Kindle อเมซอนเผยสถิติการซื้อขายหนังสือบนเว็บไซต์ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ระบุว่านับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2011 หนังสือกระดาษทุก 100 เล่มที่อเมซอนจำหน่ายไปนั้นสามารถจำหน่ายในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออ่านบนคินเดิล (Kindle) ถึง 105 เล่ม ถือเป็นเป็นยอดขายที่สูงกว่าช่วงเมษายนปีที่แล้วถึง 3 เท่าตัว โดยหนังสือทั้งหมดรวมทั้งหนังสือปกแข็ง (hardcover) และหนังสือปกอ่อน (paperback) ซึ่งไม่มีจำหน่ายในเวอร์ชันอีบุ๊ก “อีบุ๊กฟรีสำหรับคินเดิลไม่ได้ถูกรวมในสถิตินี้ ซึ่งหากมีการนำไปคำนวณร่วมด้วย ยอดอีบุ๊ก 105 เล่มจะสูงกว่านี้อีก” ตามเนื้อความในแถลงการณ์ของอเมซอน การประกาศครั้งนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าล่าช้ากว่าที่หลายคนหวังไว้ เนื่องจากช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2010 อเมซอน (Amazon) ออกมาประกาศว่ายอดจำหน่ายอีบุ๊กสำหรับคินเดิลนั้นมีจำนวนเกินยอดขายหนังสือ ปกแข็งมากแล้ว กระทั่งต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา อเมซอนจึงประกาศว่ายอดขายอีบุ๊กคินเดิลมีจำนวนเกินยอดขายหนังสือปกอ่อน ซึ่งหลังจากนั้นไม่มีการยืนยันจากอเมซอนอีกว่ายอดขายอีบุ๊กคินเดิลนั้นแซง หน้ายอดขายหนังสือทั้งหมด จนวันนี้ที่อเมซอนมีแถลงการณ์ออกมาอย่างชัดเจน หนังสือปกแข็งและปกอ่อนนั้นเป็นรูปแบบการพิมพ์หนังสือในต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้ถูกตีพิมพ์เพื่อจำหน่ายหรือเผยแพร่ในวงกว้าง โดยปกแข็งนั้นจะมีราคาแพงและมุ่งกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มที่มีความสนใจแท้ จริงเท่านั้น ขณะที่หนังสือปกอ่อนจะมีราคาถูกและเน้นต้นทุนต่ำ ส่วนคินเดิลนั้นเป็นอุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรืออีบุ้กซึ่งอเมซอน เปิดตัวไปตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว จนวันนี้ที่อเมซอนสามารถพูดได้เต็มปากว่า อีบุ้กสามารถทำยอดขายแซงหน้าหนังสือจริงบน Amazon.com อย่างไรก็ตาม อเมซอนยังยืนยันว่าสามารถจำหน่ายหนังสือเล่มได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยกให้ปี 2011 เป็นปีแห่งการจำหน่ายหนังสือของอเมซอนในสหรัฐฯที่มีการเติบโตสูงที่สุดในรอบ 10 ปี ในทุกรูปแบบทั้งแบบหนังสือเล่มและหนังสืออีบุ๊ก จุดนี้อเมซอนยอมรับว่าได้นำสถิติการดาวน์โหลดหนังสืออีบุ๊กฟรีมารวมไว้ด้วย นอกจากจะชูว่ายอดจำหน่ายอีบุ๊กในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2010 ถึง 3 เท่าตัว อเม ซอนยังย้ำว่าคินเดิลเวอร์ชันมีโฆษณาหรือ Kindle with Special Offers ซึ่งจำหน่ายในราคาเพียง 114 เหรียญนั้น (ราว 3,400 บาท) กลายเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในครอบครัวคินเดิลนับตั้งแต่การเปิดตัวเพียง 5 สัปดาห์ ไม่เพียงในสหรัฐฯ อเมซอนระบุว่าหลังการเปิดตัวร้าน UK Kindle Store ในเวลาไม่ถึง 1 ปี การซื้อขายอีบุ๊กในเว็บไซต์ Amazon.co.uk ก็มีจำนวนมาดดว่าการซื้อหนังสือปกแข็งเช่นกัน สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในวงการสิ่งพิมพ์โลกอย่างรวดเร็ว “เราไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในเวลารวดเร็วเช่น นี้ เราขายหนังสือเล่มมานาน 15 ปี แต่เพิ่งจะขายอีบุ๊กสำหรับคินเดิลยังไม่ถึง 4 ปีด้วยซ้ำ” ซีอีโออเมซอน Jeff Bezos กล่าว ความคืบหน้าล่าสุดของอเมซอนในขณะนี้คือการเปิดบริการ Amazon Trade-In โดยเปิดให้ชาวออนไลน์ที่ต้องการนำสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตำรา เกม หรือดีวีดีซึ่งไม่ใช้แล้ว มาแลกเป็นเครดิตหรือแต้มเพื่อแลกเงินจากอเมซอนต่อไป จุดนี้มีการวิเคราะห์ว่าบริการนี้ของอเมซอนจะชนกับบริการของเบสต์บาย (Best Buy) ซึ่งเปิดบริการลักษณะนี้เช่นกันบนความหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค กระบวนการรีไซเคิล และฝ่ายอื่นๆในระบบนิเวศน์อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ Company related Link : Amazon

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้