Amazon Content Online

แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในตลาดเนื้อหาออนไลน์ เท่า “ไอทูนส์” หรือ “เน็ตฟลิกซ์” แต่ “อเมซอน” ก็ไม่ยอมแพ้ ล่าสุดประกาศเตรียมปรับกลยุทธ์ที่เคยสร้างความสำเร็จให้ธุรกิจอีบุ๊ค “คินเดล” มาใช้พัฒนาให้เพลงและวีดิโอดิจิทัลของบริษัทเปิดบนอุปกรณ์นานาชนิดให้ได้มากที่สุด สถิติของเอ็นพีดี กรุ๊ป บริษัทวิจัยตลาด พบว่า ช่วงปี 2550 และ 2551 ส่วนแบ่งในตลาดเนื้อหาดิจิทัลของอเมซอนมีน้อยกว่า 15% ขณะที่ร้านไอทูนส์ของแอปเปิลเป็นผู้นำในตลาดเพลงดิจิทัล ด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 50% ส่วนเน็ตฟลิกซ์โดดเด่นในตลาดเช่าหนังออนไลน์ กับส่วนแบ่งตลาด 55% เมื่อไตรมาสสี่ของปีที่แล้ว สาเหตุหนึ่งที่ทำให้อเมซอน โดดเด่นในตลาดอีบุ๊ค คือ เมื่อซื้ออี-บุ๊คจากบริษัท ลูกค้าสามารถอ่านเนื้อหาดังกล่าวผ่านแอพคินเดิลบนอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน ไอแพด และคอมพิวเตอร์แมคของแอ๊ปเปิ้ล พีซี แบล็คเบอร์รี วินโดว์ส โฟน รวมถึงสมาร์ทโฟน และแทบเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ สำหรับกลยุทธ์ใหม่ที่อเมซอนจะนำมาใช้กระตุ้นตลาดเพลงและวีดิโอดิจิทัลของตัวเอง ตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่า ถ้าลูกค้าเล่นวีดิโอ และเพลงของอเมซอนบนสารพัดอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว พวกเขาก็มีแนวโน้มจะซื้อเนื้อหาจากอเมซอนมากกว่าคู่แข่ง อย่างไอทูนส์ หรือเน็ตฟลิกซ์ บิลล์ คารร์ รองประธานฝ่ายวีดิโอและเพลงดิจิทัลของอเมซอน เปิดเผยว่า เป้าหมายหลัก คือ ขายสินค้าทั้งที่เป็นวัตถุ และในรูปแบบดิจิทัลให้ได้มากขึ้น โดยสิ่งที่บริษัทต้องทำ คือ ค้นหาและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้า “ลูกค้าต้องการอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูรายการทีวี และหนังได้จากทุกที่ และไม่ต้องการอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อน ถ้าลูกค้าพอใจก็มีแนวโน้มที่จะใช้บริการบ่อยขึ้น” คารร์ กล่าว เอตุล เบ็กก้า นักวิเคราะห์บริษัท ลาซาร์ด แคปปิตอล มาร์เก็ตส์ ให้ความเห็นว่า หากอเมซอนทำให้ลูกค้าเข้าถึงเพลงและวีดิโอดิจิทัลของบริษัทได้อย่างง่ายดายผ่านทางอุปกรณ์ของแอ๊ปเปิ้ลและอุปกรณ์จากบริษัทอื่นๆ อาจช่วยกระตุ้นยอดขายเนื้อหาเหล่านั้นได้ คารร์ บอกว่า ตัวเลขยอดขายเนื้อหาดิจิทัลของบริษัทล่าสุด ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงหนุนจากการที่มีแอพของอเมซอนสำหรับอุปกรณ์หลากหลายประเภท ล่าสุด ร้านค้าปลีกบนอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในโลกรายนี้ ได้เปิดตัวแอพอินสแตนท์ วีดิโอ รุ่นใหม่สำหรับไอแพดที่ผู้ใช้สามารถสตรีมและดาวน์โหลดวีดิโอของอเมซอนบนแทบเล็ตของแอ๊ปเปิ้ลได้ ขณะเดียวกันได้อัพเดท “คลาวด์ เพลเยอร์” แอพเพลงดิจิทัล และเตรียมจะเปิดให้บริการบนชุดกล่องรับสัญญาณทีวี “โรกุ อินเทอร์เน็ต ทีวี” และอุปกรณ์สตรีมเพลง “โซโนส” โดยแอพตัวนี้ใช้งานได้แล้วบนไอโฟน ไอพอด ทัช เวบ เบราเซอร์ สมาร์ทโฟน และแทบเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ รวมถึงอุปกรณที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์สของไมโครซอฟท์ สำหรับแอพอินสแตนท์ วีดิโอนั้น ปัจจุบันมีเวอร์ชั่นสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่ คอมพิวเตอร์แมค พีซี โรกุ เครื่องเล่นเกมเพลย์สเตชั่น 3ของโซนี่ เครื่องเล่นเกมเอ็กซ์บ็อกซ์ 360 ของไมโครซอฟท์ ทิโว รวมถึงเครื่องเล่นดีวีดีและทีวีบลูเรย์ แต่นักวิเคราะห์ กล่าวว่า กลยุทธ์ด้านเนื้อหาดิจิทัลของอเมซอนอาจไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าผู้ผลิตอุปกรณ์พกพาและผู้ให้บริการแพลตฟอร์จำกัดการใช้งานแอพของอเมซอนบนอุปกรณ์ของตัวเอง ขณะที่ คารร์ ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้งานอุปกรณ์ไอโอเอส เป็นสาเหตุให้อเมซอนต้องแก้ปัญหาด้วยการสร้างแอพที่ช่วยให้ลูกค้าสั่งซื้อและเช่าเนื้อหาของบริษัทผ่านเว็บไซต์ และเนื้อหาจะไปปรากฏในแอพภายหลัง โคลิน เซบาสเตียน นักวิเคราะห์อาร์ดับบลิว แบรด บอกว่า อเมซอนออกแบบแอพให้ทำงานในลักษณะนี้ เพราะแอ๊ปเปิ้ลคิดค่าบริการขายผ่านแอพบนอุปกรณ์ของตัวเองมากถึง 30% ของราคาเนื้อหา ทั้งนี้ เซบาสเตียน และนักวิเคราะห์หลายคน เห็นตรงกันว่า เป็นไปได้สูงที่อเมซอนจะพัฒนาอุปกรณ์พกพาของตัวเอง รวมถึงแทบเล็ตคินเดิล ไฟร์รุ่นใหม่ และอาจจะเป็นสมาร์ทโฟน ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาแอพสื่อดิจิทัลสำหรับใช้กับอุปกรณ์ที่บริษัทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแอ๊ปเปิ้ล กูเกิล และซัมซุง ผลิตและวางจำหน่ายแล้ว ขณะเดียวกัน อเมซอนยังพยายามรุกเข้าไปในตลาดเกมบนอุปกรณ์พกพา ด้วยการเชิญชวนให้นักพัฒนาหันมาพัฒนาเกมให้บริษัทมากขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้