สรุปการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่าง แมนฯ ยู-ลิเวอร์พูล : 2-4 ประจำค่ำคืนวันที่ 13 พฤษภาคม 2021

Must Read

รายงานสรุปผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่ระหว่าง แมนฯ ยู-ลิเวอร์พูล ในค่ำคืนวันที่ 13 พฤษภาคม 2021 ที่ผ่านมา  ซึ่งก็เป็นลิเวอร์พูลที่บุกมาเอาชนะแมนยูไปได้อย่างสุดมันส์ด้วยสกอร์ 2-4 ตามมาดูกันเลยที่สรุปด้านล่างนี้

สรุปการแข่งขันระหว่าง แมนฯ ยู-ลิเวอร์พูล : 2-4  ในค่ำคืนวันที่ 13 พฤษภาคม 2021 ได้ดังนี้

  • เกมแดงเดือดที่เลื่อนเตะมาจาก 11 วันก่อน โดยนัดนี้ก่อนเกม ก็มีแฟนบอล “ปีศาจแดง” แมนฯ ยู ออกมาประท้วงกันนับหมื่น และมีความวุ่นวายเล็กน้อยเกี่ยวกับการเดินทางมาสนามของนักเตะ อย่างไรก็ดี เกมสามารถเตะกันได้ตามกำหนดเวลา โดยทีมเยือน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ต้องการชัยชนะทุกนัด หากจะไปเล่น UCL ซีซันหน้า แบบไม่ต้องสนใจผลของทีมอื่น
  • เกมบีบเข้าใส่กันเร็วทีเดียว โดยเป็นฝั่งลิเวอร์พูลเกือบพลาดไปก่อน “อลิสซง เบ็คเกอร์” รับบอลคืนหลัง แล้วจะจ่ายต่อให้ “รีห์ส วิลเลียมส์” แต่บอลสั้น “เอดินสัน คาวานี” โฉบถึงบอล ก่อนตวัดยิงทันที แต่โดนไม่ดีลูกออกนอกกรอบน่าเสียดาย
  • อย่างไรก็ดี แมนฯ ยู ก็มาได้ประตูออกนำจนได้ จากเกมขึ้นทางฝั่งขวา “อารอน วาน-บิสซาก้า” สอดขึ้นมารับบอลในกรอบเขตโทษเกือบสุดเส้นหลัง ก่อนตบกลับมาให้ “บรูโน่ แฟร์นันด์ส” เลือกยิงแบบดีดไซด์ก้อย สุดท้ายเป็น “นาธาเนียล ฟิลลิปส์” ที่หวังแหย่สกัดแต่โดนไม่ดี ลูกพุ่งแสกหน้าอลิสซงเข้าไปตุงตาข่าย โดยทางพรีเมียร์ลีก ให้เครดิตลูกนี้แก่บรูโน่ เจ้าถิ่นนำ 1-0
  • โดนนำไปก่อน แต่หงส์แดงยังไม่ถอดใจ พยายามทำเกมบุกเข้าใส่ “เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์”​ สบโอกาสเปิดบอลเข้าเขตโทษ “ดิโอโก้ โชต้า” โฉบเข้าเล่นถึง ก่อนพยายามยิงทันที แต่ลูกไปติด “ดีน เฮนเดอร์สัน” ที่ออกมาป้องกันประชิดตัว
  • หลังเริ่มกดดันได้มากขึ้น ลิเวอร์พูลมาลุ้นได้จุดโทษ จากจังหวะเตะมุมที่ขลุกขลิกเคลียร์ไม่ขาด บอลกำลังจะเข้าทางฟิลลิปส์ แต่ “เอริค ไบญี่” แหย่มาสกัดโดนฟิลลิปส์ล้มลง ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นจุดโทษ แต่สุดท้าย VAR ส่งสัญญาณมา และพอผู้ตัดสินไปเช็คมอนิเตอร์ ก็เห็นว่าไบญี่จิ้มโดนบอลก่อน แม้จะดูเป็นการสกัดสุ่มเสี่ยงก็ตาม แต่ผู้ตัดสินกลับคำตัดสินในท้ายที่สุด
  • เกมรุกของลิเวอร์พูลยังกดดันต่อ บอลขึ้นทางซ้ายของ “แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน” ที่ตบเข้ากลางให้โชต้า แต่งด้วยขวาก่อนซัดด้วยซ้ายไม่ตกพื้น ลูกเกือบเสียบคาน แต่เฮนเดอร์สันยังบินปัดออกไปได้
  • อย่างไรก็ดี จากจังหวะเตะมุมต่อเนื่องนี้ บอลขลุกขลิกกันอีกหน สุดท้ายฟิลลิปส์ไปแงะลูกมาได้ ก่อนลากไปหามุมตวัดยิง บอลกลับมาหน้าประตู โชต้าเลยจัดการไขว้เปลี่ยนทางเข้าไป ลิเวอร์พูลตีเสมอ 1-1
  • ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก ลิเวอร์พูลมาได้ฟรีคิกระยะได้ลุ้น อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์เปิดไปเสาสอง “โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่” สอดขึ้นมาโหม่งบอลเสียบเสาเข้าไปเฉียบขาด กลายเป็นหมดครึ่งแรก หงส์แดงแซงนำ 2-1
  • ครึ่งหลัง เริ่มเกมมาแค่อึดใจเดียว การขึ้นบอลจากหลังของแมนฯ ยู ผิดพลาด แม้จะแก้มาได้ แต่ “ลุค ชอว์” ดันไปเลี้ยงแหวกหน้ากรอบเขตโทษตัวเองแล้วเสียบอล ฟิร์มิโน่ไหลให้อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ กดยิงด้วยขวา เฮนเดอร์สันรับไว้ไม่อยู่ เลยโดนฟิร์มิโน่ตามมาซ้ำเข้าไปไม่พลาด 3-1
  • เกมของเจ้าถิ่นดูต่อกันไม่ค่อยติด และเกือบมาเสียประตูเพิ่ม จากการจ่ายบอลพลาดของ “เฟร็ด” ลิเวอร์พูลสวนเร็วขึ้นมา “โม ซาล่าห์” ไหลต่อให้ฟิร์มิโน่ ที่จ่ายถวายพานให้โชต้าหลุดเข้าไปเลือกยิงเสาแรก แต่ลูกพุ่งไปชนเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย
  • แต่โอกาสที่มีน้อยในครึ่งหลัง กลายเป็นเจ้าถิ่นสามารถแปรเปลี่ยนเป็นสกอร์สำคัญได้ บรูโน่ข้ามหลอกบอลในแดนกลางได้สวย “มาร์คัส แรชฟอร์ด”​ เลยได้ทำชิ่งกับคาวานี ก่อนจะสอดขึ้นไปรับบอลจ่ายจากศูนย์หน้าตัวเก๋าชาวอุรุกวัย แล้วจัดการยิงผ่านอลิสซงเบียดเสาเข้าไปสวยงาม ปีศาจแดงไล่มา 2-3
  • เกมของทีมเยือนช๊อตไปดื้อๆ และทำให้ปีศาจแดงเริ่มได้บุกมากขึ้น บอลขึ้นมาทางซ้าย สุดท้ายขลุกขลิกไปถึงเสาสอง “เมสัน กรีนวู้ด” ได้ยิงผ่านอลิสซงไปแล้ว แต่ติดฟิลลิปส์ที่ถอยมาสกัดจากเส้น ลูกกลับไปเข้าทางกรีนวู้ดได้ยิงอีกหนจ่อๆ แต่ก็ยังติดบล็อกของวิลเลียมส์ออกไปอีก
  • แมนฯ ยู ยังเดินเกมต่อ และได้ลุ้นเล็กน้อยจากฟรีคิกระยะหวังผลของบรูโน่ แต่ลูกมุดไม่ทัน ข้ามคานไป ส่วนลิเวอร์พูลเกือบสวนน็อคเจ้าถิ่นได้ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์เปิดบอลยาวไปถึง “ซาดิโอ มาเน่”​ ไม่ล้ำหน้า แต่จังหวะเข้าถึงบอลยาวไปนิด เฮนเดอร์สันเลยออกมาสกัดไว้ได้ด้วยเท้า ตอนที่มาเน่หวังจะแตะหลบ
  • เกมเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย แมนฯ ยู พยายามดันเกมบุกเต็มตัว แต่แล้ว “เนมันย่า มาติช” ตัวสำรอง ไปเสียบอล ลิเวอร์พูลเลยสวนกลับทันที “เคอร์ติส โจนส์” จ่ายต่อให้ซาล่าห์ออกตัวตั้งแต่แดนตัวเอง ก่อนใช้ความเร็วที่เหนือกว่ามาก กระชากเข้าไปล่อเป้าผ่านเฮนเดอร์สันเข้าไปไม่พลาด หงส์แดงปิดกล่องสำเร็จ 4-2
  • ท้ายเกม แรชฟอร์มีโอกาสจบสกอร์เพิ่มเพื่อตีตื้นขึ้นมา เมื่อได้บอลควบหลุดขึ้นไปไม่ล้ำหน้า แต่จังหวะยิงหลุดเสาไกลออกไป จบเกมลิเวอร์พูลเลยบุกมาคว้า 3 แต้มสำคัญ ด้วยสกอร์ 4-2 ขยับไล่หลังเชลซีอันดับ 4 เหลือเพียง 4 คะแนน และเตะน้อยกว่า 1 นัด โดยหากพวกเขาสามารถชนะได้ 3 นัดที่เหลือ ก็จะเข้าป้ายไปเล่น UCL แบบไม่ต้องสนใจผลทีมอื่น

และนี่ก็คือสรุปผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษคู่ แมนฯ ยู-ลิเวอร์พูล ที่เราอยากแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบในครั้งนี้ ก็หวังว่าจะเป็นที่ชื่นชอบของคอบอลทุกคน และนี่ก็คือผลการแข่งขันคู่สุดท้ายประจำค่ำคืนนี้ ส่วนผลการแข่งขันในค่ำคืนต่อไปจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisement -

Latest News

อัพเดทข้อมูลล่าสุด Samsung Galaxy Z Fold 3 สมาร์ทโฟนพับได้ของซัมซุงที่กำลังจะเปิ

สวัสดีคอไอที สาวกซัมซุง และคนที่กำลังอยากได้มือถือใหม่ทุกคน วันนี้เรามีข่าวดีจะมาแจ้งให้คุณได้ทราบว่า สมาร์ทโฟนพับได้ Samsung Galaxy Z Fold 3 จะระบายความร้อนได้ดีกว่า Galaxy S21 Ultra ใครที่สนใจอยากได้ก็ตามมาดูรายละเอียดกันเล้ยย อัพเดทข้อมูลใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนพับได้ Samsung Galaxy Z...
- Advertisement -

More Articles Like This