Monday, January 5, 2026
30 C
Bangkok

Facebook อาจจะไม่มีอิทธิพลอย่างที่คุณคิด

ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเราถูกทำให้เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถแพร่กระจาย ได้เหมือนโรคติดต่อ เพื่อนของคุณมีอิทธิพลกับคุณในหลายๆ ทาง แต่เมื่อคุณลองคลายปมพวกนี้ออกดูแล้ว คุณก็จะพบว่าเพื่อนคุณมีอิทธิพลกับคุณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ได้ยินกันหนาหูเหลือเกินว่ามหาอำนาจเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้งาน มากกว่า 800 ล้านคนอย่าง Facebook นั้นทรงอิทธิพลที่สุดในช่วงเวลานี้ เพราะมันเป็นช่องทางการสื่อสารและแชร์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ล่าสุดบทความจากเว็บไซต์ LiveScience อาจจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิดดังกล่าวไปอย่างสิ้นเชิง
Facebook, อธิพลการใช้งาน Facebook, การใช้งาน facebook
จากบทความ Why Most Cultural Tastes Don’t Spread on Facebook ในเว็บไซต์ LiveScience ได้รายงานผลการวิจัยถึงประเด็นดังกล่าวว่าจริงๆ แล้วไอ้การกด Like หรือ Add Friend บุคคลสาธารณะโดยเฉพาะพวกวงดนตรีอินดี้ที่เราเก็งไว้ว่าจะดังแต่ตอนนี้ยังไม่ ดัง เพราะยิ่งมีคนกด Like พวกเขาเหล่านี้ คุณก็จะยิ่งรู้สึกเห่อเขาเหล่านี้น้อยลงจนกระทั่งไม่ค่อยรู้สึกเฉยๆ ไปเลยก็ได้ (ในส่วนนี้ขอเดาว่าอารมณ์ประมาณว่าพอมีคนแห่แหนกันให้ความสนใจสิ่งที่เราชอบ มากเท่าไหร่ ความพิเศษที่เราเคยเป็นคนใกล้ชิดกับสิ่งเหล่านั้นก็จะยิ่งลดน้อยลงตามลำดับ)
เควิน ลูอิซ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อธิบายว่า การเข้าไปกด Like วงดนตรีอินดี้นั้นไม่ใช่แค่การแสดงออกถึงความชื่นชอบในวงดนตรีเหล่านั้น แต่มันยังเป็นการแสดงออกถึงความเหนือกว่าที่เราสามารถเข้าไป Like ได้ก่อนคนอื่น
“นักศึกษาพวกนี้รู้สึกว่าการกด Like วงดนตรีอินดี้ที่คนยังไม่ค่อยสนใจนั้น มันทำให้เขาโดดเด่นหรือแตกต่างจากคนอื่น  ฉะนั้นถ้ามีใครมากด Like เพจนี้ด้วยก็จะทำให้เขารู้สึกว่าเขากลายเป็นเหมือนคนอื่นๆ”
ในทางกลับกันกรณีที่ยังเป็นเรื่องดนตรี ถ้าเราเปลี่ยนเป็นดนตรีคลาสสิกแทน เราจะพบว่าผลจะออกมาอีกอย่างหนึ่ง คือดนตรีคลาสสิคนั้นจะมีการแพร่กระจายในหมู่เพื่อนฝูงได้ดี ซึ่งถ้าหากสังเกตดีๆ แล้วก็จะพบว่าเอาเข้าจริงๆ ตัวรสนิยมนั้นๆ มันไม่ได้แพร่กระจายไปในหมู่เพื่อนๆ สักเท่าไหร่ แต่ว่าเป็นตัวคนเล่น Facebook เองต่างหากที่ส่วนใหญ่จะค้นหาเพื่อนที่มีรสนิยมใกล้เคียงกัน
สิ่งที่สามารถยืนยันถึงเรื่องนี้ได้มาจากผลการวิจัยที่ทำการสำรวจการใช้งาน Facebook ของนักศึกษาประมาณ 200 คน ตลอดช่วงเวลาสี่ปีที่พวกเขาศึกษาอยู่ โดยมีการจำแนกข้อมูลคนที่พวกเขาเลือก Add Friend ด้วย เป็นราย รวมถึงสิ่งต่างๆ ที่พวกเขากด Like ไม่ว่าจะเป็นดนตรีที่ฟัง ภาพยนตร์ที่ดู หรือหนังสือที่อ่าน โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะนำมาประมวลรวมกับ ประวัติการศึกษาและที่อยู่อาศัยของพวกเขา ซึ่งผลจากการวิจัยครั้งนี้น่าจะตอบคำถามข้างต้นของเราได้ว่า Facebook นั้นทรงอิทธิพลถึงขั้นเปลี่ยนความสนใจของคนได้ หรือเพียงแค่เอื้อให้คนที่ชอบอะไรคล้าย ๆ กันมาเจอกันเท่านั้น

ผลที่ได้จากการวิจัยพบว่านักศึกษาที่มีรสนิยมทางดนตรีและภาพยนตร์ส่วนหนึ่ง เหมือนกัน จะมีโอกาสเป็นเพื่อนกันมากกว่า โดยแทนที่รสนิยมจะเผยแพร่ผ่านเพื่อนอีกคนไปยังอีกคน นักศึกษาจะเป็นฝ่ายขอเป็นเพื่อนกับคนที่มีรสนิยมดนตรีเหมือนกัน เช่นถ้าคุณชอบดนตรีแนวร๊อคคุณก็จะเลือก Add Friend คนที่เป็นขาร๊อคได้ง่ายกว่า
เควิน ลูอิซ เสริมว่า นักศึกษาที่มีรสนิยมทางดนตรีหรือภาพยนตร์เหมือนกันในบางด้านจะมีโอกาสเป็น เพื่อนกันมากกว่า (ในกรณีของหนังสือนั้นไม่พบว่ามีอิทธิพลต่อโอกาสในการเป็นเพื่อนกัน) อย่างไรก็ตามมีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นที่นักศึกษารับเอาความชื่นชอบของ เพื่อนและทำให้หันไปสนใจสิ่งใหม่ๆ
“ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเราถูกทำให้เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถ แพร่กระจายได้เหมือนโรคติดต่อ เพื่อนของคุณมีอิทธิพลกับคุณในหลายๆ ทาง แต่เมื่อคุณลองคลายปมพวกนี้ออกดูแล้ว คุณก็จะพบว่าเพื่อนคุณมีอิทธิพลกับคุณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
นอกจากนี้ความเหมือนกันในด้านอื่นยังมีอิทธิพลต่อการเลือกเป็นเพื่อนใน เฟซบุ๊กด้วยเช่นกัน เช่น ที่อยู่อาศัย วิชาเอก และกลุ่มเพื่อน ความเหมือนกันเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากในการที่นักศึกษาสองคนจะเป็นเพื่อน และยังคงความเป็นเพื่อนกันบน Facebook ไปตลอด 4 ปี
การวิจัยครั้งนี้สนับสนุนงานวิจัยชิ้นก่อนๆ ที่แสดงให้ว่าการเป็นเพื่อนกันในโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นมาจากความคล้ายคลึง กันในด้านความชอบและภูมิหลัง และผู้คนจะเลือกเป็นเพื่อนกับคนที่คล้ายกับพวกเขาแทนที่จะสร้างความคุ้นเคย ให้มากขึ้นกับคนที่เป็นเพื่อนกับเขาอยู่แล้ว

อัพเดท! ก่อนใคร

เรื่องราวเจ๋งๆ ล้ำๆ สดใหม่ถึงคุณโดยตรงเพียงแค่กรอก Email ไว้เท่านั้น

This field is required.

รายละเอียดเงื่อนไขที่ privacy policy.

Hot this 48 hr.

เมื่อ OpenAI มอง “ความสัมพันธ์มนุษย์-AI” สูงส่งเกินจริง แต่ผู้คนอินกับแชทบอทไปไกลแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับ AI ไม่ได้เป็นเรื่องอนาคตอีกต่อไป—มันเกิดขึ้นตรงหน้า OpenAI เพิ่งโพสต์บล็อกโดย Joanne Jang ชี้แจงว่าบริษัทกำลังออกแบบโมเดลให้ “ดูอบอุ่นแต่ไม่แกล้งทำเป็นมีจิตวิญญาณ”...

iPadOS 26: แท็บเล็ตสาย Mac ที่แท้ทรู — หน้าตาใหม่ Liquid Glass + หน้าต่างยืดหดได้เหมือนคอม

เปิดตัวในงาน WWDC 2025 iPadOS 26 คือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่ทำให้ iPad เข้าใกล้ประสบการณ์บน Mac...

สำรวจวัฒนธรรมเนโอลิธิค: จุดเปลี่ยนของชีวิตมนุษย์และวิวัฒนาการทางสังคม

ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มนุษย์ยังอยู่ในช่วงของการล่าลานและการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากธรรมชาติ วัฒนธรรมเนโอลิธิคถือเป็นยุคที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์เริ่มทดลองเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจากการอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่พึ่งพาธรรมชาติ มาสู่การตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบ ซึ่งเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและทัศนคติของมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง ในยุคเนโอลิธิค ผู้คนเริ่มมีความรู้ในด้านการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการปฏิวัติทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง สิ่งที่เกิดขึ้นในยุคนั้นไม่เพียงแต่เป็นการหันมาใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น...

สรุปครบทุกอย่างจากงานเปิดตัว iPhone 17: iPhone Air, iPhone 17 Pro, AirPods Pro 3 และอีกเพียบ

งานกันยายนปีนี้ Apple เปิดตัวของใหม่แน่นมาก ทั้งตระกูล iPhone 17 รุ่นใหม่หมด, สมาชิกหน้าใหม่ “iPhone...

Topics

เกาะจอรอเลย! วิธีดูไลฟ์ NVIDIA @ CES 2026 กับเฮีย Jensen Huang แบบสดๆ พร้อมสรุปเวลาไทย ไม่ต้องงง

ถ้าพูดถึงงาน CES แล้ว หนึ่งในเซสชันที่คนทั้งโลก (โดยเฉพาะชาวเกมเมอร์ สายขุด เอ๊ย! สาย AI...

ปักหมุดรอ! วิธีดูไลฟ์ AMD CES 2026 Keynote ของ “ป้าลิซ่า” แบบสดๆ พร้อมสรุปไฮไลต์ที่สายคอมต้องกรี๊ด

ถ้าคุณเป็นสายคอมประกอบ เกมเมอร์ หรือคนที่คลั่งไคล้ในเทคโนโลยีชิปเซ็ต งานแรกของปีที่คุณจะพลาดไม่ได้เลยคือ AMD CES 2026 Keynote รอบนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา...

สรุปจัดเต็ม Samsung “The First Look” @ CES 2026: ยุคที่ AI ครองบ้านของจริง! ตั้งแต่ทีวีจอยักษ์ 115 นิ้ว ยันตู้เย็นคุยกับ Gemini และจอเกมมิ่ง 1,040Hz แบบตะโกน

ถ้าจะถามว่างานไหนที่เป็นตัวจุดพลุเปิดปีของวงการเทคโนโลยีได้เดือดที่สุด ก็ต้องยกให้ “Samsung The First Look” ในงาน CES นี่แหละครับ...

บอกลาอีเมลเด็กเห่อหมอในอดีต! Google ใจดีให้เปลี่ยนชื่อ Gmail Address ได้แล้ว ไม่ต้องย้ายไฟล์ให้วุ่นวาย

สมัยเรายังเด็ก ใครจะไปคิดว่าชื่ออีเมลอย่าง "dragon_slayer2008@..." หรือ "princess_lovely_jung@..." จะกลายเป็นหนามยอกอกในวันที่ต้องส่ง Resume สมัครงาน หรือต้องติดต่องานกับลูกค้าแบบจริงจัง!...

Related Articles

Popular Categories

spot_img