มาชม ภารกิจ ล่าหิมะ  โปรเจคใหม่ของ NASA ที่จะสำรวจ พายุหิมะ  เพื่อทำการวิจัย

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งกับเรื่องราววาไรตี้ได้ความรู้ที่น่าสนใจจากรอบโลก สำหรับในครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาชม ภารกิจ ล่าหิมะ  โปรเจคใหม่ของ NASA ที่จะสำรวจ พายุหิมะ  เพื่อทำการวิจัย โครงการนี้มีความน่าสนใจอย่างไร ใครอยากรู้ต้องลองมาอ่านกัน 

โครงการนี้เริ่มขึ้นเมื่อไหร่? 

สำหรับโครงการชื่อสุดเท่นี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2020 ที่ผ่านมา โครงการ “ล่าหิมะ” (Snow-Chasers) ของ NASA ซึ่งจะส่งเครื่องบินเข้าสู่พายุหิมะเพื่อทำการศึกษาปรากฎการณ์การทับถมของหิมะโดยเฉพาะ

ภาพขณะเกิดพายุหิมะ การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก รถหลายคันอาจติดอยู่กลางถนน  

 

สำหรับประเทศในเขตหนาว “หิมะ” ถือเป็นสิ่งที่ทำนายได้ยากกว่าฝนตกมาก เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่จะทำให้หิมะตก และยังไม่อาจระบุได้แน่ชัดว่าจะตกมาก-น้อย หรือตกนานแค่ไหน

องค์การนาซ่าจึงได้จัดตั้งโครงการล่าหิมะขึ้นเพื่อทำการศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยจะมีทีมนักวิทยาศาสตร์พร้อมด้วยเครื่องมือประจำการอยู่ที่ภาคพื้นดินที่ Stony Brook University ในนิวยอร์ก ขณะที่เครื่องบินขนาดเล็ก 2 ลำในรหัส P-3 และ ER-2 จะขึ้นบินสำรวจเมื่อเกิดพายุหิมะขึ้นในแถบชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ค.ศ. 2020

 

Lynn McMurdie ทีมนักวิจัยได้ให้ความรู้ว่า 

เมื่อเกิดพายุหิมะแต่ละครั้ง สถานที่บางแห่งจะมีหิมะหนาถึง 2 ฟุต (60 เซนติเมตร) แต่สถานที่ใกล้เคียงกลับหนาขึ้นเพียงแค่ 1 นิ้ว นี่จึงเป็นปัญหาใหญ่ในเรื่องการคาดการณ์ ซึ่งการศึกษานี้คือความพยายามเพื่อต้องการนำเสนอแบบจำลองสภาพอากาศที่ดีกว่าเดิม

McMurdie อธิบายเพิ่มเติมว่า พื้นที่ที่มีหิมะจำนวนมากมักจะอยู่ในบริเวณแคบภายในกลุ่มเมฆที่เรียกว่า “วงหิมะ”(snow band) ซึ่งจะมีหิมะตกหนักกว่าบริเวณอื่น และตอนนี้ยังไม่มีการศึกษาใดที่สามารถอธิบายปรากฎการณ์นี้ ได้อย่างขัดเจนว่ามันเกิดอะไรขึ้น ? และเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? ในช่วงที่เกิดพายุหิมะ

ทีมวิจัยเข้าไปศึกษาพายุหิมะอย่างใกล้ชิดได้อย่างไร ? 

ในการปฏิบัติการแต่ละครั้ง ทีมนักวิจัย จะสามารถเข้าไปใกล้พายุหิมะด้วย เครื่องบินสำรวจ P-3 ซึ่งติดตั้งเครื่องสำรวจเมฆไว้ใต้ปีก ซึ่งจะวัดขนาดและรูปร่างของเกล็ดหิมะ ไอน้ำ อุณหภูมิ และค่าอื่นๆ ของสภาพแวดล้อมที่ก่อตัวขึ้น ซึ่งสามารถเรียกรวมกันได้ว่า Microphysics (ปัจจัยที่ควบคุมปฏิกิริยาของหยดน้ำและผลึกน้ำแข็ง ทั้งการชนกัน การละลาย หรือการแข็งตัวแม้กระทั่งการหยดลงมาเป็นฝนหรือเป็นหิมะ)

 

ขณะทำการบินอยู่เหนือพายุ เครื่องบินสำรวจ P-3 จะปล่อยเซนเซอร์ที่เรียกว่า “dropsondes” เพื่อวัดอุณหภูมิ ความชื้น และความเร็วลมในบรรยากาศ ขณะเดียวกันหน่วยเคลื่อนที่จะส่งบอลลูนตรวจสภาพอากาศ เพื่อวัดสิ่งเดียวกันจากพื้นดินขึ้นไปบนก้อนเมฆ รวมทั้งยังมีทีมที่จะทำการวัดปริมาณและลักษณะของหิมะบนภาคพื้นดินอีกด้วย

ส่วน ER-2 เครื่องบินสำรวจอีกลำหนึ่ง จะตั้งอยู่ในสนามบินของกองทัพสหรัฐฯ ในจอร์เจีย และจะขึ้นบินที่ความสูง 65,000 ฟุต เพื่อตรวจวัดเมฆจากด้านบน โดยจะวัดการกระจายตัวของฝน เกล็ดหิมะ และอนุภาคน้ำแข็งในแนวตั้ง รวมทั้งการเคลื่อนที่และขนาดของก้อนเมฆ

 

ทีมวิจัยกล่าวว่า การรวบรวมข้อมูลโดยตรงจาก P-3 และการเก็บข้อมูลระยะไกลจาก ER-2 จะช่วยให้เราเข้าใจโครงสร้างและการเปลี่ยนแแปลงของวงหิมะทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้การคาดการณ์ปรากฏการณ์พายุหิมะครั้งต่อไปของเราแม่นยำขึ้น

เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวข้องกับโปรเจ็คต์นี้ 

โดยเฉลี่ย “พายุหิมะ” แต่ละครั้งจะมีความเร็วลมไม่ต่ำกว่า 56 กม./ชม. มีขนาดประมาณ 400 เมตร และมักจะพัดอยู่นานมากกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงได้มากกว่า -6 องศาเซลเซียส และอาจทำให้เกิดหิมะทับถมสูงถึง 60 เซนติเมตร เลยทีเดียว

 

อัพเดท! ก่อนใคร

เรื่องราวเจ๋งๆ ล้ำๆ สดใหม่ถึงคุณโดยตรงเพียงแค่กรอก Email ไว้เท่านั้น

This field is required.

รายละเอียดเงื่อนไขที่ privacy policy.

Hot this 48 hr.

หมดเวลาสายเทา! Spotify จับมือ Universal Music ปลดล็อกฟีเจอร์ AI Cover และ Remix แบบถูกลิขสิทธิ์ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของคนชอบแต่งเพลง

กลายเป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาทั้งวงการเพลงและสายเทคต้องหันมามองพร้อมกัน เมื่อยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Spotify และค่ายเพลงระดับโลกอย่าง Universal Music Group (UMG) ได้ประกาศปิดดีลลิขสิทธิ์ครั้งประวัติศาสตร์...

Google โฉมใหม่! เตรียมยัดโฆษณา AI ลง Search ค้นหาอะไรก็เจอสปอนเซอร์แบบคุยรู้เรื่อง (เนียนจนแยกยาก!)

เตรียมตัวรับมือกันให้ดี เพราะ Google Search ที่เราคุ้นเคยกำลังจะเปลี่ยนไปแบบกู่ไม่กลับ! ยุคนี้ช่องค้นหาข้อมูลแบบเดิม ๆ กำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะ...

จัดเต็ม! Tesla แจกฟรี Supercharging 1 ปี สำหรับ Model 3 Premium & Performance… คุ้มจริงหรือแค่การตลาด?

เอาล่ะครับทุกคน ใครที่กำลังเล็งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตัวตึงอย่าง Tesla Model 3 อยู่ ตอนนี้บอกเลยว่า...

รีบอัปด่วน! Apple ปล่อย iOS 26.4.2 แก้บั๊กแจ้งเตือนค้าง หลังพบ FBI แอบส่องแชต Signal ได้แม้ลบแอปไปแล้ว

ใครที่ใช้ iPhone แล้วชอบคิดว่า “ลบแอปแล้ว ข้อมูลก็น่าจะหายเกลี้ยง” ข่าวนี้น่าจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แบบด่วนๆ เลยครับ เพราะล่าสุด Apple...

ส่องแกดเจ็ตตัวท็อปปี 2026! มัดรวมรีวิวเด็ดจาก Engadget ทั้ง Razr Fold, Bose Lifestyle Ultra Speaker, Ultrahuman Ring Pro ดีจริงหรือแค่กระแส?

สายไอทีและชาวแกดเจ็ตทั้งหลายเตรียมกระเป๋าตังค์สั่นกันได้เลย เพราะช่วงนี้ตลาดอุปกรณ์พกพาและเทคโนโลยี Home Entertainment กลับมาคึกคักแบบสุด ๆ ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ ลำโพงไร้สายระดับพรีเมียม...

Topics

หมดเวลาสายเทา! Spotify จับมือ Universal Music ปลดล็อกฟีเจอร์ AI Cover และ Remix แบบถูกลิขสิทธิ์ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของคนชอบแต่งเพลง

กลายเป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาทั้งวงการเพลงและสายเทคต้องหันมามองพร้อมกัน เมื่อยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Spotify และค่ายเพลงระดับโลกอย่าง Universal Music Group (UMG) ได้ประกาศปิดดีลลิขสิทธิ์ครั้งประวัติศาสตร์...

SpaceX IPO ใครได้ประโยชน์ที่สุด? ทำไมคำตอบอาจเป็น Elon Musk และคนใกล้ตัวมากกว่านักลงทุนทั่วไป

การ IPO ของ SpaceX กลายเป็นหนึ่งในดีลที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลกเทคโนโลยีและการเงิน เพราะนี่ไม่ใช่แค่บริษัทจรวดที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้น แต่เป็นบริษัทที่รวมหลายความฝันใหญ่ของ Elon Musk...

Google โฉมใหม่! เตรียมยัดโฆษณา AI ลง Search ค้นหาอะไรก็เจอสปอนเซอร์แบบคุยรู้เรื่อง (เนียนจนแยกยาก!)

เตรียมตัวรับมือกันให้ดี เพราะ Google Search ที่เราคุ้นเคยกำลังจะเปลี่ยนไปแบบกู่ไม่กลับ! ยุคนี้ช่องค้นหาข้อมูลแบบเดิม ๆ กำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะ...

LinkedIn เอาจริง! สั่งทุบ Reach โพสต์ “AI Slop” แฉหมดเปลือกเทคนิคเขียนยังไงให้รอด ไม่โดนปิดกั้น

เคยเป็นไหม? ช่วงหลัง ๆ มานี้เปิด LinkedIn ขึ้นมาทีไร ไถฟีดไปทางไหนก็เจอแต่โพสต์หน้าตาคล้าย ๆ กันไปหมด...

Related Articles

Popular Categories

spot_img