แอพพลิเคชั่น Facebook ผลสรุปนี้มาจากการสำรวจของบริษัทวิจัยคอมสกอร์ (comScore) โดยพบว่าแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะใช้งานเพื่ออ่านข้อความ ดูภาพ และชมวิดีโอจากผองเพื่อนจากที่ใดก็ได้ที่มีอินเทอร์เน็ตนั้นสามารถเอาชนะกูเกิลแม็ปส์ (Google Maps) และครองแชมป์เป็นแอปพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์พกพาหรือโมบายล์แอป (mobile app) ที่ชาวอเมริกันมีการใช้งานมากที่สุดในปี 2012 สถิติผู้ใช้ล่าสุดคือ 85 ล้านคนต่อเดือน (ข้อมูลเดือนธันวาคม 2012) โมบายล์แอปของเฟซบุ๊กสำหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ล้วนขึ้นอันดับ 1 ในแง่ของโมบายล์แอปที่ถูกใช้งานต่อเนื่อง (mobile app engagement) รายงานระบุว่า ประชาชนอเมริกันใช้เวลามากกว่า 1 ใน 4 ของเวลาในการเล่นแอปพลิเคชันทั้งหมดไปกับการเล่นเฟซบุ๊ก แอปยอดนิยมอันดับ 2 ของชาวอเมริกันช่วงปีที่ผ่านมาคือกูเกิลแม็ปส์ การสำรวจพบว่าจำนวนผู้ใช้แอปพลิเคชันกูเกิลแม็ปส์มีจำนวนมากกว่า 75 ล้านคนต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ลดลงจากเดือนกันยายน 2012 ที่สถิติผู้ใช้กูเกิลแม็ปส์ทะลุไปถึง 82 ล้านคน จุดนี้สะท้อนว่ากูเกิลสูญเสียกลุ่มตลาดผู้ใช้ไปเพราะการเปิดตลาดไอโฟน 5 ซึ่งวางจำหน่ายโดยไม่มีกูเกิลแม็ปส์ติดตั้งตั้งแต่ออกจากโรงงาน ที่สำคัญ ผลการสำรวจนี้แปลว่าแอปพลิเคชัน Google Maps for iOS ที่กูเกิลเปิดตัวออกมาเพื่อสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของแอปเปิลโดยเฉพาะนั้นยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ใช้อเมริกันได้ดีเท่าที่ควร เนื่องจากอัตราการใช้งานนั้นน้อยลงมากเมื่อเทียบกับช่วงกลางปี 2012 แอปพลิเคชันอื่นๆ ที่มีการใช้งานติดอันดับท็อป 10 ในการสำรวจเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้แก่ กูเกิลเพลย์ (Google Play), กูเกิลเสิร์ช (Google search), จีเมล (Gmail), ยูทิวบ์ (YouTube), แพนโดราเรดิโอ (Pandora Radio), ไอจูนส์ (iTune), แอปพลิเคชันตกแต่งภาพอย่าง Cooliris และ Yahoo! Messenger แอปพลิเคชันเพื่อการสื่อสารที่ยังได้รับความนิยมในต่างประเทศ หากมองในแง่ความนานของการใช้แอปพลิเคชัน อันดับ 1 นั้นเป็นของเฟซบุ๊กตามคาดหมาย แต่อันดับ 2 กลับเป็นแอปอินสตาแกรม (Instagram) รองลงมาเป็นจีเมล (Gmail), ยูทิวบ์ (YouTube), กูเกิลแม็ปส์ (Google Maps), กูเกิลเพลย์ (Google Play) และกูเกิลเสิร์ช (Google search) จุดนี้หากพิจารณารวมแอปพลิเคชันจากค่ายกูเกิล จะพบว่าชาวอเมริกันใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 10% ของเวลาในการใช้งานแอปพลิเคชันทั้งหมด เชื่อว่าตัวเลขทั้งหมดนี้จะเพิ่มขึ้นในปีนี้ เนื่องจากปัจจัยบวกด้านอื่นทั้งความพร้อมด้านสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และเทคโนโลยีในแอปพลิเคชันรับส่งคอนเทนต์อื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าจะมีการพัฒนามากขึ้นตลอดปี 2013 [code]ที่มา : http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000009940 [/code]

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้