ไทยคม เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทประกาศผลการดำเนินงานปี 2555 ด้วยกำไรสุทธิรวม 174 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิรวมจากการดำเนินการ 544 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ 786 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตของผลประกอบการในงบการเงินเฉพาะกิจการ 265% เมื่อเทียบกับการขาดทุน 476 ล้านบาท ในปี 2554 ทั้งนี้ ในปี 2555 ประสบความสำเร็จพลิกผลประกอบการให้มีกำไร และวางรากฐานที่สำคัญของการเติบโตต่อไปในอนาคต บริษัทฯ สามารถพลิกผลประกอบการให้ทำกำไรสุทธิรวมเป็นครั้งแรกได้ในรอบ 5 ปี และเมื่อวันที่ 13 ก.พ. คณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้เสนอจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น 0.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 253% ของกำไรสุทธิรวม หรือ 56% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญประจำปีของผู้ถือหุ้นของบริษัท ที่จะมีขึ้นในเดือน มี.ค.นี้อีกครั้งหนึ่ง ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยคม กล่าวต่อว่า บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวมในปี 2555 ทั้งสิ้น 7,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% จากปี 2554 โดยรายได้หลักกว่า 86% มาจากธุรกิจดาวเทียม โดยมีรายได้จากการให้บริการวงโคจรดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งสิ้น 6,279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% จากปีก่อน อันเป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 13.8% จากการเติบโตของธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและการให้บริการเสริมแก่ลูกค้าของดาวเทียมไทยคม 5 และรายได้จากการให้บริการดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ที่เพิ่มขึ้น 7.7% จากการรับรู้รายได้ตลอดปีของการให้บริการแก่ลูกค้าตามสัญญาที่เกิดขึ้นในปี 2554 เช่น การให้บริการแก่ ซอฟท์แบงค์ เมียแซท และเอ็นบีเอ็น โค “ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา จะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของการเติบโตในปี 2556 และปีต่อๆ ไป ธุรกิจดาวเทียมของไทยคมมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจดาวเทียมเป็นส่วนที่ทำรายได้หลักให้บริษัทฯ ถึง 86% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถขายช่องสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 6 ล่วงหน้าได้แล้วถึง 40% ทั้งนี้ จะเห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วและชัดเจนขึ้นอีก หลังการส่งดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจรในปีนี้ รวมถึงดาวเทียมไทยคม 7 ในปี 2557” นางศุภจี  กล่าว นอกจากนี้ เมื่อเดือน ม.ค. 2556 ที่ผ่านมา เอ็มโฟน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเชนนิงตัน ได้แจ้งขอปิดกิจการต่อหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องในประเทศกัมพูชา และขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน หากได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไทยคมก็จะไม่ต้องแบกรับผลกระทบจากการขาดทุนของเอ็มโฟนต่อไปในปี 2556 ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยคม กล่าวอีกว่า ในปี 2555 ที่ผ่านมา ไทยคมได้ประสบความสำเร็จที่สำคัญหลายประการ เช่น การได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียม จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) การประสบความสำเร็จในการรักษาวงโคจรดาวเทียมของประเทศไทยที่ตำแหน่ง 50.5 องศาตะวันออก การบรรลุข้อตกลงกรอบข้อกำหนดการขายช่องสัญญาณไอพีสตาร์ในประเทศจีน กับ ไชน่า เทเลคอม แซทเทลไลท์ และ ซีเนอร์โทน คอมมิวนิเคชั่น คอร์ปอเรชั่น ซึ่งปริมาณช่องสัญญาณไอพีสตาร์ในประเทศจีนคิดเป็นประมาณ 24% ของปริมาณช่องสัญญาณทั้งหมดของดาวเทียมไอพีสตาร์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จจากการให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร เช่นโปรเจกต์ e-cinema เป็นครั้งแรกของประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก อีกทั้ง ในปี 2555 ไอพีสตาร์ ยังได้รับรางวัลจากสำนักงานกิจการโทรคมนาคมเขตคันโต กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร ของประเทศญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสวันคลื่นวิทยุแห่งชาติ ประจำปี 2555 จากผลงานของไอพีสตาร์ ในการเข้าสนับสนุนเป็นโครงข่ายสื่อสารในบริเวณพื้นที่ภัยพิบัติจากการเกิดแผ่นดินไหวทางภาคตะวันออกของญี่ปุ่นและจากพายุไต้ฝุ่นหมายเลข 12 ในปี 2554 โดยไอพีสตาร์ถือเป็นบริษัทแรกในเอเชียที่ได้รับรางวัลดังกล่าวในวันคลื่นวิทยุแห่งชาติของ MIC ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 64 ปี ทั้งนี้ ไอพีสตาร์ยังได้รับการจัดอันดับจาก นอร์ทเธิร์น สกาย รีเสิร์ช ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้จัดทำการสำรวจข้อมูลของอุตสาหกรรมดาวเทียมที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก  ว่าไอพีสตาร์สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในบริการ High Through-put Satellite (HTS) ของโลก โดยมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 24% ของปริมาณการใช้ช่องสัญญาณทั่วโลก. [code]ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/tech/326627 [/code]

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้