Monday, February 2, 2026
29.5 C
Bangkok

Facebook อาจจะไม่มีอิทธิพลอย่างที่คุณคิด

ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเราถูกทำให้เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถแพร่กระจาย ได้เหมือนโรคติดต่อ เพื่อนของคุณมีอิทธิพลกับคุณในหลายๆ ทาง แต่เมื่อคุณลองคลายปมพวกนี้ออกดูแล้ว คุณก็จะพบว่าเพื่อนคุณมีอิทธิพลกับคุณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ได้ยินกันหนาหูเหลือเกินว่ามหาอำนาจเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้งาน มากกว่า 800 ล้านคนอย่าง Facebook นั้นทรงอิทธิพลที่สุดในช่วงเวลานี้ เพราะมันเป็นช่องทางการสื่อสารและแชร์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ล่าสุดบทความจากเว็บไซต์ LiveScience อาจจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิดดังกล่าวไปอย่างสิ้นเชิง
Facebook, อธิพลการใช้งาน Facebook, การใช้งาน facebook
จากบทความ Why Most Cultural Tastes Don’t Spread on Facebook ในเว็บไซต์ LiveScience ได้รายงานผลการวิจัยถึงประเด็นดังกล่าวว่าจริงๆ แล้วไอ้การกด Like หรือ Add Friend บุคคลสาธารณะโดยเฉพาะพวกวงดนตรีอินดี้ที่เราเก็งไว้ว่าจะดังแต่ตอนนี้ยังไม่ ดัง เพราะยิ่งมีคนกด Like พวกเขาเหล่านี้ คุณก็จะยิ่งรู้สึกเห่อเขาเหล่านี้น้อยลงจนกระทั่งไม่ค่อยรู้สึกเฉยๆ ไปเลยก็ได้ (ในส่วนนี้ขอเดาว่าอารมณ์ประมาณว่าพอมีคนแห่แหนกันให้ความสนใจสิ่งที่เราชอบ มากเท่าไหร่ ความพิเศษที่เราเคยเป็นคนใกล้ชิดกับสิ่งเหล่านั้นก็จะยิ่งลดน้อยลงตามลำดับ)
เควิน ลูอิซ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อธิบายว่า การเข้าไปกด Like วงดนตรีอินดี้นั้นไม่ใช่แค่การแสดงออกถึงความชื่นชอบในวงดนตรีเหล่านั้น แต่มันยังเป็นการแสดงออกถึงความเหนือกว่าที่เราสามารถเข้าไป Like ได้ก่อนคนอื่น
“นักศึกษาพวกนี้รู้สึกว่าการกด Like วงดนตรีอินดี้ที่คนยังไม่ค่อยสนใจนั้น มันทำให้เขาโดดเด่นหรือแตกต่างจากคนอื่น  ฉะนั้นถ้ามีใครมากด Like เพจนี้ด้วยก็จะทำให้เขารู้สึกว่าเขากลายเป็นเหมือนคนอื่นๆ”
ในทางกลับกันกรณีที่ยังเป็นเรื่องดนตรี ถ้าเราเปลี่ยนเป็นดนตรีคลาสสิกแทน เราจะพบว่าผลจะออกมาอีกอย่างหนึ่ง คือดนตรีคลาสสิคนั้นจะมีการแพร่กระจายในหมู่เพื่อนฝูงได้ดี ซึ่งถ้าหากสังเกตดีๆ แล้วก็จะพบว่าเอาเข้าจริงๆ ตัวรสนิยมนั้นๆ มันไม่ได้แพร่กระจายไปในหมู่เพื่อนๆ สักเท่าไหร่ แต่ว่าเป็นตัวคนเล่น Facebook เองต่างหากที่ส่วนใหญ่จะค้นหาเพื่อนที่มีรสนิยมใกล้เคียงกัน
สิ่งที่สามารถยืนยันถึงเรื่องนี้ได้มาจากผลการวิจัยที่ทำการสำรวจการใช้งาน Facebook ของนักศึกษาประมาณ 200 คน ตลอดช่วงเวลาสี่ปีที่พวกเขาศึกษาอยู่ โดยมีการจำแนกข้อมูลคนที่พวกเขาเลือก Add Friend ด้วย เป็นราย รวมถึงสิ่งต่างๆ ที่พวกเขากด Like ไม่ว่าจะเป็นดนตรีที่ฟัง ภาพยนตร์ที่ดู หรือหนังสือที่อ่าน โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะนำมาประมวลรวมกับ ประวัติการศึกษาและที่อยู่อาศัยของพวกเขา ซึ่งผลจากการวิจัยครั้งนี้น่าจะตอบคำถามข้างต้นของเราได้ว่า Facebook นั้นทรงอิทธิพลถึงขั้นเปลี่ยนความสนใจของคนได้ หรือเพียงแค่เอื้อให้คนที่ชอบอะไรคล้าย ๆ กันมาเจอกันเท่านั้น

ผลที่ได้จากการวิจัยพบว่านักศึกษาที่มีรสนิยมทางดนตรีและภาพยนตร์ส่วนหนึ่ง เหมือนกัน จะมีโอกาสเป็นเพื่อนกันมากกว่า โดยแทนที่รสนิยมจะเผยแพร่ผ่านเพื่อนอีกคนไปยังอีกคน นักศึกษาจะเป็นฝ่ายขอเป็นเพื่อนกับคนที่มีรสนิยมดนตรีเหมือนกัน เช่นถ้าคุณชอบดนตรีแนวร๊อคคุณก็จะเลือก Add Friend คนที่เป็นขาร๊อคได้ง่ายกว่า
เควิน ลูอิซ เสริมว่า นักศึกษาที่มีรสนิยมทางดนตรีหรือภาพยนตร์เหมือนกันในบางด้านจะมีโอกาสเป็น เพื่อนกันมากกว่า (ในกรณีของหนังสือนั้นไม่พบว่ามีอิทธิพลต่อโอกาสในการเป็นเพื่อนกัน) อย่างไรก็ตามมีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นที่นักศึกษารับเอาความชื่นชอบของ เพื่อนและทำให้หันไปสนใจสิ่งใหม่ๆ
“ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเราถูกทำให้เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถ แพร่กระจายได้เหมือนโรคติดต่อ เพื่อนของคุณมีอิทธิพลกับคุณในหลายๆ ทาง แต่เมื่อคุณลองคลายปมพวกนี้ออกดูแล้ว คุณก็จะพบว่าเพื่อนคุณมีอิทธิพลกับคุณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
นอกจากนี้ความเหมือนกันในด้านอื่นยังมีอิทธิพลต่อการเลือกเป็นเพื่อนใน เฟซบุ๊กด้วยเช่นกัน เช่น ที่อยู่อาศัย วิชาเอก และกลุ่มเพื่อน ความเหมือนกันเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากในการที่นักศึกษาสองคนจะเป็นเพื่อน และยังคงความเป็นเพื่อนกันบน Facebook ไปตลอด 4 ปี
การวิจัยครั้งนี้สนับสนุนงานวิจัยชิ้นก่อนๆ ที่แสดงให้ว่าการเป็นเพื่อนกันในโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นมาจากความคล้ายคลึง กันในด้านความชอบและภูมิหลัง และผู้คนจะเลือกเป็นเพื่อนกับคนที่คล้ายกับพวกเขาแทนที่จะสร้างความคุ้นเคย ให้มากขึ้นกับคนที่เป็นเพื่อนกับเขาอยู่แล้ว

อัพเดท! ก่อนใคร

เรื่องราวเจ๋งๆ ล้ำๆ สดใหม่ถึงคุณโดยตรงเพียงแค่กรอก Email ไว้เท่านั้น

This field is required.

รายละเอียดเงื่อนไขที่ privacy policy.

Hot this 48 hr.

Chrome เริ่มมี “Nano Banana” แล้ว: Google ยัดตัวสร้าง/แก้รูป AI เข้าเบราว์เซอร์แบบเนียนๆ (และมันเปลี่ยนเกมคอนเทนต์ยังไง)

ช่วงนี้ถ้าใครสังเกตดูจะเห็นว่า Google เดินเกม “ทำให้เบราว์เซอร์ฉลาดขึ้น” แบบดุดันไม่เกรงใจใครเลยครับ ล่าสุดมีรายงานแรงๆ ว่า Google กำลังทยอยเอาเครื่องมือสร้างรูปและแต่งรูปด้วย...

Microsoft ออกแพตช์ด่วนรอบ 2! แก้บั๊ก Outlook ค้าง-เด้งระเบิด หลังอัปเดต Windows 11 ม.ค. 2026

ใครที่ใช้ Windows 11 แล้วช่วงนี้รู้สึกว่าชีวิตวุ่นวาย เพราะเปิด Outlook แล้วค้างบ้าง เด้งบ้าง หรือส่งเมลแล้วหายไปในหลุมดำ...

“Meta Ray-Ban Display” หลุดก่อนงาน Connect: แว่นตาแบบ HUD ที่ใส่แล้วเห็นแผนที่ ข้อความ และ Meta AI บนเลนส์

ถ้าใครกำลังรอของใหม่จาก Meta ปีนี้…มีสัญญาณแรง ๆ มาแล้วจ้า! มีวิดีโปรโมชัน “Meta Ray-Ban Display”...

เมื่อ GPT-5.2 ดันไปอ้าง Grokipedia ของเฮีย Elon: วงการ AI กำลังพาเราไปเจอ “ความจริง” แบบไหนกันแน่?

กลายเป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออกในวงการ AI ไปซะแล้วครับ เมื่อโมเดลตัวท็อปอย่าง GPT-5.2 ของ OpenAI ที่เราไว้ใจกันนักหนา ดันถูกจับได้ว่าแอบไปคัดลอกหรืออ้างอิงข้อมูลจาก...

Topics

Chrome เริ่มมี “Nano Banana” แล้ว: Google ยัดตัวสร้าง/แก้รูป AI เข้าเบราว์เซอร์แบบเนียนๆ (และมันเปลี่ยนเกมคอนเทนต์ยังไง)

ช่วงนี้ถ้าใครสังเกตดูจะเห็นว่า Google เดินเกม “ทำให้เบราว์เซอร์ฉลาดขึ้น” แบบดุดันไม่เกรงใจใครเลยครับ ล่าสุดมีรายงานแรงๆ ว่า Google กำลังทยอยเอาเครื่องมือสร้างรูปและแต่งรูปด้วย...

ลาก่อนตำนาน! Tesla จ่อปลดระวาง Model S / Model X ปี 2026 ทุ่มงบปั้นหุ่น Optimus แทน… นี่คือจุดจบของยุคขายรถ?

ถ้าพูดถึงรถที่เป็น "หน้าเป็นตา" และสร้างชื่อให้ Tesla จนคนทั้งโลกรู้จัก ความดีความชอบคงหนีไม่พ้น Model S ซีดานตัวแรงที่เปลี่ยนภาพลักษณ์รถไฟฟ้าจาก...

Siri สายเลือด Gemini กำลังจะมา! ลือสนั่น Apple เตรียมเดโมกุมภาพันธ์นี้… สรุปชัดๆ iPhone จะฉลาดขึ้นแค่ไหน?

เตรียมตัวบอกลา Siri คนเดิมที่ชอบตอบว่า "นี่คือสิ่งที่ฉันพบในเว็บ" ได้เลยครับ! เพราะนาทีนี้ข่าวลือที่หนาหูที่สุดในวงการ Tech คือ Apple...

Related Articles

Popular Categories

spot_img