ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยยอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียนใหม่ทุกประเภท ในเขตกทม./ปริมณฑลในไตรมาส 1/2554มีประมาณ 19,200 หน่วย ลดลงง 48 %เทียบกับช่วงไตรมาส 4 /2553ที่มีสูงถึง 36,600 หน่วย และลดลง 39 % เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 1/2553ที่มีประมาณ 31,200 หน่วย นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส.)เปิดเผยถึงข้อมูลที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในเขตกรุงเทมหากน คร(กทม.) และปริมณฑล 5 จังหวัด (นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม)  สำหรับไตรมาสแรก ปี 2554 (มกราคม – มีนาคม) พบว่ามีจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทุกประเภทรวมกัน ประมาณ 19,200 หน่วย ลดลงมากถึง 48% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ซึ่งมีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ประมาณ 36,600 หน่วย และลดลง39% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีประมาณ 31,200 หน่วย จากจำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทั้งหมดใน ไตรมาสแรก แบ่งเป็นเดือนมกราคมประมาณ 8,900 หน่วย เดือนกุมภาพันธ์ประมาณ 4,500 หน่วย และเดือนมีนาคมอีกประมาณ 5,800 หน่วย แยกพื้นที่เป็นเขตกรุงเทพฯ ประมาณ 10,600 หน่วย และ 5 จังหวัดปริมณฑลรวมกันประมาณ 8,600 หน่วย แสดงว่าหน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในกรุงเทพฯลดลงรุนแรงมากถึงประมาณ 61 % แต่ในปริมณฑลลดลงไม่มากนักคือเพียง  7 % โดยแยกประเภทหน่วยที่อยู่ อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่าเป็นหน่วยห้องชุดประมาณ 6,000 หน่วย คิดเป็น 31% ของหน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียนทั้งหมด  สำหรับบ้านเดี่ยวสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่มีประมาณ 8,900 หน่วย คิดเป็น46% ของหน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียนทั้งหมด  ทาวน์เฮาส์มีประมาณ 3,000 หน่วย คิดเป็น 16 %ของหน่วยสร้างเสร็จจดทะเบียนทั้งหมด  ส่วนที่อยู่อาศัยประเภทอื่นมีจำนวนหน่วยน้อย คือ อาคารพาณิชย์มีประมาณ 700 หน่วย และบ้านแฝดมีประมาณ 600 หน่วย สำหรับพื้นที่ซึ่งมีที่อยู่อาศัยแนวราบสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่มากที่ สุดในไตรมาสแรกของปี 2554 คือเขตสายไหม อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางบัวทอง อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี และอำเภอเมืองปทุมธานี ตามลำดับ ขณะที่พื้นที่ซึ่งมีห้องชุดคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่มากที่สุดใน ไตรมาสแรก ของปี 2554 คือ เขตห้วยขวาง อำเภอเมืองนนทบุรี เขตคันนายาว อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และเขตคลองสาน ตามลำดับ ทั้งนี้ หลังจากหมดมาตรการกระตุ้นการซื้อขายรอบที่แล้ว ตามมาด้วยมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อผ่าน Loan-to-Value Ratio ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีนี้ ทำให้ความจำเป็นที่ผู้ประกอบการจะต้องเร่งสร้างบ้านจัดสรรหรืออาคารชุดให้ แล้วเสร็จให้ทันการโอนกรรมสิทธิ์นั้นลดลง โดยเฉพาะในส่วนของอาคารชุดซึ่งลดลงมากในไตรมาสแรก และเนื่องจากอาคารชุดส่วนใหญ่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ จึงทำให้จำนวนหน่วยรวมในเขตกรุงเทพฯ ลดลงมากเช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้