การทำสมาธิ

การที่เรามีสมาธิทำให้เรามีสติและสามารถตั้งใจทำอะไรก็มักจะประสบกับความสำเร็จ ดังนั้นเป็นผลให้เกิดความสุขตามมาด้วย ผมหยิบยกเรื่องราวของการทำสมาธิเพื่อความสุขมาฝากชาวไอทีเมามันส์กันครับ อันดับแรกมาดูขั้นตอนการทำสมาธิแบบง่ายๆกันก่อนเลย..

วิธีฝึกนั่งสมาธิแบบง่าย

  1. จัดท่าทางให้ถูกต้อง จริงอยู่ว่าใคร ๆ ก็นั่งขัดสมาธิ เพื่อนั่งสมาธิได้ แต่การนั่งที่ถูกต้อง คือ คุณต้องแน่ใจว่าคุณนั่งตัวตรง หัวตรง นั่นเพราะร่างกายของเราสัมพันธ์กับจิตใจค่ะ หากคุณนั่งตัวงอแล้วละก็ จิตใจของคุณก็จะล่องลอยไป ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนะคะ แต่ไม่ต้องนั่งเกร็งมาก ให้นั่งเหมือนเรากำลังผ่อนคลายดีที่สุด
  2. เปิดตานั่งสมาธิ บางครั้งการนั่งสมาธิ ไม่จำเป็นต้องหลับตาเสมอไป คุณสามารถเปิดตาไว้ แต่ปรับระดับสายตาให้มองต่ำลง โดยกำหนดจุดให้เพ่งรวบรวมสมาธิไว้ เพราะบางคนเมื่อปิดตาแล้วกลับรู้สึกฟุ้งซ่าน ในหัวสมองเต็มไปด้วยเรื่องราวต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าวิธีใดทำแล้วได้ผลมากกว่ากัน
  3. กำหนดรู้ลมหายใจ การกำหนดลมหายใจเข้า-ออก เป็นการกำหนดที่ตั้งของสติ เพื่อให้จิตเราอยู่กับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ฟุ้งซ่านไปเรื่องอื่น ๆ แต่เราไม่จำเป็นต้องไปบังคับการหายใจ แค่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ
  4. นับลมหายใจเข้า-ออก การนับลมหายใจเข้าออก เป็นวิธีปฏิบัติสมาธิมาตั้งแต่โบราณ โดยเมื่อคุณหายใจออกก็ให้คุณเริ่มนับหนึ่งในใจ ต่อไปก็เป็นสองสามสี่ตามลำดับ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกว่าความคิดของคุณกำลังล่องลอยออกไปที่อื่น ให้คุณกลับมาตั้งต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง เพื่อให้คุณนำจิตกลับมาที่เดิม
  5. ควบคุมความคิดไม่ให้เข้ามารบกวน เมื่อคุณรู้สึกว่าคุณกำลังมีความ คิดเข้ามารบกวนจิตใจ ค่อย ๆ ขจัดความคิดเหล่านี้ออกไป โดยหันมาสนใจกับการกำหนดลมหายใจ อย่าพยายามหยุดความคิดในทันที เพราะมันจะทำให้คุณฟุ้งซ่านและไม่สามารถกลับเข้าสู่สมาธิได้อีก
  6. กำจัดอารมณ์ให้หมดสิ้น มันเป็นการยากที่จะนั่งสมาธิในขณะที่จิตของคุณเต็มไปด้วยอารมณ์ เพราะอารมณ์จะทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ในจิตใจ โดยเฉพาะอารมณ์โกรธ กลัว เสียใจ ซึ่งไม่ได้ทำให้คุณอยู่กับปัจจุบัน หรืออยู่กับสิ่งที่เป็นในตอนนี้เลย ให้คุณจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นนี้โดยกำหนดลมหายใจไปที่ความรู้สึกของร่างกายที่ควบคุมอารมณ์ส่วนนั้น เพราะจะทำให้คุณไม่คิดถึงเรื่องราวที่ทำให้คุณกลัว หรือโกรธอีก แต่หันมาเพ่งกับสิ่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้แทน
  7. ความเงียบบ่อเกิดแห่งความสงบ มันเป็นการยากที่จะนั่งสมาธิในขณะที่จิตของคุณเต็มไปด้วยอารมณ์ เพราะอารมณ์จะทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ในจิตใจ โดยเฉพาะอารมณ์โกรธ กลัว เสียใจ ซึ่งไม่ได้ทำให้คุณอยู่กับปัจจุบัน หรืออยู่กับสิ่งที่เป็นในตอนนี้เลย ให้คุณจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นนี้โดยกำหนดลมหายใจไปที่ความรู้สึกของร่างกายที่ควบคุมอารมณ์ส่วนนั้น เพราะจะทำให้คุณไม่คิดถึงเรื่องราวที่ทำให้คุณกลัว หรือโกรธอีก แต่หันมาเพ่งกับสิ่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้แทน
  8. ความเงียบบ่อเกิดแห่งความสงบ การนั่งสมาธิควรจะนั่งในที่เงียบ ๆ เพื่อทำจิตให้ว่าง ไม่ใส่ใจถึงบุคคล เสียง หรือสิ่งอื่นที่อยู่โดยรอบ เพราะความเงียบจะนำมาซึ่งความสงบเยือกเย็น และความรู้สึกมั่นคง เมื่อไหร่ก็ตามที่ความเงียบภายนอกและภายในประสานกันได้ คุณก็จะรู้สึกได้พักกายพักใจ ผ่อนคลายจากความคิดที่รบกวนคุณอยู่ตลอดมา
  9. เวลาในการนั่งสมาธิ เมื่อเริ่มต้นนั่งสมาธิใหม่ ๆ คุณอาจจะลองนั่งก่อนประมาณสัก 10 นาที และจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าจิตคุณเริ่มนิ่งมากขึ้น แต่อย่าบังคับตัวเองให้นั่งนานเกินไปหากคุณยังไม่พร้อม ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เหมาะ คือประมาณ 25 นาที เพราะเป็นระยะเวลาที่ไม่ทำให้รู้สึกปวดเมื่อยร่างกายเกินไปจนรบกวนสมาธิได้
  10. สถานที่ในการนั่งสมาธิ สถานที่และบรรยากาศก็ช่วยให้คุณทำสมาธิได้ดีขึ้น ซึ่งการนั่งสมาธิในห้องพระจะช่วยให้จิตใจสงบและรู้สึกเป็นสมาธิมาก หรือคุณอาจจะวางสิ่งเล็ก ๆ ที่คุณชอบ หรือช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายไว้รอบ ๆ ที่คุณนั่งสมาธิก็ได้
  11. มีความสุขไปกับการนั่งสมาธิ คนเราหากทำอะไรแล้วมีความสุข เราก็จะทำมันได้ดี และรู้สึกอยากทำต่อไป ในการนั่งสมาธิก็เช่นกัน หากคุณมีความสุขในการนั่งสมาธิ คุณก็จะรู้สึกผ่อนคลายสบายตัว และอยากจะทำต่อไป จนสามารถทำเป็นกิจวัตรที่ทำทุกวันได้

การทำสมาธิ

สร้างความสุขให้ตนเองด้วยการทำสมาธิ

ความนี้มาพูดถึงหลักการทางวิทยาสาสตร์กันบ้างดีกว่าครับ “ความสุข” เชื่อว่าทุกคนๆ คงต้องการคำนี้ และทุกคนย่อมต้องการให้ตัวความสุขเป็นตัวหลักของเราในสมอง แต่จะทำอย่างไรให้เรามีความสุข นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันมาช้านานว่า คนเราสามารถสร้างความสุขโดยการเพิ่มการเติบโตของสมองที่คิดในเชิงบวก (positive thinking) อริสโตเติลกล่าวว่า “ความสุขขึ้นอยู่กับตัวเราเอง” งานวิจัยใหม่ได้เสนอแนะเพิ่มเติมว่า เป็นไปได้ที่คนเราสามารถสร้างความสุขด้วยการฝึกทำสมาธิ

แน่นอนว่าข้อมูลพื้นฐานที่ทุกคนทราบคือ  ร่างกายเรามีฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ เช่นพึงพอใจ ดีใจ หรือเสียใจ แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ชัดเจนว่า ทำอย่างไรให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนที่ทำให้เรามีความสุข ดังนั้นเพื่อที่จะศึกษาในเชิงลึกมากกว่านี้ นักวิทยาศาสตร์ของมหาลัยเกียวโตได้รับอาสาสมัคร 51 คน เพื่อค้นหาระดับความสุขของพวกเค้าเหล่านั้น และได้สแกนสมองเพื่อหาความแตกต่างในสมองระหว่างความร่าเริง แจ่มใส กับความเศร้าหมอง พวกเค้าได้ค้นพบว่า อาสาสมัครที่มีความสุข สมองที่เรียกว่า precuneus จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าสมองของอาสาสมัครที่มีความเศร้าประมาณ 15% งานวิจัยก่อนหน้าแสดงให้เห็นว่า การทำสมาธิเป็นประจำสามารถเพิ่มพื้นที่ของสมองส่วน precuneus โดย ดร. วาตารุ ซาโต้ กล่าวว่า “ปกติแล้วเมื่อเรามีความสุขเรามักจะกล่าวกันว่า ‘ฉันมีความสุข’ แต่ปัจจุบันเราสามารถรู้ว่าความสุขหมายถึงอะไร อะไรทำให้เรามีความสุข”

ถ้าเราอยากมีความสุข เราก็แค่สร้างสมองส่วน precuneus ให้มีขนาดใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าสมองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเรามีความตั้งใจมากพอ หนึ่งในนั้นคือวิธีการทำสมาธิ

สมาธิ ชาวพุทธทุกคนย่อมรู้จักกันดี แต่คำว่าสมาธิไม่ได้มีความหมายเฉพาะการนั่งขัดสมาธิ นับลมหายใจและจับเวลา 15-20 นาที แต่สมาธิหมายถึงการตั้งมั่น ตั้งใจ เมื่อเรามีความตั้งมั่น ตั้งใจเราจะพุ่งความสนใจ ลมหายใจ ความรู้สึก ประสาทสัมผัสทุกส่วนของร่างกายจะมุ่งไปยังจุดที่เราสนใจ สมอง ณ ตอนนั้นจะมีปริมาณของ คลื่นเบต้าลดลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สมองกำลังประมวลผล จัดเรียงข้อมูล ซึ่งในขั้นตอนนี้ส่งผลดีแก่เราอย่างมากมาย เริ่มจาก การเพิ่มอารมณ์เชิงบวก ทำให้สมองส่วน precuneus มีขนาดใหญ่ ส่งผลให้เรามีความสุข และการเพิ่มขึ้นของสมองส่วน hippocampus ทำให้มีความจำดี นอกจากนี้ข้อดีในการทำสมาธิคือ ลดความกังวล ความเครียด เนื่องจากการทำสมาธิทำให้ลดการเชื่อมต่อของวิถีประสาท ซึ่งเหมือนจะเป็นข้อเสียแต่ที่จริงแล้วกลับเป็นข้อดี โดยในสมองจะประกอบด้วยส่วนที่เรียกว่า medial prefrontal cortex ซึ่งเป็นส่วนที่ประมวลผลข้อมูล ประสบการณ์ของเรา โดยปกติแล้ววิถีประสาทจากระบบร่างกายและสมองส่วนนี้ค่องข้างแข็งแรง ดังนั้นเมื่อเราได้รับประสบการณ์ที่ทำให้เกิดความกลัว ความกังวล สมองจะได้รับผลกระทบมากส่งผลให้เรารู้สึกกลัวมากในทันที แต่เมื่อเรานั่งสมาธีทำให้ลดการเชื่อมต่อ ดังนั้นเมื่อเราเกิดความกลัว ความกังวล เราสามารถที่จะมีเวลาจัดการและพิจารณาความกลัวนั้นอย่างมีเหตุผล

เอาละครับคราวนี้สำหรับใครที่กำลังมองหาความสุขแบบง่ายๆ ก็ลองนั่งสมาธิกันดูนะครับ ความสุขเล็กๆที่คุณสร้างขึ้นมาได้ อาจจะช่วยให้คุณทำงานได้ดีขึ้นด้วยลองทำกันดูนะครับ

Reference

  • สร้างความสุขให้ตนเองด้วยการทำสมาธิเพื่อเปลี่ยนแปลงสมอง at vcharkarn
  • 10 วิธีฝึกสมาธิง่าย ๆ at kapook
  • buddhist-meditation-woman-girl-wat at pixabay
  • candle-meditation-hand-keep-heat at pixabay

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้