Ericsson Consumerlab อัตราความสนใจครอบครองสมาร์ทดีไวซ์ ทั้งแทบเล็ต สมาร์ทโฟน เพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมทั้งไทยล่าสุด “อีริคสัน” เปิดผลวิจัยพบผู้บริโภคชาวไทยสนใจจะซื้อแทบเล็ตเพิ่ม 4 เท่าตัว จากปัจจุบันมี 2% จะเพิ่มเป็น 8% ภายในสิ้นปีนี้ และผู้ใช้สมาร์ทโฟนจะเพิ่มเป็น 25% จาก 17% “อีริคสัน คอนซูเมอร์ แล็บ” ซึ่งมีประสบการณ์ศึกษาพฤติกรรมและการให้คุณค่า รวมถึงวิธีการแสดงออกและความคิดของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์และบริการไอซีที ประเภทต่างๆ กว่า 15 ปีได้ศึกษาแบบตัวต่อตัวกับกลุ่มตัวอย่างในไทย เน้นเมืองใหญ่ อายุ 16-60 ปี ซึ่งถือเป็นตัวแทนของประชากรจำนวน 16.8 ล้านคนในทางสถิติ และเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจในกว่า 58 ประเทศ กับกลุ่มตัวอย่างรวม 47,577 คน ซื้อสมาร์ทโฟนเพื่อใช้เน็ต นายอาฟริซาว อาบู ราฮิม หัวหน้าศูนย์คอนซูเมอร์ แล็บ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และกลุ่มประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิก ของอีริคสัน กล่าวว่า การวิจัยที่จัดทำขึ้นเมื่อไตรมาส 1 ที่ผ่านมาพบว่า ปัจจัยที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนก็เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ต เข้าถึงบริการด้านบันเทิง และรับข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที ขณะที่การใช้งานด้านการสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต อีเมล โซเชียลเน็ตเวิร์ค การส่งข้อความ (ไอเอ็ม) และวอยซ์โอเวอร์ไอพี ตลอดจนรายการทีวี และวีดิโอ น่าจะเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอนาคตอันใกล้ ส่วนการใช้งานด้านอื่น เช่น โทรศัพท์แบบเห็นหน้า (วีดิโอ คอลลิ่ง) พุช ทู ทอล์ค การแปลงเสียงเป็นข้อความ (สปีช ทู เท็กซ์) อีเมล และการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไป ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน เขาเห็นว่า ข้อมูลดังกล่าวน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องและนักพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยผลจากการวิจัยนี้ ถือเป็นการตอกย้ำว่าผู้ให้บริการจำเป็นต้องพัฒนาเครือข่าย ให้พร้อมรองรับสมาร์ทโฟน ขยายพื้นที่ครอบคลุมให้ทั่วถึง เพื่อเพิ่มคุณภาพสัญญาณ ความเร็วการรับส่งข้อมูล ความเสถียรของระบบ รวมทั้งความพร้อมเพื่อรับมือกับการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของการสื่อสารข้อมูลบนมือถือ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ยังเป็นหลัก ส่วนแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด และสร้างแรงผลักดันให้ตลาดสื่อสารข้อมูลบนมือถือ ได้แก่ ด้านเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ตามด้วยเกม และการค้นหาข้อมูลทั่วไป โดยพบว่าความถี่ในการใช้งาน 15% ใช้หลายครั้งต่อวัน 14% ใช้อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อวัน และ 29% ใช้วันละหนึ่งครั้ง เมื่อศึกษาถึงแอพพลิเคชั่นและการดาวน์โหลดที่น่าจะเป็นที่นิยมในอนาคตพบว่า บริการที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารยังคงเป็นที่นิยมสูงสุด ตามด้วยรายการทีวี และวีดิโอที่ขึ้นมาอยู่เป็นอันดับ 3 การแสดงความสนใจในแอพพลิเคชั่นเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวไทยยังคงให้ความสำคัญกับบริการด้านการสื่อสารและเอ็นเตอร์เทนเมนท์เป็นหลัก ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายและผู้ให้บริการด้านบันเทิง ควรให้ความสำคัญและเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้มากขึ้น “ผลการสำรวจนี้ถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการวางแผนพัฒนาโครงข่ายของผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งต้องรองรับการเจริญเติบโตของสมาร์ทโฟน และแทบเล็ต รวมทั้งแสดงให้เห็นประเภทของการใช้งานและบริการที่นิยมสำหรับการสื่อสารข้อมูลบนมือถือ และสำหรับผู้ค้าปลีก ผลการสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงเหตุผลหลักในการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์สื่อสารต่างๆ อีกด้วย” นายอาฟริซาว กล่าว ต้องสร้างแพ็คเกจเพื่อพรีเพด นายวอเรน ชัยเสถียร ผู้จัดการกลยุทธ์การตลาด อีริคสัน ออสเตรเลีย กล่าวว่า โปรโมชั่นแบบเติมเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการใช้งานสมาร์ทโฟนในประเทศไทยให้สูงขึ้น โดยความคุ้มค่าของบริการถือเป็นสิ่งที่ลูกค้าในตลาดเติมเงินให้ความสำคัญมาก ดังนั้นโปรโมชั่นที่เหมาะสมจึงควรเป็นแพ็คเกจขนาดเล็ก “กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในตลาดเติมเงินที่มีอาร์ปูต่ำ คือการเสนอแพ็คเกจที่หลากหลาย ตรงกับลักษณะการใช้งานของลูกค้าให้มากที่สุด และขณะเดียวกันต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าควบคุมการใช้จ่ายได้เอง การแบ่งกลุ่มลูกค้าอย่างเหมาะสม และการสร้างพันธมิตรกับคอนเทนท์ โปรไวเดอร์ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะสนับสนุนการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือเพิ่มมากขึ้น” นายวอเรน กล่าว ต้องพัฒนาเครือข่ายให้เหมาะสม นายโจอาคิม ดัมการ์ด ประธานอีริคสันประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ให้บริการต้องพร้อมพัฒนาเครือข่ายให้เหมาะสมกับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน ขยายพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณอย่างเพียงพอ เพื่อให้บริการได้ด้วยความเร็วสูงและมีเสถียรภาพ รวมทั้งต้องรองรับการเติบโตที่รวดเร็วของการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ ซึ่งถูกผลักดันด้วยบริการแบบนอนวอยซ์ ประเภทต่างๆ เขากล่าวด้วยว่า ไลเซ่น 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์จะเกิดได้ภายในปีนี้ และผู้ให้บริการต้องคิดการบันเดิลลิ่งเครื่อง กับแพ็คเกจที่เหมาะสมแก่ลูกค้าโดยเฉพาะพรีเพด ที่มีประมาณ 85% ของตลาด “โอเปอเรเตอร์ในไทย ต้องคำนึงถึงสมาร์ทเน็ตเวิร์ค สมาร์ท แอพพลิเคชั่น และผลักดันสมาร์ทโฟนให้ผู้ใช้ได้ใช้งานง่ายๆ เหมาะสม โดยลูกค้าจะอยู่ด้วยต้องสร้างสมาร์ท เอ็กซ์พรีเรียนซ์ไว้ดึงดูด จะลดอัตราการย้ายค่าย” นายดัมการ์ด กล่าว ขณะเดียวกัน ก็ต้องมองไปถึงคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานปีหน้า ต้องมองถึงการต่อยอดไปเทคโนโลยีแอลทีอีให้ได้ภายในปี 2556 เพื่อจะได้ทันรองรับความต้องการใช้ดาต้าของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้