สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, แผนพัฒนาที่, ประมูลที่ดิน, ประมูลที่ดินประตูน้ำ, ประมูลที่ดินราชเทวี, ประมูลที่ดินสีลม นายสมบูรณ์ ชัยเดชสุรยะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เปิดเผยแผนงานปี 2555 ว่า จะพัฒนาชุมชนควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยเน้นพัฒนาพื้นที่ที่ปัจจุบันทรุดโทรมอย่างมาก และนำมาฟื้นฟูและพัฒนาให้ดีขึ้น ซึ่งปีนี้ประกอบด้วย พื้นที่ซึ่งเตรียมแจ้งผู้เช่าปัจจุบันว่าจะพัฒนาใหม่ ได้แก่ ที่ดินตลาดเฉลิมลาภ ย่านประตูน้ำ บริเวณหัวมุม ถ.ราชปรารภ ตัดกับ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เนื้อที่ 7 ไร่ ซึ่งใช้ประโยชน์มากว่า 30 ปี ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม ระบบสาธารณูปโภคไม่เหมาะสม อีกทั้งพื้นที่บางส่วนถูกต่อเติมอย่างไม่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ จนหน่วยงานราชการได้ยกเลิกใบอนุญาตตลาดแล้ว ดังนั้น สำนักงานทรัพย์สินฯ จึงมีนโยบายนำพื้นที่ดังกล่าวมาปรับปรุงและพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ ที่ดินแปลงดังกล่าวได้กำหนดเป้าหมายการรับมอบคืนพื้นที่จากผู้เช่าเดิมภายในสิ้นปี 2555 ขณะนี้กำลังดำเนินการส่งหนังสือแจ้งยุติการใช้พื้นที่เดือน มี.ค.นี้ โดยให้ระยะเวลาผู้เช่าเตรียมความพร้อมไม่น้อยกว่า 8 เดือนนับแต่วันส่งหนังสือฯ ให้ผู้เช่า คาดว่าจะได้พื้นที่คืนครบประมาณกลางปี 2556 “เบื้องต้นสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้ตั้งข้อกำหนดให้ผู้พัฒนาที่แสดงความจำนงยื่นเสนอทีโออาร์จะต้องช่วยเหลือและรับผิดชอบกลุ่มผู้เช่าเดิมมีพื้นที่ชั่วคราวประกอบอาชีพระหว่างการพัฒนาโครงการที่อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ปีด้วย เพื่อให้ผู้เช่าเดิมยังทำมาหากินได้ในบริเวณเดียวกันหรือไม่ห่างไกลมากนัก ขณะที่การสรรหาผู้พัฒนาอาจใช้ทราบผลในกลางปีนี้” นายสมบูรณ์ กล่าว นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่รอการสรรหาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ที่ดินบริเวณสี่แยกราชเทวี พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ 3 งาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอรับคืนจากผู้เช่าเดิมอีก 2 จึงราย จากนั้นจะเริ่มกระบวนการสรรหาผู้พัฒนา คาดว่าจะเริ่มกระบวนการได้ปลายปีนี้ ทั้งยังมีที่ดินบริเวณซอยพิพัฒน์ ถนนสีลมเนื้อที่ 300 ตารางวา กำหนดเวลาให้ยื่นทีโออาร์ข้อเสนอโครงการ 10 พ.ค.-21 มิ.ย.นี้ จะทราบผลภายในเดือน ก.ย.นี้ แจงขึ้นค่าเช่าลดเหลื่อมล้ำ ส่วนประเด็นการปรับขึ้นค่าเช่าพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินฯ นายสมบูรณ์ กล่าวว่า การปรับค่าเช่าดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่เชิงพาณิชย์และเพื่อชุมชน โดยพื้นที่เชิงพาณิชย์ปรับขึ้นเป็นปกติตามสภาพตลาดที่ดิน ขณะที่นโยบายจะเน้นย้ำการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัย ควบคู่กับการพัฒนาชีวิต โดยจะปรับขึ้นไม่เกินราคาเพดาน เพื่อแก้ไขปัญหาการเหลื่อมล้ำของราคาค่าเช่า เนื่องจากมีการเปลี่ยนมือของผู้เช่าเดิมไปให้เช่าต่อ ทำให้ราคาเพดานเช่าเพิ่มสูงขึ้น “เราถูกมองว่าเอาเปรียบผู้เช่ามาตลอด แต่เมื่อมองสภาพความเป็นจริง ราคาค่าเช่าถือว่าถูกมาก ตัวอย่างเช่นพื้นที่ยานนาวา ผู้เช่ารายแรกเสียค่าเช่าเพียง 300 บาทต่อเดือน ขณะที่มือ 2-3 ในบริเวณเดียวกัน เสียค่าเช่า 1,200 บาท และเมื่อปรับขึ้นจะถูกร้องเรียนว่าเพิ่มขึ้น 100-200% ดังนั้นนโยบายจึงค่อยๆ ปรับขึ้น โดยใน 3 รอบสัญญา หรือ 9 ปี จะปรับขึ้นให้เท่าราคาเพดาน” นายสมบูรณ์ กล่าว รวมทั้งยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้เช่าในกรณีการพัฒนาที่ดิน ด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 8 เดือน มอบเงินช่วยเหลือ มอบคูปองส่วนลด “สวนลุมไนท์” ปิดดีลปลายปีนี้ นายสมบูรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีข้อพิพาทระหว่างสำนักงานทรัพย์สินฯ และบริษัท พี.คอน. ดีเวลลอปเม้นท์ (ไทย) จำกัด อดีตผู้รับสิทธิการเช่าที่เดินบริเวณโรงเรียนเตรียมทหารเก่า จำนวน 127 ไร่ ศาลฎีกาได้ยืนคำตัดสินตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์เมื่อปลายปีที่แล้วให้สำนักงานทรัพย์สินฯ เป็นผู้ชนะคดี ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง ได้แก่ การพัฒนาเป็นสถานทูต (Embassy Roll) บริเวณด้านทิศเหนือของที่ดิน ซึ่งขณะนี้สถานทูตออสเตรเลียได้เช่าพื้นที่จำนวน 10 ไร่ ติดกับสถานทูตญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะส่งมอบพื้นที่ให้ก่อสร้างได้ในไตรมาส 2 ปีนี้ ทั้งยังมีสถานทูตอีก 1-2 แห่งติดต่อเพื่อขอเช่าเช่นที่ดินเช่นกัน นอกจากนี้รัฐบาลฝรั่งเศสยังได้เช่าที่ดิน Embassy Roll ฝั่งใต้ เพื่อก่อสร้างเป็นโรงเรียนสอนภาษาฝรั่งเศสและศูนย์วัฒนธรรม (Alliance Francaise) ซึ่งขณะนี้เริ่มการก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ต้นปี 2556 ขณะที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็นที่เป็นผู้ชนะการประมูลเมื่อปี 2550 จำนวน 40 ไร่ ยังคงสิทธิเดิม แต่อาจต้องปรับคอนเซปต์การพัฒนาโดยเพิ่มส่วนอาคารสำนักงานขึ้น จากเดิมมีเพียงศูนย์การค้าและโรงแรม ซึ่งจะเริ่มการก่อสร้างได้ปลายปีนี้ บางกอกบาซาร์, ซ.ต้นสนเริ่มปลายปี ส่วนพื้นที่ย่านหลังสวน ใน ซ.ต้นสน 1-6 จำนวนเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้ให้บริษัท วังสินทรัพย์ บริษัทในเครือเพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยแนวดิ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการคืนที่ของผู้เช่า โดยผู้เช่ารายสุดท้ายจะคืนพื้นที่ได้เดือน ส.ค.นี้ ซึ่งการพัฒนาจะแบ่งออกเป็นเฟส เฟสแรกจะเริ่มพัฒนาก่อนบริเวณ ซ.หลังสวน 1 จำนวน 3 ไร่ปลายปีนี้ และคาดว่าสร้างเสร็จปี 2557 ขณะที่พื้นที่บริเวณบางกอก บาซาร์เดิม ได้คัดเลือกผู้พัฒนา บริษัท เอส.พี.ที. แมเนจเมนท์ จำกัด ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยประกอบด้วยศูนย์การค้า สำนักงาน โรงแรมและเรสซิเด้นท์ เนื้อที่ 1.65 แสนตารางเมตร ทั้งยังมีถนนช่วยระบายการจราจรระหว่าง ถ.ราชดำริ และ ถ.ชิดลม โดยจะเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้ ส่วนที่ดินบริเวณสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ถ.ราชดำริ บริษัท แมกโนเลีย ไฟนเนสท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้รับสิทธิผู้พัฒนาเป็นโครงการคอมเพล็กซ์ผสมผสาน ทั้งคอนโดมิเนียมพักอาศัย และโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว โละที่ดินกองสลาก-รอชัดเจนองค์การเภสัช ด้านนางวีนา โปรานนท์ หัวหน้าโครงการพิเศษ กล่าวว่า ที่ดินกองสลากในปัจจุบันจะปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะและศูนย์การเรียนรู้ โดยกองสลากจะย้ายไปยังสนามบินน้ำเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งสำนักงานทรัพย์สินฯ จะเริ่มดำเนินการได้ปลายปีนี้ นายชูศิริ คัยนันทน์ หัวหน้าฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ที่ดินขององค์การเภสัชเนื้อที่ 30 ไร่ บริเวณ ถ.พระราม 6 ขณะนี้เหลือสัญญาอีก 15 ปี ซึ่งองค์การเภสัชมีแผนการย้ายสำนักงานและโรงงานไปย่านรังสิต ทำให้ที่ดินเกิดการว่างเปล่าขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ ยังไม่ได้รับการติดต่อจากองค์การเภสัช แต่การดำเนินการใดก็ตามจะต้องได้รับการอนุญาตจากสำนักงานทรัพย์สินฯ ก่อน

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้