10 PIN "อันตราย" สำหรับผู้ใช้ iPhone

Must Read

Jiradech Suchada
Jiradech Suchadahttps://www.itmoamun.com/
การตลาดออนไลน์ เทคโนโลยี ธุรกิจ Passive Income ทำตัวเป็น Blogger แถมกด Shutter รัวๆ แล้วออกไปปั่นๆ พร้อมทั้งเก็บเป็นเรื่องราวดีๆผ่านพื้นที่ตรงนี้ออกมาเป็นบทความ รูปภาพ วิดีโอ แบบเล่าสู่กันฟัง อย่าลืมมาติดตามกันนะครับ

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า การใช้ PIN code ช่วยให้ iPhone ของคุณปลอดภัย โดยเฉพาะหากเกิดกรณีที่ iPhone ของคุณหาย หรือถูกขโมย เนื่องจากหัวขโมยมีโอกาสในการทดลองป้อนรหัส PIN ได้แค่ 10 ครั้งเท่านั้น ซึ่งหากครบแล้วไม่ถูกต้องข้อมูลในเครื่องก็จะถูกลบออกไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก PIN code ประกอบด้วยตัวเลข 4 หลัก (สร้างรหัสได้ 10,000 PIN) ดังนั้นมันจึงมีโอกาสถูกแค่ 0.1% ฟังดูก็น่าปลอดภัย แต่ว่า… จากรายงานข่าวล่าสุดพบว่า 10 PIN Code ยอดนิยมที่มีการใช้มากที่สุดครอบคลุมมากกว่า 14.4% ของรหัสทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายความว่า ความเสี่ยงของการตั้ง PIN code ด้วยชุดตัวเลขเหล่านี้จะมีสูงกว่าที่คุณคาดคิดมากทีเดียว Daniel Amitay ได้พัฒนาแอพฯ ชื่อว่า Big Brother Camera Security ซึ่งมันสามารถถ่ายรูปใครที่แอบใช้ iPhone ของคุณผ่านทางกล้องด้านหน้าของ iPhone 4 ได้ ล่าสุดเขาได้อัพเดทความสามารถให้มันสามารถส่ง PIN ของ iPhone กลับมาได้ โดยจาก PIN code ทั้งหมด 204,508 รหัสที่รวบรวมมาได้ พบว่า มีอยู่ 10 PIN ที่ผู้ใช้ iPhone 4 (น่าจะไม่ต่างจากผู้ใช้ iPhone ทั้งหมดที่เปิดการใช้งาน PIN code) นิยมใช้กันมากที่สุดมีรายละเอียดดังกราฟข้างล่างนี้ 10 PIN iPhone จากกราฟจะเห็นว่า “1234” เป็น PIN code ยอดนิยมที่มีผู้ใช้สูงถึง 4.34% ตามด้วย “0000” ที่มีการใช้มากถึง 2.6% และหากรวม 4 PIN code แรกในกราฟจะเห็นว่า มันครอบคลุม % ความเสี่ยงสูงถึง 10.8% หรือคิดง่ายๆ ก็คือ หัวโขมยสามารถเดารหัส PIN โดยใช้ 4 PIN นี้แล้วมีโอกาสถูกสูงถุึง 1 ใน 10 เครื่องเลยทีเดียว ดังนั้นหากคุณตั้ง PIN ด้วยตัวเลขเหล่านี้ มันแทบจะไม่ต่างกับการติดลูกบิดประตูโดยหันปุ่มล็อคไว้นอกบ้านยังไงยังงั้น Amitay ยังแนะนำอีกว่า เจ้าของ iPhone ที่ชอบตั้ง PIN ด้วยปีเกิด ปีที่ซื้อเครื่อง หรือปีนี้ (2011) รีบเปลี่ยนเดี่ยวนี้ และถ้าจะให้ปลอดภัยควรหันไปใช้เป็นรหัสผ่าน (password) จะปลอดภัยกว่า สรุป 10 PIN code อันตรายบน iPhone ได้แก่ 1234, 0000, 2580, 1111, 5555, 5683, 0852, 2222, 1212, 1998 (เด็กวัยก่อนวัยรุ่นชอบตั้ง PIN ด้วยปีเกิด) ข้อมูลจาก: amitay

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisement -

Latest News

สตาร์ทอัพญี่ปุ่น พัฒนาแอปที่ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า จากชุดนอน เป็นชุดสูท

สวัสดีคอไอทีทุกคน วันนี้เรามีข่าวสำคัญจะแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบว่า ล่าสุดสตาร์ทอัพญี่ปุ่น พัฒนาแอปที่ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า จากชุดนอน เป็นชุดสูท สำหรับการประชุมออนไลน์ได้แล้ว ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เรามาติดตามกันเลย สรุปข้อมูลและรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้ดังนี้    นับตั้งแต่การระบาดของโควิด 19 ที่ทำให้ผู้คนทำงานที่บ้าน (Work...
- Advertisement -

More Articles Like This