Guillaume Pousaz วัย 41 ปี คือคนที่รวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ในตอนนี้

สวัสดีนักธุรกิจรุ่นใหม่ทุกคน วันนี้เราจะขอพาคุณมาทำความรู้จักกับเศรษฐีรวยสุด ในสวิตเซอร์แลนด์ เพิ่งเริ่มธุรกิจได้แค่ 10 ปี เพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจกันหน่อย ใครสนใจก็ตามมาดูรายละเอียดที่ด้านล่างนี้เลย

เรื่องราวที่น่าสนใจของชายที่รวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

  • 810,000 ล้านบาท” คือมูลค่าทรัพย์สินของคนที่รวยที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งหากพูดถึงคนที่รวยที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์แล้ว หลายคนอาจคิดว่าต้องเป็นเจ้าของธุรกิจยาหรือนาฬิกาหรู ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของประเทศแห่งนี้
  • เศรษฐีชาวสวิสคนปัจจุบัน ไม่ได้ร่ำรวยจากทั้ง 2 ธุรกิจที่กล่าวมาเลยแต่เขามีทรัพย์สินมาจากการก่อตั้งสตาร์ตอัปฟินเทค ที่เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 10 ปี แต่วันนี้บริษัทถูกประเมินมูลค่าไว้มากถึง 1,400,000 ล้านบาท เศรษฐีรวยสุดในสวิตเซอร์แลนด์ คือใคร แล้วเขาก่อตั้งสตาร์ตอัปฟินเทค อะไรขึ้นมา ?
  • เรื่องราวทั้งหมดนี้เริ่มต้นมาจากคนที่มีชื่อว่าคุณ “Guillaume Pousaz”
  • คุณ Guillaume Pousaz หรือคุณ Pousaz เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1981 ปัจจุบันอายุ 41 ปี ตั้งแต่เด็กคุณ Pousaz เป็นคนที่หลงใหลใน 2 เรื่องด้วยกัน นั่นคือเรื่องตัวเลข และการเขียนโปรแกรม
  • แม้ในตอนแรกคุณ Pousaz จะเลือกเรียนสาขาวิศวกรรมคณิตศาสตร์ ในระดับปริญญาตรี แต่อาชีพที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดคือ วาณิชธนกิจ หรือก็คืออาชีพที่ต้องข้องเกี่ยวกับการระดมเงินทุน การซื้อขายหลักทรัพย์ ไปจนถึงการทำดีลควบรวมกิจการ
  • ภายหลังจากจบการศึกษาจาก École Polytechnique Fédérale De Lausanne เขาเลือกที่จะเข้าเรียนต่อที่ HEC Lausanne ในสาขาเศรษฐศาสตร์ทันที
  • ซึ่งก็ต้องบอกว่าการที่คุณ Pousaz เลือกเรียนต่อในทันทีนั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะว่าในช่วงปีสุดท้ายของการเรียน เขาได้รับข้อเสนองานวาณิชธนกิจจาก Citibank ในลอนดอน อย่างไรก็ตามคุณ Pousaz กลับไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบสุดท้าย เขาจึงผิดหวังเป็นอย่างมาก
  • ซึ่งก็มากจนถึงขนาดที่เขาตัดสินใจหยุดเรียนไปเลย และก็ได้ย้ายออกจากสวิตเซอร์แลนด์ มาอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ใครจะรู้ว่าจากความผิดหวังในครั้งนี้นี่เองที่ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขา กลายเป็นคนที่รวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์
  • 4 เดือนหลังจากที่คุณ Pousaz ได้ออกจากมหาวิทยาลัย เขาได้เริ่มงานที่บริษัท International Payments Consultants หรือ IPCซึ่งเป็นบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวกับการรับชำระเงิน
  • หลังจากทำงานที่ IPC ได้เพียง 1 ปี เขาก็ได้ตัดสินใจลาออก เพื่อมาเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นของตัวเองนั่นคือการก่อตั้งบริษัทสตาร์ตอัปที่ชื่อ “NetMerchant” ร่วมกับหัวหน้าฝ่ายขายจากที่ทำงานเก่า
  • โดย NetMerchant เป็นแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาช่วยจัดการให้ร้านค้าในสหรัฐอเมริกา สามารถรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการด้วยสกุลเงินจากประเทศในโซนยุโรปได้
  • แต่หลังจากดำเนินธุรกิจไปได้ไม่นาน ก็เริ่มเกิดปัญหาตามมาเมื่อรายได้ของบริษัทเริ่มเติบโตมากขึ้น

ทำไมการที่บริษัทเติบโตได้ดี จึงกลายมาเป็นปัญหา ?

  • แน่นอนว่าคุณ Pousaz ที่ตั้งใจทำธุรกิจมาตั้งแต่แรก ต้องการนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นของบริษัท ไปลงทุนต่อยอดให้กิจการมีการเติบโตมากขึ้นอีกแต่ผู้ร่วมก่อตั้ง หรืออดีตหัวหน้าฝ่ายขายไม่ได้คิดแบบนั้น เขาคิดว่าให้ธุรกิจเติบโตไปแบบนี้ก็พอ แล้วไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
  • เขาต้องการนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นของบริษัท มาจ่ายเป็นเงินเดือนของตัวเอง เพื่อที่จะสามารถซื้อรถหรูและบ้านหลังใหม่ด้วยแนวทางที่ต่างกันนี้เอง ทำให้บริษัท NetMerchant มาถึงทางแยก

จนบทสรุปสุดท้ายคือการปิดตัวลงในปี 2009

  • จากปัญหาในครั้งนั้น ทำให้ในเวลาต่อมาคุณ Pousaz เลือกที่จะก่อตั้งบริษัทด้วยตัวเองในปีเดียวกันนั้น เขาได้ทำการก่อตั้งบริษัท Opus Payments ขึ้นในสิงคโปร์ โดย Opus Payments เป็นเหมือนโครงสร้างระบบรับชำระเงินออนไลน์ที่เข้ามาช่วยจัดการให้ร้านค้าในฮ่องกง สามารถรับชำระเงินจากลูกค้าทั่วโลกได้

จุดเปลี่ยนที่สำคัญของ Opus Payments เกิดขึ้นในปี 2011

  • เมื่อบริษัทสามารถดีลเป็นพาร์ตเนอร์กับ DealeXtreme ซึ่งเป็นเว็บไซต์จากจีน ที่ทำการขายอุปกรณ์เทคโนโลยีไปทั่วโลกจากการได้เป็นพาร์ตเนอร์กับ DealeXtreme ทำให้บริษัทเริ่มมีขนาดใหญ่มากพอ จนถึงจุดที่สามารถทำกำไรได้
  • ถัดจากนั้นเพียง 1 ปี บริษัทก็ได้ทำการรีแบรนด์จาก Opus Payments เป็น Checkoutจากนั้นไม่นาน บริษัทก็ได้เริ่มใช้กลยุทธ์จับมือเป็นพันธมิตร

กับเหล่าบริษัทที่มีบริการเกี่ยวข้องกับการชำระเงิน ยกตัวอย่างเช่น

  • เข้าเป็นสมาชิกหลักของบริษัทบัตรเครดิตยักษ์ใหญ่อย่าง Visa และ Mastercard

  • จับมือเป็นพาร์ตเนอร์กับ แอปพลิเคชันชำระเงินของคนจีนอย่าง Alipay

  • จับมือเป็นพาร์ตเนอร์กับ WeChat แอปพลิเคชันแช็ตยอดนิยมของจีน ที่มีบริการ WeChat Pay สำหรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจยังคงสงสัยว่า โมเดลธุรกิจของ Checkout เป็นอย่างไร ? อธิบายง่าย ๆ คือ Checkout เปรียบเสมือนโครงสร้างระบบการรับชำระเงินออนไลน์

โดยหน้าที่หลักของ Checkout คือ การเข้ามาช่วยจัดการให้บริษัทและร้านค้า สามารถรับชำระเงินจากลูกค้าที่มีการชำระเงินในรูปแบบที่แตกต่างกันได้ครอบคลุมมากขึ้น

ทั้งนี้ ระบบของ Checkout สามารถรองรับการชำระเงินได้มากถึง 25 วิธี และรองรับสกุลเงินกว่า 150 สกุลเงิน จากสกุลเงินทั่วโลกซึ่งมีทั้งหมด 180 สกุลเงิน

หมายความว่าธุรกิจที่เลือกใช้ระบบของ Checkout จะไม่ต้องกังวลเลยว่า ลูกค้าจะเป็นใคร มาจากประเทศไหน และใช้สกุลเงินอะไรจ่าย เพราะระบบรับชำระเงินของบริษัทครอบคลุมแทบจะทุกวิธีการชำระเงินในโลก

นอกเหนือจากเรื่องการรับชำระเงินแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ตัวอื่นเพิ่มเติมอีกด้วย เช่น

  • สามารถดูข้อมูลรายได้ของร้านค้า ว่ามาจากการชำระเงินของลูกค้าด้วยวิธีใดบ้าง

  • มีเครื่องมือช่วยตรวจจับธุรกรรม ที่มีความผิดปกติแบบเรียลไทม์

คำถามต่อมาคือ แล้วรายได้ของ Checkout มาจากไหน ?

คำตอบคือ มาจากค่าธรรมเนียมโดยทุก ๆ ธุรกรรมที่เกิดขึ้น Checkout จะทำการหักค่าธรรมเนียมบางส่วน ซึ่งค่าธรรมเนียมจะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับการชำระเงินในแต่ละรูปแบบ เช่น

  • ค่าธรรมเนียม 0.95% ของธุรกรรม บวกกับ 0.2 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับบัตรเครดิตจากยุโรป

  • ค่าธรรมเนียม 2.9% ของธุรกรรม บวกกับ 0.2 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับบัตรเครดิตอื่น ๆ

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งสามารถระดมทุนในรอบ Series D ได้อีก 35,000 ล้านบาททำให้ปัจจุบันบริษัท Checkout ถูกประเมินมูลค่าไว้มากถึง 1,400,000 ล้านบาท

มูลค่าระดับนี้ นับว่าใหญ่กว่าทุกบริษัทในตลาดหุ้นประเทศไทย และ Checkout ก็ได้กลายมาเป็นสตาร์ตอัปยูนิคอร์น ที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 7 ของโลก และมากที่สุดของสหราชอาณาจักร ที่ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งของสำนักงานใหญ่

ส่งผลให้คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวนี้อย่างคุณ Guillaume Pousaz กลายเป็นคนที่รวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยมูลค่าทรัพย์สินกว่า 810,000 ล้านบาท

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะคุณ Pousaz โชคดี ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์จึงสามารถร่ำรวยได้แต่รู้หรือไม่ว่า ในวันที่เขาตัดสินใจหยุดเรียน แล้วย้ายมาที่สหรัฐอเมริกา เขามีเงินติดตัวเพียง 530,000 บาทโดยเราสามารถนำเรื่องราวของคุณ Pousaz มาเป็นกรณีศึกษาได้หลายเรื่องเริ่มตั้งแต่การก่อตั้งธุรกิจร่วมกับผู้อื่นโดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น ที่เมื่อเริ่มดำเนินธุรกิจ จนบริษัทมีรายได้เติบโตหากเราไม่พูดคุยหรือตกลงกันตั้งแต่แรก ว่าหากธุรกิจประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว เราจะทำอะไรกันต่อ ก็อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกันได้ อย่างในกรณีของคุณ Pousaz ที่ถึงขั้นตกลงกันไม่ได้ จนต้องปิดบริษัทไปเลยอีกเรื่องก็คือ การรู้ตัวเองว่าชอบทำอะไร อินกับอะไรจุดนี้ก็ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ทำให้เดินหน้าต่อไปไม่มีหยุดทั้งพลาดงานในฝัน เพราะไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบสุดท้ายต้องปิดกิจการลงทั้งที่รายได้โตระเบิด เพราะขัดแย้งกับผู้ร่วมก่อตั้งหากเป็นใครหลายคน ก็อาจจะล้มเลิกความตั้งใจ และหมดไฟไปแล้วแต่คุณ Pousaz ก็ได้ลุยต่อ จนประสบความสำเร็จกับ Checkout ที่แม้จะเริ่มต้นมาได้เพียง 10 ปี

อัพเดท! ก่อนใคร

เรื่องราวเจ๋งๆ ล้ำๆ สดใหม่ถึงคุณโดยตรงเพียงแค่กรอก Email ไว้เท่านั้น

This field is required.

รายละเอียดเงื่อนไขที่ privacy policy.

Hot this 48 hr.

ความหมายของไพ่ยิปซี ไพ่ทาโรต์ ไพ่ชุดเมเจอร์และไพ่ชุดไมเนอร์ อาร์คานา

ไพ่ทาโรต์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ไพ่ชุดเมเจอร์ อาร์คานา มี 22...

รีบอัปด่วน! Apple ปล่อย iOS 26.4.2 แก้บั๊กแจ้งเตือนค้าง หลังพบ FBI แอบส่องแชต Signal ได้แม้ลบแอปไปแล้ว

ใครที่ใช้ iPhone แล้วชอบคิดว่า “ลบแอปแล้ว ข้อมูลก็น่าจะหายเกลี้ยง” ข่าวนี้น่าจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แบบด่วนๆ เลยครับ เพราะล่าสุด Apple...

Stardew Valley บน Nintendo Switch 2 อัปเกรดฟรี! มีอะไรใหม่บ้าง? สรุปฟีเจอร์เด็ด 4 คนแบ่งจอ ออนไลน์ 8 คน พร้อมวิธีแก้บั๊กเบื้องต้น

ถ้าคุณคือหนึ่งในคนที่เคยพูดว่า “ขออีกแค่วันเดียวในเกมนะ...” แล้วเงยหน้ามาอีกทีคือพระอาทิตย์ขึ้นของจริง ข่าวนี้คือของขวัญชิ้นใหญ่ที่คุณไม่ต้องไปลุ้นสุ่มกาชาที่ไหนเลยครับ เพราะตอนนี้ Stardew Valley: Nintendo Switch...

ปล่อยระบบใหม่ยังไงไม่ให้ตุ๊บ? ทำไม “Go-live Readiness Checklist” ถึงเป็นตัวช่วยชีวิตคนทำโปรเจกต์

เวลาโปรเจกต์เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะ “Go-Live” บอกเลยว่าเป็นช่วงที่ "วัดใจ" ที่สุดในชีวิตคนทำงานสาย Tech หรือ Digital Transformation...

กรี๊ด! G-Class Cabriolet รุ่นใหม่ 4 ประตูเปิดประทุน สายลุยสุดไอคอนิกกำลังจะกลับมา (พร้อมลุ้นรุ่นไฟฟ้า!)

ถ้าพูดถึง SUV ที่โคตรจะไอคอนิก ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย ชื่อของ Mercedes G-Class หรือที่เรียกติดปากว่า G-Wagen...

Topics

หมดเวลาสายเทา! Spotify จับมือ Universal Music ปลดล็อกฟีเจอร์ AI Cover และ Remix แบบถูกลิขสิทธิ์ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของคนชอบแต่งเพลง

กลายเป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาทั้งวงการเพลงและสายเทคต้องหันมามองพร้อมกัน เมื่อยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Spotify และค่ายเพลงระดับโลกอย่าง Universal Music Group (UMG) ได้ประกาศปิดดีลลิขสิทธิ์ครั้งประวัติศาสตร์...

SpaceX IPO ใครได้ประโยชน์ที่สุด? ทำไมคำตอบอาจเป็น Elon Musk และคนใกล้ตัวมากกว่านักลงทุนทั่วไป

การ IPO ของ SpaceX กลายเป็นหนึ่งในดีลที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลกเทคโนโลยีและการเงิน เพราะนี่ไม่ใช่แค่บริษัทจรวดที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้น แต่เป็นบริษัทที่รวมหลายความฝันใหญ่ของ Elon Musk...

Google โฉมใหม่! เตรียมยัดโฆษณา AI ลง Search ค้นหาอะไรก็เจอสปอนเซอร์แบบคุยรู้เรื่อง (เนียนจนแยกยาก!)

เตรียมตัวรับมือกันให้ดี เพราะ Google Search ที่เราคุ้นเคยกำลังจะเปลี่ยนไปแบบกู่ไม่กลับ! ยุคนี้ช่องค้นหาข้อมูลแบบเดิม ๆ กำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะ...

LinkedIn เอาจริง! สั่งทุบ Reach โพสต์ “AI Slop” แฉหมดเปลือกเทคนิคเขียนยังไงให้รอด ไม่โดนปิดกั้น

เคยเป็นไหม? ช่วงหลัง ๆ มานี้เปิด LinkedIn ขึ้นมาทีไร ไถฟีดไปทางไหนก็เจอแต่โพสต์หน้าตาคล้าย ๆ กันไปหมด...

Related Articles

Popular Categories

spot_img