windows 8 license จุดพลุแล้วสำหรับงานแฟร์ไอทีงานใหญ่ของไทย “คอมมาร์ท คอมเทค ไทยแลนด์ 2012” สิ่งที่น่าสนใจคืองานนี้สามารถสะท้อนทิศทางตลาดไอทีไทยครึ่งปีหลังถึงปีหน้าได้อย่างชัดเจน ซึ่งทั้งหมดเป็นเทรนด์ร้อนที่คนไทยหัวใจไอทีไม่ควรพลาด        – ไลเซนส์วินโดวส์ 8 ขายกระฉูด ปฐม อินทโรดม กรรมการบริหารและผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีภายใต้ชื่อ “คอมมาร์ท” เชื่อว่าลิขสิทธิ์ใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 ใหม่ล่าสุดจะติดอันดับสินค้าขายดีตลอดการจัดงานครั้งนี้ ผลจากโปรโมชันที่ไมโครซอฟท์ประเทศไทยนำมาเปิดตลาด และอุปกรณ์ไอทีระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 ที่จำหน่ายพร้อมไลเซนส์ใช้งานซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ งานนี้ไมโครซอฟท์ชูโปรโมชันให้ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ทั้ง 7 และ XP สามารถแลกซื้อวินโดวส์ 8 ในราคา 2,190 บาท ซึ่งเมื่อจบงานคอมมาร์ทราคาไลเซนส์ใช้งานวินโดวส์ 8 จะกลับไปเป็นมากกว่า 6,000 บาทเช่นเดิม “ยอมรับว่าราคานี้ไม่เคยมีมาก่อนในผลิตภัณฑ์วินโดวส์ เราบอกตัวเลขเป้าหมายยอดขายไม่ได้ แต่ราคานี้ถูกกำหนดเพราะเราอยากให้ลูกค้าได้ลองใช้งาน ถือว่าเป็นราคาสุดคุ้มที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก” มานพ มณีชวขจร CCG Director, Consumer Channel Group บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว วินโดวส์ 8 เป็นระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ของไมโครซอฟท์ที่ออกแบบมาให้สามารถใช้งาน 2 ระบบ คือระบบทัชสกรีน และระบบคอมพิวเตอร์พีซีทั่วไป ความจริงนี้ทำให้เกิดเป็นแนวโน้มหนึ่งที่เริ่มเห็นชัดเจนในงานนี้ คือตลาดหน้าจอทัชสกรีนกำลังจะกลายเป็นอีกสินค้าเด่นในตลาด เนื่องจากหน้าจอนี้สามารถเปลี่ยนให้คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปธรรมดากลายเป็นคอมพิวเตอร์ระบบทัชสกรีนในพริบตา อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจซื้อวินโดวส์ 8 จะต้องตรวจสอบไดรเวอร์อุปกรณ์ในเครื่องเดิมให้ดีก่อนจะเปลี่ยนระบบปฏิบัติการด้วย อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ ปฐมระบุว่า เห็นได้ชัดว่างานคอมมาร์ทครั้งนี้ผู้บริโภคตื่นตัวเรื่องโอเอสอุปกรณ์เป็นพิเศษ ซึ่งจะเป็นทิศทางหลักของตลาดไอทีไทยต่อไป        – ไอทีไทยปลายปีโต ผู้จัดงานคอมมาร์ทเชื่อว่างานคอมมาร์ทครั้งนี้จะมียอดจำหน่ายดีที่สุดในรอบปี ความหวังนี้สอดคล้องกับภาพรวมตลาดไอทีไทยช่วงครึ่งปีหลังที่เชื่อว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 12% ตัวเลขอัตราเติบโต 12% ของผู้จัดคอมมาร์ทนั้นสูงกว่าตัวเลขจากองค์กรรัฐอย่างเนคเทคและซิป้าที่เชื่อว่าตลาดไอทีไทยจะเติบโตราว 11.2% จุดนี้ปฐมเชื่อว่าความหลากหลายของสินค้าในตลาด บวกกับความต้องการของผู้บริโภคจะทำให้ตลาดไอทีฟื้นฟูจากพิษน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา “ปลายปีจังหวะดี ไอแพดมินิมาพร้อม เราคาดว่าสัดส่วนผู้ซื้อสินค้าต่อผู้ชมงานคอมมาร์ทครั้งนี้จะเพิ่มจากช่วงปีที่แล้วซึ่งมีวิกฤตน้ำท่วม ช่วงนั้นอัตราส่วนผู้ซื้ออยู่ที่ 60% (ในผู้ชมงาน 100 คน มีผู้ซื้อสินค้า 60 คน) จากเดิมที่เคยสูงสุดที่ 85% ซึ่งเราเคยสำรวจไว้ ครั้งนี้เราหวังให้ตัวเลขนี้เพิ่มเป็น 70-75%” สำหรับภาพรวมงานคอมมาร์ท ผู้จัดชี้ว่าแม้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะเป็นสินค้าหลักที่ช่วยฉุดยอดจำหน่าย แต่เชื่อว่าสินค้ากลุ่มโน้ตบุ๊กระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7 จะเป็นสินค้าอีกกลุ่มที่ทำยอดจำหน่ายสูงสุดในงาน เนื่องจากต้องล้างสต๊อกตามวงจรเพื่อรับกระแสสินค้าใหม่ลงตลาดอย่างคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหน้าจอทัชสกรีน        – โน้ตบุ๊กรุ่นเก่าล้างสต๊อก-รุ่นใหม่ลดราคา สิ่งที่น่าสนใจจากงานคอมมาร์ทครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่วางจำหน่ายพร้อมระบบวินโดวส์ 8 แต่อยู่ที่การลดราคาโน้ตบุ๊กหน้าจอทัชสกรีนวินโดวส์ 8 รุ่นใหม่ลงให้อยู่ในระดับราคาที่ไม่สูงนัก (เริ่มที่ 19,990 บาท) ขณะเดียวกัน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กบางส่วนยังคงจำหน่ายในระบบวินโดวส์ 7 โดยลดราคาลง ผู้จัดคอมมาร์ทชี้ว่านี่จะเป็นแนวโน้มในภาพรวมตลาดไทยถึงปีหน้า เพราะเมื่อระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 พร้อมทำตลาด คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่รองรับเฉพาะวินโดวส์ 7 จะเริ่มถูกล้างสต๊อกและทำราคาพิเศษเพื่อจำหน่ายโดยรวมราคาซอฟต์แวร์แล้ว จุดนี้คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้สินค้าวินโดวส์ 7 จะถูกจำหน่ายมากในช่วงปลายปี อีกแนวโน้มที่เห็นชัดในงานคืออัลตราบุ๊กกำลังลดราคาลง โดยสินค้าโน้ตบุ๊กบางเฉียบน้ำหนักเบาพิเศษที่ใช้ชิปตระกูลอินเทลบางรุ่นมีการจัดโปรโมชันต่ำกว่า 20,000 บาท “เทรนด์งานนี้จะส่งผ่านถึงปีหน้า ปีนี้โน้ตบุ๊กที่เป็นเมนสตรีมคือวินโดวส์ 7 จะถูกล้างสต๊อกจนไม่มีจำหน่ายอีกในปีหน้า ส่วนปีหน้าโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่พร้อมเทคโนโลยีทัชสกรีน พร้อมระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 จะถูกปรับลดราคาลงมาเป็นเมนสตรีม ซึ่งอาจจะปรับราคาลงอีกในช่วงปลายปีหน้าต่อไปเป็นวงจร” ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเทรนด์ในตลาดโน้ตบุ๊ก โดยปฐมระบุว่าแท็บเล็ตสามารถไปได้ดีต่อเนื่องในระยะนี้ จุดนี้ทำให้ผู้จัดคอมมาร์ทเชื่อว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจะยังเป็นสินค้าหลักที่จำหน่ายได้มากที่สุดในงาน รองลงมาคือแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน        – คนไทยไม่รอ 3G อีกเทรนด์ที่ชัดเจนจากงานนี้คือคนไทยไม่รอ 3G แล้ว แม้คอนเทนต์และบริการ 3G จะพร้อมเต็มที่เมื่อโอเปอเรเตอร์เริ่มได้รับใบอนุญาต 3G แต่เชื่อว่าคนไทยไม่ได้รอ เพราะการเติบโตของตลาดอุปกรณ์ต่างๆ นั้นเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง วันนี้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต 3G ถูกตั้งเป้าว่าจะเป็นสินค้าหลักที่ช่วยดึงยอดจำหน่ายในงาน เช่นเดียวกับตลาดไอที ซึ่งเชื่อว่าสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะเป็นสินค้าหลักในตลาดไอทีไทยต่อไปถึงปีหน้า และจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมไม่ได้มาแทนที่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์พีซีเต็มตัว

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้