล หรือสำรองรูปภาพกันลำบากขึ้นหรือเปล่า? แต่ช้าก่อนครับ! จากข้อมูลล่าสุดที่มีการอัปเดตออกมา… X เปิดตัว Grok Model ใหม่ที่เร็วกว่า พร้อมปุ่ม ‘Grok’ สุดล้ำ เทคโนโลยีX สั่งเบรก Grok! เลิกรับแต่งรูปคนจริงเป็น “ชุดบิกินี” ตัดไฟต้นลมดราม่า AI คุกคามทางเพศเปิดศักราชปี 2026 มาไม่ทันไร วงการ AI ก็ร้อนเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อ Grok แชตบอทตัวแรงของ xAI บนแพลตฟอร์ม X (หรือ Twitter เดิม) ถูกปรับลดเขี้ยวเล็บลงอย่างกะทันหัน…
กำลังโหลด…
MORE

บทความที่เกี่ยวข้อง