types of website

ไอทีเมามันส์กับ wordpressปัจจุบันนี้มีของเล่นเยอะมากๆ ผมเองล่ะเลือกไม่ค่อยจะถูกตัดสินใจยากเพราะอันโน้นก็ดีอันนี้ก็ดี ผมเปลี่ยนตัวหน้าเว็บมาหลายรอบมาเลยครับ ลองไปลองมาตอนนี้หันมาจับ wordpress อีกครั้ง ซึ่งจริงๆผมก็เคยใช้มันมาแล้วล่ะ แต่ช่วงหลังๆ ติดใจก็เลยหนีไม่พ้นเลยจริงๆ วันนี้เลยขอจัดเต็มซักหน่อยครับ ไงก็รอดูผลงานบนหน้าเว็บไปเรื่อยๆล่ะกันครับ

 

ในปัจจุบันนั้นเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงเทคโนโลยีทางด้านเว็บไซต์ ด้วยเช่นกัน เทคโนโลยีนี้ยังรวมไปถึงภาษาต่าง ๆ ที่ใช้ในการเขียนเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น PHP, ASP.NET, Java และภาษาอื่น ๆ ซึ่งการรับเขียนเว็บไซต์ นั้นตัวภาษา หรือเทคโนโลยีก็มีผลต่อราคา และทิศทางในการพัฒนา ซึ่งบางระบบก็เหมาะกับภาษาชนิดนี้ หรือบางระบบก็สมควรจะพัฒนาด้วยภาษานี้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับลูกค้า และการให้คำปรึกษาของผู้รับเขียนเว็บไซต์นั้นเอง รูปแบบของเว็บไซต์ ซึ่งกลุ่มเว็บไซต์ทั้ง 8 ประเภทนั้น ได้แก่

  1. เว็บท่า (Portal Site) อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เว็บวาไรตี้ ซึ่งหมายถึงเว็บที่ให้บริการต่างๆ ไว้มากมาย มักประกอบไปด้วยบริการ เสิร์ชเอ็นจิ้น ที่รวมลิงค์ของเว็บไซต์ที่น่าสนใจไว้มากมายให้เราได้ค้นหา รวมถึงบริการที่เกี่ยวกับเรื่องราวที่มีสาระและบันเทิงหลากหลายประเภท ดูหนังฟังเพลง ดูดวง ท่องเที่ยว ไอที เกม สุขภาพ ฯลฯ
  2. เว็บข่าว (News Site) เป็นเว็บที่สร้างขึ้นโดยองค์กรข่าวหรือสถาบันสื่อสาร มวลชนต่างๆ ที่มีสื่อมวลชนประเภทต่างๆ ของตนอยู่เป็นหลัก เช่น สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วรสาร หรือแม้กระทั่ง กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและติดตามข่าวได้ทุกเวลา
  3. เว็บข้อมูล (Information Site) เป็นเว็บที่ให้บริการเกี่ยวกับการสืบค้น ข้อมูลข่าวสาร หรือข้อเท็จจริงต่างๆ ที่น่าสนใจ องค์กรต่างๆ มักสร้างเว็บข้อมูลของตนขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนหรือกลุ่มบุคคลที่ สนใจ เข้ามาศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของตน
  4. เว็บธุรกิจหรือการตลาด (Business/Marketing Site) สร้างขึ้นโดย องค์กรธุรกิจต่าง ๆ มีจุดประสงค์ในการประชาสัมพันธ์องค์กรและเพิ่มผลกำไรทางการค้าด้วย โดยเนื้อหาส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดมักจะเป็นการนำเสนอเกี่ยวกับรายละเอียด และความน่าสนใจของสินค้าและบริการ
  5. เว็บการศึกษา (Educational Site) ส่วนใหญ่สร้างขึ้นโดยสถาบันการศึกษาต่างๆ หรือองค์กรทั้งของภาครัฐและเอกชนที่มีนโยบายในการเผยแพร่ความรู้ และให้โอกาสในการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป เว็บการศึกษาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ บริการการเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือที่เรียกว่า อีเลิร์นนิ่ง (E-Learning) ต่างๆ
  6. เว็บบันเทิง (Entertainment Site) เป็นเว็บนำเสนอและให้บริการต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความบันเทิง จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกัน ดนตรี ภาพยนตร์ ดารา กีฬา เกม ความรัก บทกลอน การ์ตูน เรื่องขำขัน รวมถึงบริการดาวน์โหลดโลโก้และริงโทนสำหรับโทรศัพท์เคลือนที่ด้วย
  7. เว็บองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร (Non-profit Organization Site) ส่วนใหญ่สร้างขึ้นโดยบุคคลหรือองค์การต่าง ๆ ที่มีนโยบายในการสร้างและช่วยเหลือสังคมโดยที่ไม่หวังผลกำไรหรือค่าตอบแทน ซึ่งกลุ่มบุคคลหรือองค์การเหล่านี้ได้แก่ สมาคม ชมรม มูลนิธี และโครงการต่างๆ โดยอาจจะมีจุดประสงค์เฉพาะที่แตกต่างกันเช่น เพื่อทำความดี สร้างสรรค์สังคม พิทักษ์สิ่งแวดล้อม ปกป้องสิทธิมนุษยชน รณรงค์ไม่สูบบุหรี่ เป็นต้น
  8. ว็บส่วนตัว (Personal Site) บางครั้งอาจเป็นเว็บของคนๆ เดียว เพื่อนฝูง หรือครอบครัวก็ได้ โดยอาจจะจัดทำขึ้นด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน เช่น แนะนำตนเอง แนะนำกลุ่มเพื่อน โชว์รูปภาพ แสดงความคิดเห็น เขียนไดอารี่ประจำวัน นำเสนอผลงาน ถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งที่เชี่ยวชาญหรือสนใจ

 

แบ่งปัน
บทความถัดไปFirefox 5 เพิ่มโซเชียลฯ แท็บโฮม+แอพ

Commander

ผมเป็นนักการตลาดออนไลน์ที่สนใจข้อมูลด้านเทคโนโลยี ธุรกิจ เกมส์และวาไรตี้ด้านต่างๆ จึงอยากนำเสนอข้อมูลต่างๆที่ตนเองได้อ่านและอยากเผยแพร่ต่อเป็นข้อมูลที่แบ่งปันกัน ใครสนใจเข้ามาร่วมวงเขียนบทความกันได้ที่นี้เลยครับ

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้