ช่วงโควิด 19 ระบาด มนุษยชาติลดการปล่อยคาร์บอนสู่อากาศได้มหาศาล

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งกับเรื่องราวที่น่าสนใจด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่ากิจกรรมของมนุษย์ที่พร้อมใจกันลดปริมาณก๊าซคาร์บอนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลลงอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดของโควิด ทั้งหยุดเดินทาง ปิดโรงงานอุตสาหกรรมและอื่นๆ คาดว่าช่วยลดการใช้น้ำมันลงกว่า 1,000 ล้านบาร์เรล ลดการใช้ก๊าซธรรมชาติกว่า 1 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร และถ่านหินกว่า 1 ล้านตันส่งผลให้คาร์บอนในอากาศของโลกเราลดลงอย่างรวดเร็ว  

ผลจากการที่โควิด 19 ทำให้มนุษยชาติต้องกักตัวลดกิจกรรมต่างๆ ทั่วโลกส่งดีต่อสิ่งแวดล้อมสรุปได้ดังนี้ 

1. นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าส่งผลให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจากทั่วโลก (Carbon Emission) ซึ่งมีการประมาณการว่าอาจจะลดลงถึง 2,500 ล้านตัน หรือคิดเป็น 5%

2. Dr Fatih Birol หัวหน้า International Energy Agency กล่าวว่า การลดใช้พลังงานฟอสซิลลงในช่วงการระบาดไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีนัก เพราะเป็นช่วงสภาวะเศรษฐกิจถดถอย (ไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือมีน้อยมาก) ประชาชนต้องถูกจำกัดให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้ลดลงจากผลพวงการดำเนินนโยบายของรัฐบาลต่างๆ ที่ถูกต้องหรือลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

3. นักวิเคราะห์ คาดการณ์ด้วยว่า ปริมาณความต้องการน้ำมันดิบจะลดลงเฉลี่ยถึง 11 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ คิดเป็นทั้งหมด 4,000 ล้านบาร์เรล ซึ่งเท่ากับลดการสร้างคาร์บอนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ 1,800 ล้านตัน

4. ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าและอุตสาหกรรมลดลง ความต้องการของก๊าซธรรมชาติและถ่านหินลดลง 2.3% เท่ากับลดคาร์บอน 200 ล้านตัน และ 500 ล้านตันตามลำดับ จากครั้งสุดท้ายที่การใช้น้ำมันลดลง คือช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2551-2552 แต่ปีนี้ ผลจากไวรัสโคโรนาอาจมากกว่าปี 2551 ถึง 5 เท่า

5. ความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกชะงัก ซึ่งในภาวะปกติจะมีเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ประมาณ 99,700 เที่ยวต่อวัน แต่โควิดทำให้ปริมาณเที่ยวบินลดลงเกือบ 1 ใน 4 ของปี

6. รถยนต์บนท้องถนนที่มีจำนวนน้อยลงจะลดลงตามความต้องการน้ำมันเบนซินและดีเซลลงเฉลี่ย 9.4% ต่อปี ทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงในปี 2563 โดยเฉลี่ย 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน

7. หากโควิดหายไป นักวิเคราะห์คาดว่าความต้องการน้ำมันจะกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี ส่วนภาคพลังงานของจีนอาจจะกลับมาฟื้นตัวในเดือน พ.ค. หลังจากการแพร่ระบาด 4 เดือนที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติเร็วที่สุดภายในเดือน ก.ย.นี้

8. หัวหน้า International Energy Agency กล่าวว่า จากวิกฤตครั้งนี้บอกกับมนุษย์บนโลกว่า ทุกกิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะโลกร้อน ต่อจากนี้ไปควรมีการทบทวนกันใหม่โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และที่สำคัญรัฐบาลประเทศต่างๆ ต้องร่วมมือกันทบทวนการใช้แหล่งพลังงานสะอาดเพื่อทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเร่งด่วนด้วย

และนี่ก็คือข่าวที่น่าสนใจที่เราอยากจะมาแจ้งให้เพื่อนๆ ได้ทราบในครั้งนี้ เมื่อคำนวณแล้วจะเห็นได้ว่าหากมนุษย์หยุดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้ 3 เดือนจะช่วยลดคาร์บอนในอากาศได้ถึง 2,500 ล้านตัน ดังนั้นในอนาคตจึงอยากแนะนำให้มนุษยชาติเร่งพัฒนาพลังงานสะอาด 

ที่มา 

อัพเดท! ก่อนใคร

เรื่องราวเจ๋งๆ ล้ำๆ สดใหม่ถึงคุณโดยตรงเพียงแค่กรอก Email ไว้เท่านั้น

This field is required.

รายละเอียดเงื่อนไขที่ privacy policy.

Hot this 48 hr.

ความหมายของไพ่ยิปซี ไพ่ทาโรต์ ไพ่ชุดเมเจอร์และไพ่ชุดไมเนอร์ อาร์คานา

ไพ่ทาโรต์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ไพ่ชุดเมเจอร์ อาร์คานา มี 22...

เมื่อ OpenAI มอง “ความสัมพันธ์มนุษย์-AI” สูงส่งเกินจริง แต่ผู้คนอินกับแชทบอทไปไกลแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับ AI ไม่ได้เป็นเรื่องอนาคตอีกต่อไป—มันเกิดขึ้นตรงหน้า OpenAI เพิ่งโพสต์บล็อกโดย Joanne Jang ชี้แจงว่าบริษัทกำลังออกแบบโมเดลให้ “ดูอบอุ่นแต่ไม่แกล้งทำเป็นมีจิตวิญญาณ”...

“ทรัมป์” บ่น “จีนไม่ง่าย” เจรจาการค้ารอบใหม่ที่ลอนดอน ลุ้นคลายสงครามภาษีและแร่หายาก

การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ลอนดอนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 (ตามเวลาไทย) จบวันแรกไปแบบไม่มีประกาศชัยชนะ แต่ก็ยังไม่ถึงทางตัน —...

นิยายอีโรติก แชร์ทริค อ่านฟรี ปลดล็อกความเร่าร้อนที่คุณต้องลองสัมผัส!

นิยายอีโรติก นิยายที่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวความรักทั่วไป แต่สอดแทรกเนื้อหาความชิดใกล้แสนแนบแน่น ความผูกพันของพันธะแห่งความใคร่ และการสำรวจร่างกายอย่างลึกซึ้ง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเสน่ห์อันเร่าร้อน พร้อมแนะนำเทคนิคการหา นิยายอีโรติก อ่านฟรี ...

สำรวจวัฒนธรรมเนโอลิธิค: จุดเปลี่ยนของชีวิตมนุษย์และวิวัฒนาการทางสังคม

ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มนุษย์ยังอยู่ในช่วงของการล่าลานและการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากธรรมชาติ วัฒนธรรมเนโอลิธิคถือเป็นยุคที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์เริ่มทดลองเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจากการอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่พึ่งพาธรรมชาติ มาสู่การตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบ ซึ่งเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและทัศนคติของมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง ในยุคเนโอลิธิค ผู้คนเริ่มมีความรู้ในด้านการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการปฏิวัติทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง สิ่งที่เกิดขึ้นในยุคนั้นไม่เพียงแต่เป็นการหันมาใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น...

Topics

TikTok x Cameo: เขย่าวงการครีเอเตอร์! สั่งคลิปอวยพร-เรียกชื่อได้จบในแอปเดียว ไม่ต้องวาร์ปไปไหน

ถ้าใครสายไถฟีด TikTok น่าจะเคยเห็นโมเมนต์ที่แฟนคลับอยากให้ครีเอเตอร์คนโปรดช่วยพูดชื่อ อวยพรวันเกิด หรือทำคลิปสั้นๆ ส่งพลังบวกให้เฉพาะตัวใช่ไหมครับ? ล่าสุด TikTok เค้าอัปเกรดเกมนี้ให้เดือดขึ้นไปอีก!...

เจาะลึก Tesla Robotaxi: ไร้คนขับ (เกือบ) 100%? เมื่อ AI ยังต้องสะกิดเรียกมนุษย์มาช่วยรีโมต

ถ้าคุณกำลังจินตนาการว่า Tesla Robotaxi คือรถยนต์ที่ลอยนวลไปตามถนนเมืองหลวงได้เองเหมือนหลุดออกมาจากหนังไซไฟ โดยที่ไม่มีมนุษย์มาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่นิดเดียว ข้อมูลล่าสุดอาจทำให้คุณต้องปรับจูนความคิดใหม่สักหน่อยครับ เพราะความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกมานั้น "ซับซ้อน" และ...

Toyota ยังไม่ยอมแพ้! เจาะเหตุผลทำไม “ไฮโดรเจน” ถึงเป็นไม้ตายที่ค่ายยักษ์ใหญ่ยังถือไว้แน่น

ในยุคที่หันไปทางไหนก็เจอแต่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) วิ่งกันเต็มถนน จนหลายคนแอบคิดในใจว่า Toyota กำลังเดินหลงทางหรือเปล่า? ที่ยังคงดื้อรั้นเข็นเทคโนโลยี Hydrogen Fuel...

Meta เอาใจคนสายตาสั้น! เตรียมส่งแว่น AI รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อ “เลนส์สายตา” โดยเฉพาะ ใส่ตัวเดียวจบ ไม่ต้องง้อคอนแทคเลนส์

ถ้าพูดถึงอุปกรณ์ Wearable ที่เริ่มขยับเข้ามาใกล้ชีวิตประจำวันเรามากขึ้นเรื่อยๆ "แว่นอัจฉริยะ" (Smart Glasses) น่าจะเป็นไอเทมอันดับต้นๆ ที่หลายคนเล็งไว้ครับ แต่ที่ผ่านมาปัญหาใหญ่ของคนสายตาสั้นหรือสายตายาวคือ...

Related Articles

Popular Categories

spot_img