Wednesday, January 28, 2026
27.8 C
Bangkok

บิ๊กไรมอนแลนด์ เปิดแผนผุดคอนโดมิเนียมเขาพระตำหนัก

คิงดอม พร็อพเพอร์ตี้ นายไนเจิล คอร์นิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิงดอม พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด อดีตผู้บริหารบริษัท ไรมอนด์แลนด์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงแผนการขยายธุรกิจ ภายหลังจากที่ตนเข้าไปซื้อหุ้นในบริษัท คิงดอมฯเมื่อปี 2553 ด้วยการร่วมทุนกับนางรัชนีพร วานิชอังกูร และเมื่อต้นปี 2555 ได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 5 ล้านบาท เป็น 240 ล้านบาท(ชำระเต็ม) และปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ โดยตนถือหุ้นสัดส่วน 49% และมีกลุ่มนักธุรกิจโรงแรมและอสังหาฯในพัทยา ถือหุ้นในสัดส่วน 31% และนายวีระ ศิริโรจน์จรัส ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจบริษัท คิงดอมฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 20% แผนการลงทุนนั้น บริษัทจะเน้นการลงทุนในแถบอีสเทิร์นซีบอร์ด จะเปิดปีละ 1-2 โครงการ มูลค่าโครงการไม่ต่ำกว่า 500-1,000 ล้านบาท เนื่องจาก มองว่าทำเลดังกล่าวมีศักยภาพในการเติบโตด้านอสังหาริมทรัพย์ และยิ่งหลังเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้โรงงานหลายแห่งย้ายเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงนักลงทุนญี่ปุ่น ย้ายโรงงานเข้ามาไทยหลังเกิดสึนามิ รวมถึงการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( AEC) ปัจจัยสำคัญผลักดันให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในพัทยาและอีสเทิร์น ซีบอร์ด เพิ่มมากขึ้นอีก บิ๊กไรมอนแลนด์ นายคอร์นิค ย้ำว่า แผนลงทุนทั้งสองโครงการดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากมองว่าความต้องการ และกำลังซื้อในตลาดที่อยู่อาศัยที่พัทยา มีค่อนข้างสูง ซึ่งมาจากทั้งกำลังซื้อคนไทย จากตลาดในประเทศและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในภาคกลางและกรุงเทพฯ เมื่อปีที่ผ่านมา ยิ่งทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในพัทยามีเพิ่มขึ้น ในเบื้องต้นบริษัทลงทุนพัฒนาโครงการ เซาท์พอยท์ บริเวณเขาพระตำหนัก พัทยาบนพื้นที่ 4 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม จำนวน 2 อาคาร สูง 20 ชั้นและ 28 ชั้น ขนาด 30-142 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 2-16 ล้านบาท หรือ 6.5 หมื่นบาท/ตารางเมตร รวม 672 ห้อง มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อจากธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) จำนวน 680 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ในระหว่างยื่นการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะได้รับการอนุมัติก่อนการก่อสร้างโครงการในเดือนธันวาคมนี้ โดยจะเปิดพรีเซลในเดือนตุลาคมนี้ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ได้มีนักลงทุนไทยในพัทยา ที่ดำเนินธุรกิจคอนโดฯโลว์ไรส์ สนใจจะซื้ออาคารชุด 20 ชั้นยกเหมาทั้งอาคาร มูลค่าประมาณ 700-800 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 30% ของยอดขาย โดยจะนำมาให้บริการในรูปแบบเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจา จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโครงการคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2558 และคาดจะปิดการขายทั้งโครงการได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน “แม้ว่าจะยังไม่เปิดการขาย แต่ก็มีลูกค้าให้ความสนใจโครงการเป็นจำนวนมาก ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวรัสเซีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และยุโรป” นายไนเจิล กล่าวต่อว่า ในอีก 6 เดือนข้างหน้าบริษัทฯ ยังมีแผนจะร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินย่านกลางเมืองพัทยา ก่อตั้งบริษัทใหม่ นำโครงการที่พัฒนาอยู่ในปัจจุบันคือโรงแรมและรีเทล บนพื้นที่ 23 ไร่ มาปรับปรุงและพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส จำนวน 3 เฟส รวมมูลค่า 6,500 ล้านบาท โดยเฟสแรกจะพัฒนาในรูปแบบของรีเทล มูลค่า 500 ล้านบาท, เฟสที่ 2 พัฒนาเป็นรีเทลและเอนเตอร์เทนเมนต์ ส่วนเฟสที่ 3 จะพัฒนาเป็นโรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ความคืบหน้าขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ และคาดว่าเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในไตรมาส 1 ปีหน้า โดยทั้ง 3 เฟสจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี

อัพเดท! ก่อนใคร

เรื่องราวเจ๋งๆ ล้ำๆ สดใหม่ถึงคุณโดยตรงเพียงแค่กรอก Email ไว้เท่านั้น

This field is required.

รายละเอียดเงื่อนไขที่ privacy policy.

Hot this 48 hr.

OpenAI เปิดตัวโมเดล o3-pro ใน ChatGPT: แรงขึ้น ฉลาดขึ้น และใกล้มนุษย์มากกว่าเดิม!

OpenAI ประกาศเปิดตัวโมเดลใหม่ล่าสุดในตระกูล GPT อย่าง “o3-pro” สำหรับ ChatGPT โดยเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครที่เป็นแฟนคลับสาย...

iPadOS 26: แท็บเล็ตสาย Mac ที่แท้ทรู — หน้าตาใหม่ Liquid Glass + หน้าต่างยืดหดได้เหมือนคอม

เปิดตัวในงาน WWDC 2025 iPadOS 26 คือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่ทำให้ iPad เข้าใกล้ประสบการณ์บน Mac...

Fidelity และ Goldman มองเห็นโอกาสในหุ้นผู้บริโภคเอเชีย ท่ามกลางสงครามการค้า

ในช่วงที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนทวีความรุนแรงขึ้น นักลงทุนทั่วโลกต่างมองหาทางเลือกที่ปลอดภัยในการลงทุน Fidelity และ Goldman Sachs ได้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในหุ้นกลุ่มผู้บริโภคในเอเชีย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบน้อยกว่าจากภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้น​ กลุ่มหุ้นผู้บริโภคในเอเชีย...

สำรวจวัฒนธรรมเนโอลิธิค: จุดเปลี่ยนของชีวิตมนุษย์และวิวัฒนาการทางสังคม

ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มนุษย์ยังอยู่ในช่วงของการล่าลานและการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากธรรมชาติ วัฒนธรรมเนโอลิธิคถือเป็นยุคที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์เริ่มทดลองเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจากการอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่พึ่งพาธรรมชาติ มาสู่การตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบ ซึ่งเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและทัศนคติของมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง ในยุคเนโอลิธิค ผู้คนเริ่มมีความรู้ในด้านการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการปฏิวัติทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง สิ่งที่เกิดขึ้นในยุคนั้นไม่เพียงแต่เป็นการหันมาใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น...

Topics

Siri สายเลือด Gemini กำลังจะมา! ลือสนั่น Apple เตรียมเดโมกุมภาพันธ์นี้… สรุปชัดๆ iPhone จะฉลาดขึ้นแค่ไหน?

เตรียมตัวบอกลา Siri คนเดิมที่ชอบตอบว่า "นี่คือสิ่งที่ฉันพบในเว็บ" ได้เลยครับ! เพราะนาทีนี้ข่าวลือที่หนาหูที่สุดในวงการ Tech คือ Apple...

Gmail อินบ็อกซ์แตก! เมลขยะทะลัก-แจ้งเตือนมั่ว Google ยันแก้แล้ว แต่ต้องระวังอะไรบ้าง?

ถ้าเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (24-25 มกราคม 2026) คุณเปิด Gmail ขึ้นมาแล้วรู้สึกอยากจะร้องกรี๊ด เพราะอินบ็อกซ์ที่เคยจัดระเบียบไว้ดิบดีกลับ "เละ"...

เมื่อ GPT-5.2 ดันไปอ้าง Grokipedia ของเฮีย Elon: วงการ AI กำลังพาเราไปเจอ “ความจริง” แบบไหนกันแน่?

กลายเป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออกในวงการ AI ไปซะแล้วครับ เมื่อโมเดลตัวท็อปอย่าง GPT-5.2 ของ OpenAI ที่เราไว้ใจกันนักหนา ดันถูกจับได้ว่าแอบไปคัดลอกหรืออ้างอิงข้อมูลจาก...

25 ปีที่ผ่านมา ทองคำชนะหุ้นขาดลอย! หรือโลกการเงินกำลังโหยหา “โซ่ตรวนทองคำ” (Golden Fetters) เพื่อดึงสติ?

ถ้าให้คุณทายว่ากราฟที่ "แสบ" ที่สุดในโลกการเงินตลอด 25 ปีที่ผ่านมาคืออะไร? หลายคนอาจจะนึกถึงหุ้นเทคโนโลยีพุ่งทะลุฟ้า หรือบิทคอยน์ที่โตหมื่นเท่า แต่บทความล่าสุดจาก Alhambra...

Related Articles

Popular Categories

spot_img