Baidu Mobile Browser

โมบายล์เบราว์เซอร์ของ Baidu นั้นมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Baidu Mobile Browser รายงานระบุว่าสามารถทำงานได้บนอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) เวอร์ชัน 2.2 ขึ้นไป รวมถึงอุปกรณ์วินโดวส์โฟน 7 (Windows Phone 7) และซิมเบียน (Symbian) ตัวโปรแกรมสามารถรองรับเทคโนโลยี HTML5 รวมถึง WebGL, WebSocket, Web Worker และ Flash ทำให้ผู้ใช้สามารถเล่มเกมบนเบราว์เซอร์ และใช้งานแอปพลิเคชันออนไลน์ที่ Baidu ให้บริการผ่านเบราว์เซอร์บนเดสก์ท็อปราว 1 แสนแอปพลิเคชันได้บนอุปกรณ์พกพา รายงานย้ำว่า Baidu Mobile Browser สามารถทำคะแนนทดสอบประสิทธิภาพการทำงานได้สูงกว่าคู่แข่งแดนมังกรอย่าง QQ ถึง 20% โดยผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลบน Baidu ได้จากเบราว์เซอร์ จุดเด่นคือการเพิ่มระบบค้นหาด้วยเสียงภาษาจีนเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานระหว่างเดินทาง ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ Baidu ถูกมองว่าเป็นการยกระดับการแข่งขันบนเวทีการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์พกพา ที่ผ่านมา Baidu กินขาดในตำแหน่งแชมป์เสิร์ชเอนจินของจีนมาตลอด แต่ยังไม่สามารถขยายตลาดใช้งานบนอุปกรณ์พกพาได้เร็วเท่ากับคู่แข่งอย่าง Tencent และ UCWeb เชื่อว่าการผูกบริการออนไลน์ของ Baidu ไว้กับโปรแกรมเบราว์เซอร์ จะทำให้ผู้ใช้เลือกใช้งาน Baidu บนอุปกรณ์พกพาได้เหนียวแน่นกว่าเดิม

ปัจจุบันจีนเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรออนไลน์มากที่สุดในโลก ขณะเดียวกัน จำนวนประชากรออนไลน์ของจีนเหล่านี้มีการออนไลน์ผ่านอุปกรณ์พกพาทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัวต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ Baidu แถลงการณ์ว่าเบราว์เซอร์เวอร์ชันล่าสุดของบริษัทจะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเปิดเว็บไซต์และดาวน์โหลดข้อมูลได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในอนาคต Baidu จะลงทุนสร้างศูนย์ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งเพิ่มเติมต่อไป โรบิน ลี (Robin Li) ผู้ก่อตั้ง Baidu ไม่ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนระบบคลาวด์คอมพิวติ้งดังกล่าว ระบุเพียงว่าโมบายล์อินเทอร์เน็ตที่มีระบบคลาวด์รองรับจะเป็นนวัตกรรมถัดไปที่บริษัทจะให้ความสำคัญ โดยขณะนี้ Baidu มีส่วนแบ่งตลาดเสิร์ชเอนจินราว 78.6% (ข้อมูลไตรมาส 2 ของปีนี้) นำโด่งทิ้งห่างกูเกิล (Google) ซึ่งครองอัน 2 ที่ 15.7% ข้อมูลเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาพบว่าจีนมีประชากรออนไลน์ถึง 538 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อนหน้า โดยจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์พกพานั้นเพิ่มขึ้น 22% เป็น 388 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนถึง 70% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรออนไลน์แดนมังกรทั้งหมด

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้