BlackBerry Developer “ผู้บริหารแบล็คเบอร์รี่” ให้สัมภาษณ์พิเศษ กรุงเทพธุรกิจ ระบุ ตลาดไทยโดดเด่น มีโอกาสเติบโต ผนึกกำลัง 3 โอเปอเรเตอร์ไทย รุกตลาด ย้ำยังติดท็อปทรีสมาร์ทโฟนไทย “ฟรอสต์” สำนักวิจัยชื่อดังชี้แบล็คเบอร์รี่ ยังต้องสู้กับคู่แข่งอย่างหนัก ล่าสุด “โนเกีย” ดึงซีอีโอสำรวจตลาดในไทย ยกเป็น 1 ในตลาดสำคัญที่สุดของโนเกีย เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ารีเสิร์ช อิน โมชั่น หรือ “แบล็คเบอรี่” ในปัจจุบันคือผู้บุกเบิกตลาดสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ระดับองค์กรที่อาจกล่าวได้ว่า “แบล็คเบอรี่คืออีกหน้าหนึ่งของตำนานแห่งความสำเร็จของสมาร์ทโฟน” ขณะที่ตลาดในประเทศไทย แบล็คเบอร์รี่ เพิ่งตั้งสำนักงานในประเทศไทยเมื่อเดือน พ.ย.55 หวังช่วยหนุนการดำเนินงานของแบล็คเบอร์รี่ในไทยเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าแบล็คเบอรี่จะสูญเสียความเป็นเจ้าตลาดให้แก่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อย่างแอ๊ปเปิ้ลและซัมซุง เนื่องจากตลาดหันมาให้ความสนใจกับสมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิงส่วนตัวมากขึ้น นายเบอนัวต์ นาลิน ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย บริษัทรีเสิร์ช อิน โมชั่น (แบล็คเบอร์รี่) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” เป็นครั้งแรกว่า ตลาดสมาร์ทโฟนในไทยยังคงมีการขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกันปีต่อปี และสำหรับตลาดในภูมิภาคอาเซียน บริษัทก็ยังเห็นโอกาสกเติบโตที่เด่นชัดจากการที่ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนจากการใช้งานฟีเจอร์โฟนมาเป็นสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังคงมีความต้องการที่จะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากการใช้มือถือ โดยแบล็คเบอร์รี่มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์วิธีการดำเนินธุรกิจร่วมกับพันธมิตรและลูกค้า ซึ่งจนถึงขณะนี้ภาพลักษณ์แบรนด์ของแบล็คเบอร์รี่ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นด้วยความตั้งในในการพลิกโฉมโมบาย คอมพิวติ้ง และจากงานเปิดตัวแบล็คเบอร์รี่ 10 ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ที่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า แบล็คเบอร์รี่ได้ทุ่มเทเวลาและกำลังในช่วงปีที่ผ่านมาเพื่อพัฒนานวัตกรรมและนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานแบล็คเบอ์รี่ รวมทั้งการพลิกโฉมภาพลักษณ์ของบริษัท “ทุกคนจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ในทุกๆ ประเทศที่เราได้เข้าไปดำเนินธุรกิจ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ที่ในปีนี้เราก็มีแผนที่จะนำเสนอความน่าตื่นเต้นอีกมากมาย เราจะแจ้งให้ท่านทราบทันทีที่ทุกอย่างมีความพร้อม” ผู้บริหารแบล็คเบอร์รี่ระบุว่า ในไทยบริษัทยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง 4 รายคือ เอไอเอส, ดีแทค, ทรูมูฟ และ ไอโมบาย (3จี ทีโอที) และพันธมิตรคู่ค้า 1 รายคือ เอสไอเอส โดยบริษัทได้นำความเชี่ยวชาญของพันธมิตรทุกรายมาต่อยอดวิธีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงใจลูกค้าชาวไทย ย้ำติดท้อปทรีสมาร์ทโฟนไทย นายนาลินยังย้ำว่า แบล็คเบอร์รี่ ยังคงติด 1 ใน 3 ผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนไทย ด้วยจำนวนลูกค้าที่ลงทะเบียนใช้บริการแบล็คเบอร์รี่มากกว่า 1 ล้านราย และบริษัทก็ยังเชื่อมั่นมากว่าการเปิดตัวแบล็คเบอร์รี่ 10 ในไทยเร็วๆนี้จะเป็นการมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและแตกต่างให้กับลูกค้า ซึ่งกลยุทธ์ของแบล็คเบอร์รี่ในการทำตลาดในประเทศไทย รวมถึงตลาดอื่นๆ ทั่วโลกคือ การทำให้เห็นและทำให้เข้าใจด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์จากแบล็คเบอร์รี่ 10 ด้วยตัวเอง นอกจากนี้การเปิดตัวแพลตฟอร์มดังกล่าวยังถือเป็นการพลิกโฉมระบบการติดต่อสื่อสารบนมือถือให้กลายเป็น “โมบายล์คอมพิวติ้ง” อย่างแท้จริงด้วยศักยภาพของแบล็คเบอร์รี่ และทุกสิ่งที่บริษัทกำลังทำอยู่ในขณะนี้จะเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า “ไม่มีใครเหนือกว่า” ในการเป็นผู้นำเสนอการผสมผสานระบบการติดต่อสื่อสารบนมือถือเข้ากับยานยนต์ ธุรกิจ ที่พักอาศัย การท่องเที่ยว การรักษาพยาบาล โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ระบบรักษาความปลอดภัย และในทุกๆ สิ่งรอบตัว “วันนี้เราได้ก้าวไปถึงจุดนั้นแล้ว แพลตฟอร์มแบล็คเบอร์รี่ 10 ใหม่นี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางธุรกิจของเราต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้า ดังเช่นที่แบล็คเบอร์รี่เคยทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และเรามั่นใจว่าเราจะก้าวไปถึงความสำเร็จนั้น” นายนาลิน กล่าวด้วยว่า เป้าหมายของแบล็คเบอร์รี่จากนี้ไป คือ การนำเสนอโซลูชั่นโมบายล์คอมพิวติ้งที่แท้จริงเน้นความสะดวกต่อการใช้งาน และปรับได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยมั่นใจว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์ควบคู่กับบริการที่ดีที่สุดจะส่งผลให้แบล็คเบอร์รี่ มีฐานลูกค้าที่แข่งแกร่งและตัวเลขส่วนแบ่งตลาดที่เติบโตยิ่งขึ้น ฟรอสต์ชี้ “บีบี”งานหนักรักษาฐานลูกค้า ล่าสุด “ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน” องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลกระบุว่า สงครามสมาร์ทโฟนครั้งนี้น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อแบล็คเบอร์รี่ส่งไม้เด็ดอย่าง “ระบบปฏิบัติการแบล็คเบอร์รี่ 10” ออกมาตอบโต้กับความท้าทายที่มีอยู่รอบด้าน โดยระบุว่า แม้ตัวเครื่องจะเจ๋งขนาดไหน แต่แบล็คเบอร์รี่ยังต้องต่อสู้อย่างหนักกับคู่แข่งรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น โนเกีย ลูเมีย หรือ ซัมซุง กาแล็คซี่ และ สาวกแอ๊ปเปิ้ลบางส่วน นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการรื้อฟื้นความเชื่อมั่นจากลูกค้าเก่าอีกด้วย นายแอนดี้ บอล ลูวิส ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาธุรกิจไอซีที บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัย ให้ความเห็นว่า สิ่งประดิษฐ์ทางเทคโนโลยีที่เจ๋งทีสุด อาจไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไป เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆที่มีบทบาทอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย เป็นต้น แต่สำหรับแบล็คเบอรี่ นั้น ถือว่าเริ่มต้นได้สวยเนื่องจากมีราคาที่เหมาะสม และมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ดี นางสาวมนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ในไทยเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้เคยเป็นตลาดของบีบีมาก่อน ด้วยมีสัดส่วนที่มากกว่าคู่แข่งอย่างไอโฟน ดังนั้นแบล็คเบอรี่พยายามที่จะรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ แต่เป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมากขึ้น และผู้ใช้งานด้านนี้ส่วนใหญ่จะไม่นึกถึงบีบีเป็นอันดับแรก เพราะจุดแข็งของบีบีอยู่ที่การแชทระหว่างเครื่อง มากกว่าการท่องเวปบนมือถือ ส่งผลให้ตลาดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือของไทยยังถูกครองโดยโอโฟน ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของผู้ใช้งานประเภทนี้ ในขณะที่ บีบีมีส่วนแบ่งเพียงไม่ถึง 6% เท่านั้น ฟันธง ชิงเบอร์3 ร่วมโนเกีย “ดังนั้น การกลับมาของบีบีในครั้งนี้ คงไม่สามารถพลิกสถานการณ์ให้กลับมาเป็นผู้นำของสมาร์ทโฟนได้เหมือนเดิม ถึงแม้ว่าทางแบล็คเบอร์รี่ จะทุ่มเททั้งในเรื่องการตลาดกับโอเปอเรเตอร์ หรือแม้แต่การเข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว สิ่งเหล่านี้ คงไม่สามารถฉุดรั้งความแรงของ ซัมซุง หรือ ไอโฟนได้ สิ่งที่ดีที่สุด คือการคาดหวังในการชิงตำแหน่งเบอร์ 3 กับ โนเกียสมาร์ทโฟน” นางสาว มนธ์สินี กล่าว ขณะที่ ยักษ์มือถือโลก อย่าง “โนเกีย” ล่าสุด นายสตีเฟ่น อีลอป ซีอีโอโนเกีย เพิ่งเดินทางมาสำรวจตลาดประเทศไทย ระบุว่า โนเกียจะกลับมายืนในตำแหน่งผู้นำอีกครั้้ง ผ่านกลยุทธ์ในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการชู “วินโดว์ส โฟน” เป็นเรือธง เพื่อขับเคี่ยวในตลาดสมาร์ทโฟนไทย ทั้ง ระบุว่า ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญและยกให้เป็น 1 ใน 14 ตลาดสำคัญระดับโลกของโนเกีย [code]ที่มา : bangkokbiznews : http://bit.ly/14PG04A [/code]

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้