เบื่อคลิป AI เกลื่อนฟีดไหม? TikTok จัดให้! เพิ่มปุ่มลดคอนเทนต์ AI ใน For You ได้เองแล้ว
เทคโนโลยี
เบื่อคลิป AI เกลื่อนฟีดไหม? TikTok จัดให้! เพิ่มปุ่มลดคอนเทนต์ AI ใน For You ได้เองแล้ว

เคยเป็นไหมครับ? ช่วงหลังๆ นี้พอหยิบมือถือขึ้นมาจะไถ TikTok แก้เบื่อสักหน่อย ปรากฏว่าในหน้าฟีด For You ดันเจอแต่วิดีโอที่ดู “แปลกๆ” เต็มไปหมด ภาพสวยนะแต่มันเนียนจนดูลอยๆ หรือเสียงพากย์ที่ฟังแล้วรู้เลยว่าไม่ใช่เสียงคนพูดจริงๆ บางทีก็เป็นคลิปเล่าเรื่องที่เอาภาพ Gen มาแปะต่อๆ กัน จนเริ่มรู้สึกว่า “เฮ้ย นี่เรากำลังดูอะไรอยู่เนี่ย?” ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้ บอกเลยว่าคุณไม่ใช่คนเดียวครับ เพราะนี่คือยุคที่ AI-generated…

ปัดขึ้นเพื่ออ่านบทความ
ไม่สนใจ
ชอบ
อ่าน
เทคโนโลยี

เบื่อคลิป AI เกลื่อนฟีดไหม? TikTok จัดให้! เพิ่มปุ่มลดคอนเทนต์ AI ใน For You ได้เองแล้ว

แชร์ Facebook X
บทความนี้ตรงกับความสนใจของคุณไหม?
เบื่อคลิป AI เกลื่อนฟีดไหม? TikTok จัดให้! เพิ่มปุ่มลดคอนเทนต์ AI ใน For You ได้เองแล้ว

เคยเป็นไหมครับ? ช่วงหลังๆ นี้พอหยิบมือถือขึ้นมาจะไถ TikTok แก้เบื่อสักหน่อย ปรากฏว่าในหน้าฟีด For You ดันเจอแต่วิดีโอที่ดู “แปลกๆ” เต็มไปหมด ภาพสวยนะแต่มันเนียนจนดูลอยๆ หรือเสียงพากย์ที่ฟังแล้วรู้เลยว่าไม่ใช่เสียงคนพูดจริงๆ บางทีก็เป็นคลิปเล่าเรื่องที่เอาภาพ Gen มาแปะต่อๆ กัน จนเริ่มรู้สึกว่า “เฮ้ย นี่เรากำลังดูอะไรอยู่เนี่ย?”

ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้ บอกเลยว่าคุณไม่ใช่คนเดียวครับ เพราะนี่คือยุคที่ AI-generated content (AIGC) หรือคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI กำลังบุกยึดพื้นที่โซเชียลมีเดียอย่างหนักหน่วง จนหลายคนเริ่มบ่นว่า “ความเรียล” ที่เป็นเสน่ห์ของ TikTok มันเริ่มจางหายไป

แต่ล่าสุดมีข่าวดีที่น่าจะถูกใจสายไถฟีดครับ เพราะ TikTok เขาเริ่มรู้ตัวแล้วว่าผู้ใช้เริ่ม “เอียน” กับคอนเทนต์ AI ที่มากเกินไป เลยเตรียมงัดฟีเจอร์ใหม่มาช่วยให้เราจัดการหน้าฟีดของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

ปุ่มวิเศษ “ลด AI” ตัวช่วยคืนความเรียลให้หน้าฟีด

จากรายงานของสื่อต่างประเทศอย่าง The Sun ระบุว่า TikTok กำลังเตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่ที่จะซ่อนอยู่ในเมนู Manage topics (ซึ่งเป็นเมนูเดิมที่เราใช้บอกระบบว่าชอบหรือไม่ชอบเนื้อหาแนวไหนนั่นแหละครับ) โดยความเจ๋งคือ เขาจะมี “Slider” หรือแถบเลื่อนปรับระดับสำหรับ AIGC โดยเฉพาะ!

การทำงานของมันเข้าใจง่ายมาก:

  • ถ้าคุณชอบความล้ำ: อยากเห็นนวัตกรรม AI ใหม่ๆ ก็ดันสไลเดอร์ขึ้น ฟีดของคุณก็จะเสิร์ฟคลิป AI แบบจัดเต็ม

  • ถ้าคุณโหยหาความเรียล: เบื่อความปลอม อยากดูคนจริงๆ เต้น กินข้าว หรือรีวิวของ ก็แค่ “ดันสไลเดอร์ลง” เพื่อสั่งให้ Algorithm ลดการมองเห็นคลิป AI ให้น้อยลง

แต่! ต้องดอกจันตัวโตๆ ไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า “ลด ไม่ได้แปลว่า ปิด” ทาง TikTok ยอมรับตรงๆ ว่าฟีเจอร์นี้ไม่สามารถบล็อกคอนเทนต์ AI ได้ 100% เพราะระบบยังต้องคำนวณจากหลายปัจจัย ทั้งความสดใหม่ ความนิยม และความสนใจของเรา แต่การมีปุ่มนี้ก็เหมือนเราได้ส่งสัญญาณบอก Algorithm ว่า “พอก่อนนะ AI ขอพักแป๊บ”

ทำไม TikTok ถึงต้องรีบแก้เกมเรื่องนี้?

ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้ TikTok กำลังเจอศึกหนักครับ

  1. ปริมาณที่ล้นทะลัก: TikTok เผยข้อมูลสุดอึ้งว่า ตอนนี้บนแพลตฟอร์มมีวิดีโอที่ถูกติดป้ายว่าเป็น AI-generated ไปแล้วมากกว่า 1.3 พันล้านคลิป! (ข้อมูลจาก The Guardian) ลองจินตนาการดูสิครับว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ อีกหน่อยเราคงแทบไม่เห็นหน้าคนจริงๆ กันแล้ว

  2. ปัญหา Deepfake และความน่าเชื่อถือ: ยิ่ง AI เก่งขึ้น การแยกแยะว่า “อันไหนจริง อันไหนปลอม” ก็ยิ่งยากขึ้น เราเริ่มเห็นการใช้ AI ปลอมเสียงคนดัง ปลอมหน้าดารามาขายของ หรือสร้างข่าวปลอม (Fake News) ที่เนียนกริบ เรื่องนี้กระทบความเชื่อมั่นของแพลตฟอร์มสุดๆ

  3. เสน่ห์ที่หายไป: จุดแข็งที่ทำให้ TikTok โตระเบิดระเบ้อคือ “ความจริงใจ” (Authenticity) การที่คนธรรมดาๆ มาถ่ายคลิปตลกๆ ในห้องนอน แต่พอ AI เข้ามาเยอะเกินไป ฟีดมันดู “แห้งแล้ง” ไร้ชีวิตชีวา ถ้าไม่แก้ตรงนี้ คนดูอาจหนีไปแพลตฟอร์มอื่นได้

ไม่ได้แค่ลด แต่จะ “จับตา” ให้เข้มขึ้นด้วย

นอกจากฟีเจอร์ให้ผู้ใช้กดลดเองแล้ว TikTok ยังประกาศสงครามกับ “AI เนียน” ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกเพียบครับ

  • Invisible Watermark (ลายน้ำล่องหน): อันนี้ล้ำมาก TikTok กำลังจะใช้เทคโนโลยีฝังลายน้ำที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าลงในวิดีโอที่สร้างด้วย AI ของแพลตฟอร์ม เพื่อให้รู้ที่มาที่ไป

  • มาตรฐาน C2PA: เป็นระบบ Content Credentials ที่จะฝังข้อมูล Metadata ลงไปในไฟล์เลยครับ ต่อให้มีคนโหลดคลิป AI นั้นออกไปตัดต่อใหม่แล้วอัปโหลดกลับเข้ามา ระบบก็จะยังรู้ทันทีว่า “อ๋อ คลิปนี้มีเชื้อ AI อยู่นะ” ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังได้แม่นยำขึ้น

  • กองทุน AI Literacy: เปย์หนักกว่า 2 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนองค์กรต่างๆ ให้ความรู้คนทั่วไปเกี่ยวกับการรู้ทัน AI เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

แล้ว Creator อย่างเราต้องปรับตัวยังไง?

ใครที่เป็นคนทำคอนเทนต์ อ่านมาถึงตรงนี้อย่าเพิ่งตกใจว่า “เฮ้ย ฉันจะตกงานไหม?” หรือ “ใช้ AI ช่วยตัดต่อไม่ได้แล้วเหรอ?” ใจเย็นๆ ครับ AI ยังเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยม ถ้าเราใช้ให้ถูกทาง

  • ใช้ AI เป็น “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ “ผู้สร้าง” ทั้งหมด: การใช้ AI ช่วยคิดสคริปต์ หรือช่วยแต่งภาพนิดหน่อยยังทำได้ แต่หัวใจสำคัญคือ “ตัวตนของคุณ” ต้องยังอยู่

  • ความจริงใจคือสกุลเงินใหม่: ในเมื่อ AI สร้างความสมบูรณ์แบบได้เกลื่อนกราด “ความไม่สมบูรณ์แบบ” ของมนุษย์นี่แหละครับที่จะแพงขึ้น การพูดผิดบ้าง หัวเราะธรรมชาติ หรือรีวิวแบบบ้านๆ จะยิ่งได้ใจคนดู

  • กฎเหล็ก “ต้องติดป้าย”: อันนี้สำคัญสุด ถ้าคลิปไหนใช้ AI สร้างหน้าคน เสียง หรือฉากที่ดูสมจริง ต้อง เปิดฟีเจอร์ระบุว่าเป็น AI-generated ทุกครั้ง อย่าเนียนครับ เพราะถ้าโดนจับได้ นอกจากจะโดนลดการมองเห็นแล้ว อาจโดนแบนแอคเคาท์ได้เลย กฎชุมชนเขากำลังเข้มขึ้นเรื่อยๆ

สรุป: อำนาจกลับมาอยู่ในมือเรา (บ้างแล้ว)

การมาของฟีเจอร์ลด AI ใน Manage topics ถือเป็นก้าวที่ดีครับที่ทำให้เรารู้สึกว่า “เรายังคุมฟีดตัวเองได้” ไม่ใช่ปล่อยให้ Algorithm จูงจมูกอย่างเดียว ใครที่เบื่อความพลาสติกของ AI ก็เตรียมตัวใช้ฟีเจอร์นี้ได้เลย ส่วนใครที่เป็น Creator ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาต้องกลับมาโฟกัสที่ “Human Touch” หรือความเป็นมนุษย์ให้มากขึ้นแล้วล่ะครับ

ยุค AI มันห้ามไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเสพอย่างพอดีได้ครับ!

FAQ

Q1: ฟีเจอร์ลดคอนเทนต์ AI นี้เริ่มใช้ได้หรือยัง แล้วเข้าไปตั้งค่าตรงไหน?

A: ปัจจุบัน TikTok กำลังอยู่ในช่วงทดสอบและทยอยปล่อยฟีเจอร์นี้ (Rollout) ให้กับผู้ใช้งานครับ บางคนอาจจะเริ่มเห็นแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่มีไม่ต้องตกใจ รออัปเดตแอปฯ ในช่วงสัปดาห์หรือเดือนข้างหน้า โดยเมนูจะซ่อนอยู่ที่ Settings > Content preferences > Manage topics ซึ่งจะมีตัวเลือกเกี่ยวกับ AIGC หรือ AI-generated content ให้เราปรับสไลเดอร์ได้ครับ

Q2: ถ้ากดลด AI จนสุดแล้ว จะไม่เห็นคลิป AI ในฟีด For You อีกเลยใช่ไหม?

A: ไม่ถึงกับหายไป 100% ครับ ทาง TikTok ยืนยันว่าฟีเจอร์นี้จะทำหน้าที่ “ลดสัดส่วน” (Reduce) การแสดงผลลงให้เหลือน้อยที่สุด แต่ Algorithm ยังคงต้องนำเสนอคอนเทนต์ที่หลากหลายตามความสนใจของเรา ดังนั้นอาจจะมีหลุดมาบ้าง แต่จะน้อยลงกว่าเดิมจนรู้สึกได้แน่นอนครับ

Q3: สำหรับคนทำคลิป ถ้าใช้ AI ช่วยตัดต่อหรือปรับเสียงนิดหน่อย ต้องติดป้าย AI-generated ไหม?

A: ถ้าเป็นการใช้ AI เพื่อปรับแสง สี หรือตัดต่อพื้นฐานทั่วไป “ไม่จำเป็น” ต้องติดป้ายครับ แต่ถ้าใช้ AI ในระดับที่ “เปลี่ยนความจริง” เช่น สร้างใบหน้าคนขึ้นมาใหม่ (Deepfake), ใช้ AI พากย์เสียงแทนเสียงคนจริง (Voice Cloning), หรือสร้างฉากเหตุการณ์ที่ไม่มีอยู่จริง แบบนี้ “จำเป็นต้องติดป้าย” ครับ เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการโดนลงโทษจากแพลตฟอร์ม

@Content Seeding

KEEP READING

อ่านต่อ

Spotify ธุรกิจหมดเวลาสายเทา! Spotify จับมือ Universal Music ปลดล็อกฟีเจอร์ AI Cover และ Remix แบบถูกลิขสิทธิ์ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของคนชอบแต่งเพลงกลายเป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาทั้งวงการเพลงและสายเทคต้องหันมามองพร้อมกัน เมื่อยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Spotify และค่ายเพลงระดับโลกอย่าง Universal Music Group (UMG) ได้ประกาศปิดดีลลิขสิทธิ์ครั้งประวัติศาสตร์ ร่วมมือกันเปิดทางให้แฟนเพลงสามารถใช้พลังของ Generative AI ในการทำเพลงคัฟเวอร์ (AI Covers) และรีมิกซ์เพลง… SpaceX IPO ใครได้ประโยชน์ที่สุด? ทำไมคำตอบอาจเป็น Elon Musk ธุรกิจSpaceX IPO ใครได้ประโยชน์ที่สุด? ทำไมคำตอบอาจเป็น Elon Musk และคนใกล้ตัวมากกว่านักลงทุนทั่วไปการ IPO ของ SpaceX กลายเป็นหนึ่งในดีลที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลกเทคโนโลยีและการเงิน เพราะนี่ไม่ใช่แค่บริษัทจรวดที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้น แต่เป็นบริษัทที่รวมหลายความฝันใหญ่ของ Elon Musk ไว้ด้วยกัน ทั้งจรวด Starship, อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink, โครงการไป Mars… Google เตรียมยัดโฆษณา AI ลง Search ค้นหาอะไรก็เจอสปอนเซอร์ ธุรกิจGoogle โฉมใหม่! เตรียมยัดโฆษณา AI ลง Search ค้นหาอะไรก็เจอสปอนเซอร์แบบคุยรู้เรื่อง (เนียนจนแยกยาก!)เตรียมตัวรับมือกันให้ดี เพราะ Google Search ที่เราคุ้นเคยกำลังจะเปลี่ยนไปแบบกู่ไม่กลับ! ยุคนี้ช่องค้นหาข้อมูลแบบเดิม ๆ กำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะ Google กำลังอัปเกรดตัวเองเข้าสู่ยุค AI เต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ถาม-ตอบแบบแชตสนทนา การสรุปเนื้อหาจากหลาย ๆ… LinkedIn เอาจริง! สั่งทุบ Reach โพสต์ เทคโนโลยีLinkedIn เอาจริง! สั่งทุบ Reach โพสต์ “AI Slop” แฉหมดเปลือกเทคนิคเขียนยังไงให้รอด ไม่โดนปิดกั้นเคยเป็นไหม? ช่วงหลัง ๆ มานี้เปิด LinkedIn ขึ้นมาทีไร ไถฟีดไปทางไหนก็เจอแต่โพสต์หน้าตาคล้าย ๆ กันไปหมด ประโยคเปิดหัวดูดี มีการจัดช่องไฟสวยงาม มี Bullet Point สรุปเป็นข้อ ๆ… ลดพื้นที่ Gmail เหลือ 5GB ถาวร เทคโนโลยีอย่าเพิ่งตกใจ! Google ยังไม่ลดพื้นที่ Gmail เหลือ 5GB ถาวร แค่แอบทดสอบเงื่อนไขใหม่สำหรับไอดีใหม่บางกลุ่มช่วงนี้ใครที่ไถฟีดโซเชียลบ่อย ๆ น่าจะผ่านตากับข่าวลือหนาหูที่ทำเอาเสียวสันหลังวาบว่า “Google กำลังจะปรับลดพื้นที่ Gmail ฟรีจาก 15GB เหลือแค่ 5GB” จนหลายคนเริ่มกังวลว่า ต่อไปนี้จะใช้งานอีเมล ลิงก์เก็บข้อมูล หรือสำรองรูปภาพกันลำบากขึ้นหรือเปล่า? แต่ช้าก่อนครับ! จากข้อมูลล่าสุดที่มีการอัปเดตออกมา… XChat บน iOS มาแล้ว เทคโนโลยีXChat บน iOS มาแล้ว! แอปแชตตัวใหม่จาก X ที่จะมาท้าชน WhatsApp และ iMessageสวัสดีครับชาวโซเชียลทุกคน! วันนี้มีข่าวใหญ่ในวงการแอปพลิเคชันมาฝากกัน โดยเฉพาะใครที่เป็นสาวกตัวจริงของแพลตฟอร์ม X (หรือ Twitter เดิมนั่นแหละ) เพราะล่าสุด Elon Musk และทีมงาน X Corp. ได้ฤกษ์ปล่อยของใหม่ที่ซุ่มทำมานานอย่าง XChat ลงบนระบบ…
กำลังโหลด…
MORE

บทความที่เกี่ยวข้อง