ไม่ทราบว่าชาวไอทีเมามันส์ทานน้ำอัดลมกันบ่อยไหม? ถ้าบ่อยแล้วละก็ลองมาอ่านเรื่องราวของน้ำอัดลมกันดูนะครับ ข้อแตกต่างของการกินน้ำหวานหรือน้ำตาลที่ปรุงแต่ง เทียบกับน้ำตาลที่ได้จากธรรมชาติ คือการที่เราดื่มน้ำผลไม้คั้นแยกกาก หรือดื่มเครื่องดื่มหวานๆ เช่น น้ำหวาน หรือน้ำอัดลม จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วกว่าเมื่อเทียบกับการกินผลไม้ทั้งผล เนื่องจากการกินผลไม้สดนั้น จะมีส่วนของใยอาหารซึ่งจะเป็นตัวชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้ช้าลง

บางคนอาจคิดว่า ดื่มน้ำผลไม้แทนดีกว่ามีประโยชน์ แต่แท้จริงแล้วการดื่มน้ำผลไม้ 1 แก้ว มีคุณค่าทางอาหารน้อยกว่ากินผลไม้สดมาก เพราะน้ำผลไม้ไม่ได้ใยอาหาร วิตามิน และเกลือแร่ก็จะสูญเสียไปในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนั้น หากขั้นตอนการ เตรียมไม่ถูกหลักอนามัย อาจจะได้รับเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดอาการติดเชื้อในทางเดินอาหารได้

อันตรายจากน้ำอัดลม

  • ทำให้กระดูกพรุน ฟันผุ ทั้งนี้เพราะในน้ำอัดลมีกรดฟอสฟอริกซึ่งเกิดจากฟอสฟอรัสจากกำมะถัน ในเลือดของคนเรานั้นมีสัดสัดที่ต้องการแคลเซียม 2 ต่อ ฟอสฟอรัส 1 และเมื่อเราดื่มน้ำอัดลมมากเกินไปจะทำให้เลือดของเรามีปริมาณฟอสฟอรัสมากเกินไปทำให้เกิดการเสียสมดุลทำให้ร่างกายจะต้องไปดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ เมื่อกระดูกขาดแคลเซียมไปจึงทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้คาเฟอีนที่อยู่ในน้ำอัดลมนั้นทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้นจึงทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมจากการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น
  • โรคอ้วน  ปริมาณน้ำตาลที่เราควรรับประทานต่อวันคือ 24 กรัม แต่ในน้ำอัดลม1 กระป๋องมีน้ำตาลมากถึง 30 กรัม เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำอัดลมมากเกินไปอาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพเพราะได้รับปริมาณน้ำตาลเข้าไปในร่างกายมากเกินไปซึ่งอาจจะทำให้เป็นโรคอ้วน เบาหวาน  ดังนั้นควรลดการดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำหวานให้น้อยลงเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของคุณ
  • กรดคาร์บอนิกในน้ำอัดลม ซึ่งเป็นกรดที่ทำให้น้ำอัดลมมีฟอง ซ่า กรดคาร์บอนิกนั้นสามารถย่อยมีฤทธิ์กัดกร่อยย่อยสลายหินปูนได้ ฉะนั้นกรดคาร์บอนิกจึงสามารถทำให้ฟันผุและกระดูกพรุนได้เช่นกัน
  • นอนไม่หลับ ใจสั่น มือสั่น เนื่องจากฤทธิ์ของคาเฟอีนที่เป็นองค์ประกอบในน้ำอัดลมไปกระตุ้นระบบประสาทนั่นเอง
  • ท้องอืด ปวดท้อง แน่นท้อง เป็นโรคกระเพาะ

การจะลดบริโภคน้ำตาลนั้น ง่ายที่สุด คือ ลดปริมาณ หรือที่ถูก คือ เลิกดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้คั้นแยกกาก ชาเขียวรสน้ำผึ้ง นมรสหวาน หรือแม้แต่นมเปรี้ยว ซึ่งมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบมาก เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้ 1 แก้ว จะให้พลังงานสูงในเวลาอันรวดเร็ว แต่ไม่ทำให้รู้สึกอิ่ม จึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่เป็นเบาหวานก็จะควบคุมระดับน้ำตาลได้ยากกว่า

อย่าลืมว่า ผลไม้สดทุกชนิดกินแต่พอดีจะมีประโยชน์มาก แต่หากกินมากเกินไป อาทิ ทุเรียน มะม่วงสุกแถมข้าวเหนียว จะได้คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลมากเกินไปได้ ดังนั้น ทางสายกลาง ดีที่สุด

ไม่กินน้ำตาลแล้วกินน้ำผึ้งแทนดีหรือไม่ รวมทั้งเครื่องดื่มหวานที่ข้างขวดเขียนว่าไม่มีน้ำตาล ไขมัน 0% และไม่มีคอเลสเตอรอล จริงๆ คือ ไม่มีกลูโคส แต่มีฟรุกโตส ขอบอกว่า “น้ำผึ้ง” มีคุณสมบัติคล้ายน้ำเชื่อม แต่มีข้อดีกว่าตรงที่มีสาร อาหารอื่นๆ อาทิ โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ แต่องค์ประกอบหลักประมาณ 80% ของน้ำผึ้งคือน้ำตาล

ในแง่ของพลังงานที่ได้รับ หรือความอ้วนที่จะเกิดขึ้นนั้น ไม่แตกต่างกันระหว่างน้ำผึ้งกับน้ำเชื่อมทั่วไป แต่ฟรุกโตสหวานกว่ากลูโคสประมาณ 1.3 เท่า ดังนั้น ถ้าอยากใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาลต้องลดปริมาณการเติม

ทั้งหมดเหล่านี้ เป็นเรื่องของความหวานที่เป็นหวานเพชฌฆาต ภัยเงียบ ที่สร้างผลเสียกับสุขภาพคนไทย เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้และต้องระวัง เพื่อไม่ให้ความหวานมาทำร้ายเราได้

เอาละครับคราวนี้พอจะกลัวๆน้ำอัดลมกันไหมครับ เมื่อก่อนผมก็ท่านบ่อยนะครับ แต่ตอนนี้ลดลดเยอะเลยครับนานๆ ถึงจะทาน อย่างว่าละครับจะให้เลิกทันทีคงเป็นไปไม่ได้นะครับจริงไหมครับชาวไอทีเมามันส์..

 

2 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้