ปิดตำนาน Afeela EV เมื่อฝันสลายของ Sony x Honda
ยานยนต์
ปิดตำนาน Afeela EV เมื่อฝันสลายของ Sony x Honda ทำช็อกวงการรถไฟฟ้าปี 2026

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทำเอาคนรักเทคโนโลยีและสาวกค่ายรถปีกนกต้องจุกอกไปตามๆ กันครับ เมื่อโปรเจกต์รถไฟฟ้าสุดล้ำอย่าง Afeela ที่เป็นการจับมือกันของสองยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นอย่าง Sony และ Honda ภายใต้ชื่อบริษัท Sony Honda Mobility (SHM) ได้ประกาศยุติการพัฒนาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา การประกาศครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลื่อนส่งมอบ แต่มันคือการ “พับสนาม” ปิดโปรเจกต์ทั้ง AFEELA 1…

ปัดขึ้นเพื่ออ่านบทความ
ไม่สนใจ
ชอบ
อ่าน
ยานยนต์

ปิดตำนาน Afeela EV เมื่อฝันสลายของ Sony x Honda ทำช็อกวงการรถไฟฟ้าปี 2026

แชร์ Facebook X
บทความนี้ตรงกับความสนใจของคุณไหม?
ปิดตำนาน Afeela EV เมื่อฝันสลายของ Sony x Honda

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทำเอาคนรักเทคโนโลยีและสาวกค่ายรถปีกนกต้องจุกอกไปตามๆ กันครับ เมื่อโปรเจกต์รถไฟฟ้าสุดล้ำอย่าง Afeela ที่เป็นการจับมือกันของสองยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นอย่าง Sony และ Honda ภายใต้ชื่อบริษัท Sony Honda Mobility (SHM) ได้ประกาศยุติการพัฒนาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา

การประกาศครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลื่อนส่งมอบ แต่มันคือการ “พับสนาม” ปิดโปรเจกต์ทั้ง AFEELA 1 และรถรุ่นที่สองที่กำลังซุ่มพัฒนาอยู่ เรียกว่าเป็นการปิดฉากความหวังที่จะเห็นเครื่องเล่นเกม PS5 เคลื่อนที่ได้บนท้องถนนไปอย่างน่าเสียดาย วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า เกิดอะไรขึ้นกับดีลหยุดโลกนี้ และทำไมรถที่ดูเหมือนจะพร้อมขายอยู่แล้วถึงไปไม่ถึงฝั่งฝัน

จุดเริ่มต้นของความหวัง: เมื่อ “ความบันเทิง” มาเจอกับ “วิศวกรรม”

ย้อนกลับไปตอนที่ Sony และ Honda ประกาศจับมือกันในปี 2022 โลกโซเชียลแทบแตกครับ เพราะนี่คือการรวมตัวที่เพอร์เฟกต์ที่สุดเท่าที่จะคิดได้

  • ฝั่ง Sony: คือเจ้าพ่อด้านซอฟต์แวร์, เซ็นเซอร์กล้องชั้นยอด, และระบบความบันเทิงที่ไม่มีใครเทียบได้
  • ฝั่ง Honda: คือตำนานแห่งโลกยานยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม การผลิต และซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง

เป้าหมายของ Afeela ไม่ใช่แค่การทำรถไฟฟ้าที่วิ่งจากจุด A ไปจุด B แต่พวกเขาต้องการสร้าง “Mobility Tech” หรือพื้นที่อัจฉริยะเคลื่อนที่ได้ ตัวรถ AFEELA 1 ถูกอัดแน่นไปด้วยเซ็นเซอร์ถึง 40 จุดรอบคัน เพื่อระบบขับขี่อัตโนมัติที่แม่นยำ ภายในห้องโดยสารมีหน้าจอยักษ์พาโนรามาที่เชื่อมต่อกับ Ecosystem ของ Sony ทั้งหนัง เพลง และเกม แถมยังมีแผนจะใช้ขุมพลังจากชิป Snapdragon Digital Chassis ของ Qualcomm อีกด้วย

ด้วยราคาค่าตัวที่วางไว้ประมาณ 89,900 ดอลลาร์ (หรือประมาณ 3 ล้านกว่าบาท) มันถูกวางตัวให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Tesla Model S หรือ Lucid Air ซึ่งสเปกที่หลุดออกมาว่าวิ่งได้ไกล 300 ไมล์ (EPA) ก็ถือว่าไม่ได้ขี้เหร่เลยสำหรับรถพรีเมียมยุคใหม่

วันที่ฟ้าผ่าลงกลางโปรเจกต์: ทำไมถึงไปไม่รอด?

คำถามที่ทุกคนสงสัยคือ “ทำไม?” ในเมื่อรถก็เผยโฉมออกมาแล้ว มีการเปิดรับจองใน California ไปแล้วด้วยซ้ำ แต่คำตอบกลับอยู่ที่ “การปรับทัพภายใน” ของฝั่ง Honda เป็นหลักครับ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 Honda ได้ตัดสินใจสังคายนาแผนกลยุทธ์ด้าน EV ของตัวเองใหม่ทั้งหมด เนื่องจากสภาวะตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ทรัพยากรและเทคโนโลยีบางอย่างที่เคยสัญญาว่าจะแบ่งมาให้ Afeela ใช้ กลับถูกดึงกลับไปใช้กับรถรุ่นหลักของ Honda เองเพื่อความอยู่รอด

เมื่อไม่มีฐานวิศวกรรมที่แข็งแกร่งจาก Honda คอยซัพพอร์ต Sony ที่เก่งเรื่องซอฟต์แวร์ก็เหมือน “มีสมองแต่ไม่มีร่างกาย” สุดท้ายทาง SHM เลยต้องออกมายอมรับตรงๆ ว่า มันไม่มีเส้นทางไหนที่จะเข็นรถรุ่นนี้ออกสู่ตลาดได้จริงตามแผนเดิมอีกต่อไป การฝืนเดินหน้าต่ออาจหมายถึงการเผาเงินมหาศาลโดยไม่มีจุดจบ

ตลาด EV ปี 2026: สมรภูมิที่ไม่มีที่ว่างให้คนพลาด

ถ้าเรามองภาพกว้าง ข่าวการปิดตัวของ Afeela สะท้อนให้เห็นว่าปี 2026 คือปีที่โหดหินที่สุดปีหนึ่งของวงการรถไฟฟ้า ข้อมูลจาก Reuters ระบุว่าความต้องการรถ EV ในฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจถดถอยและนโยบายอุดหนุนภาษีที่เริ่มลดน้อยลง

ฝั่ง Honda เองก็เจ็บหนักครับ มีรายงานว่าต้องรับรู้การด้อยค่าของสินทรัพย์ (Impairment loss) สูงถึง 2.5 ล้านล้านเยน (ราว 15.7 พันล้านดอลลาร์) จากการปรับเปลี่ยนแผน EV ครั้งนี้ ซึ่งส่งผลให้บริษัทต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนประจำปีเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 70 ปี นับตั้งแต่จดทะเบียนมา! เมื่อพี่ใหญ่อย่าง Honda หลังพิงฝา โปรเจกต์ที่ดูเหมือนเป็น “ของเล่นคนรวย” อย่าง Afeela จึงต้องถูกตัดทิ้งเป็นอันดับแรกเพื่อรักษาชีวิตรอดของบริษัทแม่

บทเรียนจากยักษ์ใหญ่: จาก Apple ถึง Sony

ความล้มเหลวของ Afeela ย้ำเตือนความจริงที่ว่า “การสร้างรถยนต์หนึ่งคันมันยากกว่าการสร้างสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเกมหลายเท่าตัว” ก่อนหน้านี้เราเห็น Apple ยอมแพ้กับ Project Titan (Apple Car) ไปแล้ว หลังจากซุ่มทำมานับสิบปี การที่ Sony ต้องถอยในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

ในขณะที่คู่แข่งจากจีนอย่าง Xiaomi กลับประสบความสำเร็จในการเข็น SU7 ออกมาขายได้จริง นั่นเป็นเพราะจีนมีซัพพลายเชนและฐานการผลิตที่เอื้อต่อการทำ EV มากกว่าในปัจจุบัน ซึ่งนี่คือบทเรียนราคาแพงที่ค่ายรถญี่ปุ่นต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนัก

ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและการจากลา

สำหรับใครที่กดจอง AFEELA 1 ไปใน California ก็ไม่ต้องตกใจไปครับ ทาง SHM ยืนยันว่าจะคืนเงินจอง (Deposit) ให้เต็มจำนวนทุกบาททุกสตางค์ แม้ว่าหน้าเว็บไซต์จะยังมีรูปสวยๆ และข้อมูลเทคโนโลยีล้ำๆ ค้างอยู่ แต่มันก็เป็นได้เพียงแค่ “อนุสรณ์” ของความฝันที่ครั้งหนึ่ง Sony และ Honda เคยพยายามจะเปลี่ยนโลกยานยนต์ร่วมกัน

สรุปส่งท้าย

การตายของ Afeela ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีของ Sony ไม่ดี หรือวิศวกรรมของ Honda ไม่เก่ง แต่มันคือเรื่องของ “จังหวะเวลา” และ “ต้นทุนธุรกิจ” ที่ไม่ลงตัวในวันที่โลก EV กำลังเผชิญกับพายุเศรษฐกิจ หลังจากนี้เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า Sony จะเอาเทคโนโลยีที่พัฒนามาทั้งหมดไปใช้ในรูปแบบไหน จะไปขายซอฟต์แวร์ให้ค่ายรถอื่น หรือจะกลับไปทำแค่ระบบ In-car entertainment อย่างเดิม?

สิ่งที่แน่นอนคือ Afeela จะถูกจดจำในฐานะรถไฟฟ้าที่ “เกือบจะดีที่สุด” แต่ไม่มีโอกาสได้ออกมาวิ่งบนถนนจริงนั่นเองครับ

FAQ: 3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับข่าว Afeela

1) สรุปแล้ว Afeela EV คือรถแบบไหนกันแน่? ตอบ: Afeela คือแบรนด์รถไฟฟ้าพรีเมียมที่เป็นลูกครึ่งระหว่าง Sony และ Honda ครับ จุดเด่นคือการใช้เซ็นเซอร์ 40 จุดรอบคัน และเน้นความบันเทิงในรถแบบจัดเต็มเหมือนยกโรงหนังหรือเครื่องเกม PS5 มาไว้ในรถ โดยเปิดตัวรุ่นแรกคือ AFEELA 1 ในราคาประมาณ 89,900 ดอลลาร์ครับ

2) ทำไมจู่ๆ ถึงประกาศยกเลิก ทั้งที่ใกล้จะส่งมอบแล้ว? ตอบ: สาเหตุหลักมาจาก Honda (บริษัทแม่ฝั่งวิศวกรรม) ปรับกลยุทธ์ธุรกิจ EV ใหม่หมดในเดือนมีนาคม 2026 เพื่อสู้กับภาวะขาดทุน ทำให้ทรัพยากรที่จะใช้ผลิต Afeela ถูกดึงกลับไป ทาง SHM เลยประเมินว่าไปต่อไม่ไหวในเชิงธุรกิจครับ

3) คนที่จองรถไปแล้วในต่างประเทศจะได้เงินคืนไหม? ตอบ: ได้คืนแน่นอนครับ ทาง Sony Honda Mobility ยืนยันว่าจะคืนเงินจองเต็มจำนวนให้กับลูกค้าทุกคนที่ลงชื่อจองไว้ใน California สหรัฐอเมริกาครับ

@Content Seeding

KEEP READING

อ่านต่อ

Spotify ธุรกิจหมดเวลาสายเทา! Spotify จับมือ Universal Music ปลดล็อกฟีเจอร์ AI Cover และ Remix แบบถูกลิขสิทธิ์ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของคนชอบแต่งเพลงกลายเป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาทั้งวงการเพลงและสายเทคต้องหันมามองพร้อมกัน เมื่อยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Spotify และค่ายเพลงระดับโลกอย่าง Universal Music Group (UMG) ได้ประกาศปิดดีลลิขสิทธิ์ครั้งประวัติศาสตร์ ร่วมมือกันเปิดทางให้แฟนเพลงสามารถใช้พลังของ Generative AI ในการทำเพลงคัฟเวอร์ (AI Covers) และรีมิกซ์เพลง… SpaceX IPO ใครได้ประโยชน์ที่สุด? ทำไมคำตอบอาจเป็น Elon Musk ธุรกิจSpaceX IPO ใครได้ประโยชน์ที่สุด? ทำไมคำตอบอาจเป็น Elon Musk และคนใกล้ตัวมากกว่านักลงทุนทั่วไปการ IPO ของ SpaceX กลายเป็นหนึ่งในดีลที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลกเทคโนโลยีและการเงิน เพราะนี่ไม่ใช่แค่บริษัทจรวดที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้น แต่เป็นบริษัทที่รวมหลายความฝันใหญ่ของ Elon Musk ไว้ด้วยกัน ทั้งจรวด Starship, อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink, โครงการไป Mars… Google เตรียมยัดโฆษณา AI ลง Search ค้นหาอะไรก็เจอสปอนเซอร์ ธุรกิจGoogle โฉมใหม่! เตรียมยัดโฆษณา AI ลง Search ค้นหาอะไรก็เจอสปอนเซอร์แบบคุยรู้เรื่อง (เนียนจนแยกยาก!)เตรียมตัวรับมือกันให้ดี เพราะ Google Search ที่เราคุ้นเคยกำลังจะเปลี่ยนไปแบบกู่ไม่กลับ! ยุคนี้ช่องค้นหาข้อมูลแบบเดิม ๆ กำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะ Google กำลังอัปเกรดตัวเองเข้าสู่ยุค AI เต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ถาม-ตอบแบบแชตสนทนา การสรุปเนื้อหาจากหลาย ๆ… LinkedIn เอาจริง! สั่งทุบ Reach โพสต์ เทคโนโลยีLinkedIn เอาจริง! สั่งทุบ Reach โพสต์ “AI Slop” แฉหมดเปลือกเทคนิคเขียนยังไงให้รอด ไม่โดนปิดกั้นเคยเป็นไหม? ช่วงหลัง ๆ มานี้เปิด LinkedIn ขึ้นมาทีไร ไถฟีดไปทางไหนก็เจอแต่โพสต์หน้าตาคล้าย ๆ กันไปหมด ประโยคเปิดหัวดูดี มีการจัดช่องไฟสวยงาม มี Bullet Point สรุปเป็นข้อ ๆ… ลดพื้นที่ Gmail เหลือ 5GB ถาวร เทคโนโลยีอย่าเพิ่งตกใจ! Google ยังไม่ลดพื้นที่ Gmail เหลือ 5GB ถาวร แค่แอบทดสอบเงื่อนไขใหม่สำหรับไอดีใหม่บางกลุ่มช่วงนี้ใครที่ไถฟีดโซเชียลบ่อย ๆ น่าจะผ่านตากับข่าวลือหนาหูที่ทำเอาเสียวสันหลังวาบว่า “Google กำลังจะปรับลดพื้นที่ Gmail ฟรีจาก 15GB เหลือแค่ 5GB” จนหลายคนเริ่มกังวลว่า ต่อไปนี้จะใช้งานอีเมล ลิงก์เก็บข้อมูล หรือสำรองรูปภาพกันลำบากขึ้นหรือเปล่า? แต่ช้าก่อนครับ! จากข้อมูลล่าสุดที่มีการอัปเดตออกมา… โบกมือลา Mac Pro! Apple สั่งปิดตำนานคอมตัวท็อป เทคโนโลยีโบกมือลา Mac Pro! Apple สั่งปิดตำนานคอมตัวท็อป สายโหดต้องโยกไปไหน?ข่าวนี้ทำเอาชาว Creative และคนทำงานสาย Production ใจหายนิดๆ ครับ เพราะล่าสุด Apple ออกมายืนยันกับทาง Engadget แล้วว่า Mac Pro จะถูกยุติการทำตลาดอย่างเป็นทางการ โดยรุ่นสุดท้ายที่เราได้เห็นกันคือเวอร์ชันปี 2023…
กำลังโหลด…
MORE

บทความที่เกี่ยวข้อง