ถ้าการท่องเที่ยวคือความความสุขของมนุษย์แล้วล่ะก็ การวางแผนท่องเที่ยวก็เป็นขั้นตอนหนึ่งของการสร้างสรรค์ความสุขด้วยตัวคุณเองเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญสำหรับสาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่ห้ามพลาดเวลาไปเที่ยวจะมีอะไรบ้างน้า ใบ้ให้ว่ามีแค่ 6 ข้อเท่านั้น แต่จะเป็นอะไรบ้างนั้นมิกิรวบรวมมาให้ทุกคนแล้วไปดูกันเลย

  1. Passport/Visa

อันดับแรกสุดเลยคงหนีไม่พ้นเอกสารสำคัญที่ทางรัฐบาลออกให้เพื่อให้เราไปเที่ยวได้อย่างสบายใจยังไงล่ะคะ (ดูวิธีการขอ Passport ได้ที่นี่…)เพราะถ้าหากว่าเราไม่มีเจ้าทั้งสองนี้ อาจจะทำให้เราไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศต่าง ๆ ได้ หรือดีไม่มีอาจจะไม่ได้ออกจากไทยด้วยซ้ำเอ้า เพราะฉะนั้นหากหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่ยังไม่ได้ทำแนะนำให้ไปทำด่วนเลยค่า สมัยนี้ใช้เวลาทำไม่นาน เพราะมีการจัดการระบบที่ทันสมัย ไม่ต้องรอนานกันอีกต่อไปแว้ว

  1. ตั๋วเครื่องบิน/ที่พัก

อันดับต่อไปที่สำคัญไม่แพ้ข้อแรกเลยก็คือตั๋วเครื่องบินและที่พักค่า เพราะถ้าไม่มีสองอย่างนี้เราจะบินกะจะนอนไหนยังไงล่ะเนอะ

วิธีการหาตั๋วเครื่องบินและที่พักที่ราคาโดนใจนั้นหากใครไม่ชำนาญก็อาจจะปวดเศียรเวียนเกล้าได้ เพราะมันมีเยอะแยะมากมายซะเหลือเกิน ตาลายกันเป็นแถวมิกิรู้มิกิเคยเป็น

มิกิจะเผยเคล็ดลับการจองให้แบบไม่ตาลายนะคะ

  • เราต้องทราบก่อนว่าเรานั้นจะพักแถวไหน ย่านไหน เมืองไหน
  • ต่อมาก็มาถึงขั้นตอนการ scope ราคาโรงแรมที่เราพอจะรับได้จะได้เหลือตัวเลือกให้เราแคบลง(หน่อยนึง)
  • เลือกกันต่อค่ะว่าโรงแรมแต่ละที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราต้องการหรือไม่ เช่น ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหรือตลาดไหม หรือมีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรให้เราบ้าง เช่น โทรทัศน์ ไดร์เป่าผม กาต้มน้ำร้อน เครื่องทำน้ำอุ่น สระว่ายน้ำ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เราสามารถจัดกระเป๋าได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องหอบทุกอย่างไปจากบ้านทั้งหมด เพราะบางอย่างทางโรงแรมก็จัดไว้ให้เราแล้ว
  • ขนาดของห้องก็มีความสำคัญมากนะคะ เพราะหากเราตัดสินใจแค่จากรูปที่เขาโฆษณาจะทำให้เราหลวมตัวจองห้องที่แคบไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นควรสังเกตขนาดของห้องไว้ก็ดีค่ะ
  • ประเภทห้องและบริการอาหารเช้า ห้องบางห้องเป็นห้องปลอดบุหรี่ แต่บางห้องก็จัดไว้สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ ดังนั้นก่อนจองต้องสังเกตอีกรอบนะคะว่าเป็นห้องที่สูบบุหรี่ได้หรือไม่ จะได้ไม่ต้องนอนดมกลิ่นบุหรี่กัน (ใครที่ยังสูบอยู่ บุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพนะค้า เลิกเหอะ มิกิขอร้อง)
  • ลิฟต์/ทางลาดสำหรับลากกระเป๋า ใครว่าไม่สำคัญนะเธอ เพราะกว่าที่เราจะเดินทางมาถึงโรงแรมได้นั้นเราอาจจะทั้งเหนื่อยทั้งหิว มาถึงโรงแรมทั้งทีต้องแบกกระเป๋าเดินขึ้นชั้นสี่ก็ไม่น่าจะดีนา ดังนั้นเราจึงควรศึกษาดูให้ดีเสียก่อนว่าโรงแรมใดที่เราสนใจนั้นมีในส่วนนี้มั้ย หากหาไม่เจอลองหาจากคอมเม้นต์ด้านล่างของเวปนายหน้าได้เลย เช่น Agoda Booking เป็นต้น

เมื่อเราทำการของในส่วนนี้เสร็จแล้วจะทำให้เราตัดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทิ้งไปได้ เหลือเพียงแค่ค่าใช้จ่ายส่วนอื่นเช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าช้อปปิ้ง ซึ่งทั้งหมดนี้เราสามารถควบคุมได้ง่ายกว่าค่าเดินทางและที่พัก

  1. วางแผนการท่องเที่ยว (planning)

จัดประเภทการท่องเที่ยวของเราก่อนว่าเป็นการเที่ยวแบบใด ชมเมืองเที่ยวcity หรือ ชมธรรมชาตินอกเมือง Backpacker หรือจะเน้นแบบกินชมเที่ยวช้อป เพราะทั้งหลายทั้งปวงนั้นมีผลต่อการชะตาชีวิตเราทั้งสิ้นค่า…

เลือกการเดินทางที่คิดว่าจะใช้บ่อยที่สุด เช่น บัส รถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้า เรือ หรือแม้กระทั่ง Taxi บางประเทศมีบัตรที่เติมเงินเข้าไปแล้วสามารถใช้เดินทางทุกยานพาหนะได้ หรือบางประเทศก็ขายบัตรเฉพาะ ดังนั้นควรศึกษาดูให้ดีก่อน ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นนั้นมีบัตร Japan Rail pass (JR Pass) ไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเท่านั้น ผู้ที่ซื้อบัตรนี้จะสามารถเดินทางในราคาที่ถูกและสะดวกไม่ต้องไปซื้อตั๋วบ่อย ๆ (ดูวิธีการซื้อและใช้ JR Pass ได้ที่นี่…)

ที่พักกับการเดินทางที่เราเลือกนั้นควรอยู่ใกล้กัน เพื่อให้สะดวกกันการเดินทาง

  1. เอกสารยืนยันตัวตน

ในกรณีที่เป็นนักศึกษาควรขอใบรับรองการเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฉบับภาษาอังกฤษไว้

บุคคลทั่วไปควรขอเอกสารจากหน่วยงานต้นสังกัดของตนเผื่อไว้เช่นกัน เช่น จากหน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชน

เตรียมเอกสารการจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบินขาไปและกลับ รวมไปถึงแผนการท่องเที่ยวที่เราทำไว้ในข้อที่ 3             ก็ยิ่งจะทำให้เราเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น

เอกสารยืนยันตัวตนใช้ในกรณีที่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่เราในกรณีที่เขาอาจจะสงสัยเราอยู่ เมื่อเราแสดงเอกสารสำคัญทางราชการเหล่านี้แล้วก็หมดห่วง เที่ยวต่อกันเล้ย

  1. เงินสด Money

เตรียมเงินสดสกุลเงินของประเทศนั้น ๆ ให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย เพื่อไม่ให้ประสบปัญหาเงินฝืดขณะอยู่ต่างแดน เพราะถึงเวลานั้นจะวิ่งหาตู้กดเงินก็คงโดนค่าธรรมเนียมฟันหัวแตกกันไปอย่างแน่นอน ดังนั้นควรคำนวณให้มากกว่าที่คาดว่าจะใช้จริงพอประมาณ หากไม่ทราบว่าจะคำนวณอย่างไรก็อาจทำได้ดังนี้ เช่น มิกิตั้งใจจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ก็เริ่มหาข้อมูลก่อนว่าอัตราแลกเปลี่ยนนั้นอยู่ที่เท่าไหร่ อาหารต่อมื้อตกมื้อละประมาณกี่บาท ระหว่างที่เราไปเที่ยวนั้นต้องกินอย่างต่ำกี่มื้อ หากจองตั๋วเดินทางไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตัดค่าเดินทางออกไปได้อีก เหลือเพียงแค่ค่า   ช้อปปิ้งเท่านั้น

 

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้