ตลาดโรงแรม,คอลลิเออร์ส ตลาดโรงแรมใน กรุงเทพของคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยฉบับล่าสุดระบุว่ายอดรวมตลาดโรงแรมในกรุงเทพพุ่งฉลุยในช่วงสูงสุด ของไตรมาสที่ 1 ในปี 2554 ส่งสัญญาณว่า วิกฤตการณ์ในปีก่อนนั้นได้ผ่านพ้นไปเกือบหมดแล้ว นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทคอลลิเออร์สฯ ให้ความเห็นว่าอัตราการเข้าพักในไตรมาสที่ 1 พุ่งแรงกลับสู่ระดับใกล้เคียง กับไตรมาสแรกของปี 2553  “เห็นได้ชัดว่ายอดจองระยะยาวกลับมาแล้ว อาจกล่าวได้ว่าธุรกิจกลับคืนสู่ภาวะปกติ” นายปฏิมากล่าว แต่นายปฏิมาเตือนเกี่ยวกับอุปทานในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดระดับบนและระดับหรูหรา ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงแรมต้องระมัดระวังตัว “ผู้ประกอบการยังคงสร้างโรงแรมระดับบนและหรูหราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหมายความว่าการท่องเที่ยวยังคงต้องเติบโตในระดับนี้เพื่อรองรับอุปทาน ใหม่” รายงานฉบับนี้คาดการณ์ว่าในช่วงสองปีข้างหน้า อุปทานตลาดกลุ่มบน/หรูหราจะเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 6,000 ห้อง ด้านนายฌอง มาร์ค การ์เร็ต ผู้อำนวยการฝ่ายโรงแรมของคอลลิเออร์สฯกล่าวชมว่า ประเทศไทยมีคุณสมบัติโดดเด่นในการฟื้นตัวหลังวิกฤติ นายฌองเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า “ผลแห่งสิเน่หา” เนื่องจากนักท่องเที่ยวคุ้นเคยกับการเที่ยวในประเทศไทยและไม่ค่อยหวั่นวิตก กับเหตุการณ์ประเภทนี้นักเพราะความเคยชิน “ในบางประเทศ ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าตลาดท่องเที่ยวจะฟื้นตัวจากเหตุร้าย ดูอย่างบาหลีต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าสถานการณ์จะกลับเป็นปรกติหลังจาก เหตุการณ์วางระเบิด” นายฌองชี้ และเน้นว่าประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาซ้ำถึงประมาณ 60% ซึ่งจัดว่าสูงทีเดียวเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ  “สำหรับประเทศไทย ใครๆ ก็รู้ว่าความจริงไม่เหมือนในข่าว แค่ไม่กี่เดือนนักท่องเที่ยวก็กลับมา” นายฌองย้ำ ส่วนนายแอนโทนี พิคอน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คาดการณ์แนวโน้มตลาดกรุงเทพอย่างระมัดระวังมากกว่า เพราะการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น “เวียดนาม กัมพูชา ลาวและพม่าแข็งแกร่งขึ้น ยอดนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 60% ของประเทศไทย” นายแอนโทนีเป็นห่วงว่า กรุงเทพตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะอยู่ตรงกลางระหว่างโฮจิมินห์ซิตี้ ย่างกุ้ง พนมเปญซึ่งมีจุดดึงดูดมากกว่าเนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ กับเมืองท่องเที่ยวที่เก่าแก่กว่าอย่างสิงคโปร์กับฮ่องกงซึ่งพยายามรักษา ความแปลกใหม่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว “กรุงเทพและประเทศไทยต้องทำเช่นเดียวกัน อย่าขายแค่ความเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและช้างอย่างเดียว” นายแอนโทนีเตือน ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2554 อุปทานในตลาดบน/หรูหราของกรุงเทพเพิ่มขึ้นรวม 75 ห้องจากศิวาเทล กรุงเทพ ในเขตศูนย์กลางธุรกิจฝั่งเหนือ ซึ่งเป็นโรงแรมเดียวที่เปิดใหม่ในไตรมาสนี้ จำนวนห้องรวมในตลาดบน/หรูเมื่อสิ้นสุดไตรมาสที่ 1 ของปี 2554 อยู่ที่กว่า 15,100 ห้อง อัตาราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมระดับบน และระดับหรูหรา ระหว่างไตรมาสที่ 1 ปี2552 – ไตรมาสที่ 1 ปี2554 อัตราผู้เข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 จนถึงไตรมาสที่ 4 ของปี 2553 และต่อเนื่องมาถึงไตรมาสที่ 1 ของปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของกรุงเทพ อัตราการเข้าพักในกลุ่มตลาดระดับหรูตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ของปี 2554 ถึงไตรมาสที่ 1 ของปี 2554 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากหกสิบเปอร์เซ็นต์กลางๆ มาเป็นเจ็ดสิบปลายๆ  แต่ในกลุ่มตลาดระดับบน อัตราการเข้าพักลดลงเล็กน้อยเพียงไม่กี่จุด รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักแบ่งตามระดับ ระหว่างไตรมาสที่ 1 ปี2553 – ไตรมาสที่ 1 ปี2554 การเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อห้องในตลาดบน ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2554 นั้นมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพัก ในขณะตัวเลขอัตราการเข้าพักในระดับหรูจะลดลงเล็กน้อย โดยมีสาเหตุเนื่องมาจากอัตราการเข้าพักในห้องที่มีราคาสูงกว่านั้นมีการยก เลิกการจองมากกว่าห้องพักที่มีราคาต่ำ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีก่อน รายได้ต่อห้องตกลงมากเนื่องจากราคาค่าห้องพักของในกลุ่มตลาดระดับหรูลดลงและ ระดับบนอยู่ในระดับคงที่

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้