HP ปรับโครงสร้างพร้อมปิดฉาก WebOS

Must Read

ความหมายของไพ่ยิปซี ไพ่ทาโรต์ ไพ่ชุดเมเจอร์และไพ่ชุดไมเนอร์ อาร์คานา

ไพ่ทาโรต์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ไพ่ชุดเมเจอร์ อาร์คานา มี 22 ใบ ไพ่ชุดไมเนอร์ อาร์คานา มี 56 ใบ เมื่อรวมวันแล้วจะมีทั้งหมด 78 ใบ ใครสนใจเรื่องดวงก็ลองเอาไปศึกษากันดูนะครับ ไพ่ยิปซี...

เมืองทอง ยูไนเต็ด อันดับโลกขยับเป็น 11 ในกลุ่มเอเชีย

แฟนบอลชาวไทยที่เป็นสาวกชาวไอทีเมามันส์หลายคนอาจจะทราบกันแล้วว่า เมืองทอง ยูไนเต็ด นั้นกำลังพุงและรุ่งอย่างแรง ล่าสุดจากข้อมูลเว็บไซต์ footballdatabase ได้จัดอันดับทีมฟุตบอลสโมสรโดยข้อมูลอัพเดทอเมื่อวันที่ 1 พค. ที่ผ่านมานี้เอง เว็บไซต์ Footballdatabase จัดอันดับและเก็บสถิติผลการแข่งขันของสโมสรทั่วโลก ประกาศผลการจัดอันดับล่าสุด ทีม เมืองทอง ยูไนเต็ด ขยับขึ้นมาจากอันดับ 15 มาอยู่อันดับที่...

IBM เปิดตัวควอนตัมคอมพิวติ้ง (Quantum Computing) เป็นบริการคลาวด์ (Cloud Service)

เป็นสิ่งที่พูดกันมานานแล้วครับพี่น้องชาวไอทีเมามันส์ สำหรับควอนตัมคอมพิวเตอร์ในเชิงพาณิชย์ มันมีการวางขายการมานานละ แต่สิ่งที่ IBM เอามานำเสนอคือรูปแบบการนำไปใช้ให้บริการในรูปแบบ Cloud Service ที่มีขนาดใหญ่มากเลยทีเดียว ควอนตัมคอมพิวติ้ง (Quantum Computing) มันคืออะไร? Quantum Computing คือระบบที่ช่วยควบคุมการทำงานของ subatomic particles (เป็นการควบคุมที่เล็กอย่างเหลือเชื่อ) นักวิทยาศาสตร์จึงมอง quantum...
Jiradech Suchadahttps://www.itmoamun.com/
การตลาดออนไลน์ เทคโนโลยี ธุรกิจ Passive Income ทำตัวเป็น Blogger แถมกด Shutter รัวๆ แล้วออกไปวิ่ง แถมยังร่วมแบ่งปันเรื่องราวผ่านบทความแปลงเป็นรายได้ที่นี่! ไอทีเมามันส์

HP , HP WebOS เอชพี (Hewlett-Packard) ปรับโครงสร้างบริษัทหนีตายในยุคไอทีแข่งดุ แย้มโครงการแยกธุรกิจพีซีออกมาตั้งเป็นบริษัทใหม่ (spin off) พร้อมตัดสินใจเลิกพัฒนาสินค้าตระกูล WebOS อย่างเป็นทางการ เผยต้องการลุยพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์และบริการงานไอทีจริงจัง หลายฝ่ายมั่นใจเอชพีกำลังเดินตามไอบีเอ็มและหลายบริษัทที่แยกธุรกิจออกเพื่อ ขายกิจการ ความเคลื่อนไหวทั้งหมดที่เอชพีประกาศล่าสุดล้วนถูกวิจารณ์ว่าเอชพีกำลังดำเนินนโยบาย“ตีตัวออกห่างตลาดฮาร์ดแวร์คอนซูเมอร์” เพื่อหยั่งรากในตลาดซอฟต์แวร์และงานบริการไอทีให้มากขึ้น โดยเฉพาะการประกาศเตรียมตัวเข้าซื้อกิจการบริษัท Autonomy Corp. ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ค้นหาและจัดการไฟล์เอกสารสัญชาติอังกฤษ ยิ่งแสดงว่าเอชพีกำลังออกห่างธุรกิจสินค้าคอนซูเมอร์ที่กำไรน้อย เพื่อไปหาธุรกิจซอฟต์แวร์ที่กำไรดีกว่าแทน สำหรับผลประกอบการประจำไตรมาสเดือนเมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา เอชพีมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 1.5% เป็น 3.12 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กำไรสุทธิ 1.93 พันล้านเหรียญ ***แยกธุรกิจพีซีเป็นบริษัทใหม่ การสปินออฟธุรกิจพีซีของเอชพีนั้นได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก เนื่องจากเอชพีนั้นมีดีกรีเป็นผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์พีซีรายใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมียอดจำหน่ายมากกว่า 51 ล้านเครื่องต่อปี สิ่งที่น่าสนใจคือข้อความทวีตของซีอีโอเดลล์ “ไมเคิล เดลล์” ซึ่งประกาศประเด็นเสียดสีทำนองว่าธุรกิจพีซีที่เอชพีจะแยกออกไปเป็นบริษัท ใหม่นั้นไม่ใช่ธุรกิจพีซีของเอชพี แต่เป็นธุรกิจพีซีดั้งเดิมของคอมแพค (Compaq) ซึ่งอดีตซีอีโอเอชพี Carly Fiorina ตัดสินใจซื้อมาเมื่อปี 2002 การซื้อคอมแพคครั้งนั้นทำให้เอชพีก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดพีซี เหนือกว่าเดลล์ (Dell) ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ที่มีอิทธิพลสูงในตลาดองค์กรธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การสปินออฟครั้งนี้ทำให้เอชพีถูกวิจารณ์ว่าเป็นการเดินตามไอบีเอ็ม (IBM) ยักษ์ใหญ่สีฟ้าที่จำหน่ายธุรกิจพีซีให้เลอโนโวเพื่อที่ตัวเองจะได้หันไปลุย ตลาดบริการงานไอทีองค์กรมากขึ้น (ไอบีเอ็มนั้นจำหน่ายธุรกิจพีซีให้บริษัท Legend ผู้ผลิตพีซีสัญชาติจีนจนกลายเป็นแบรนด์ Lenovo ในปัจจุบัน แล้วเบนเข็มให้บริษัทพุ่งเป้าที่ตลาดซอฟต์แวร์และงานบริการไอทีจนเป็นเจ้า ตลาดในขณะนี้) แม้เอชพีจะยังไม่ประกาศจำหน่ายธุรกิจพีซี แต่การที่เอชพีระบุว่า กำลังจะเข้าซื้อบริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติอังกฤษนามว่า Autonomy Corp ด้วยเงินมูลค่า 1.17 หมื่นล้านเหรียญ ก็ทำให้ชัดเจนมากว่า งานซอฟต์แวร์และบริการไอทีกำลังเป็นทิศทางสำคัญของเอชพีในอนาคต เพราะเอชพีเชื่อว่าความเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ค้นหาและจัดการไฟล์เอกสารของ Autonomy จะสามารถเพิ่มเขี้ยวเล็บให้เอชพีได้ในอนาคต ซึ่งจุดนี้มีการวิเคราะห์ว่ามูลค่าซื้อ Autonomy ที่เอชพีเสนอไปนั้นเหนือกว่าราคาหุ้นปกติถึงสามเท่าตัว อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่าอาจเป็นเรื่องยากหากเอชพีต้องการขายกิจการพีซี จริง เนื่องจากการผลิตพีซีของแบรนด์ใหญ่ในปัจจุบันล้วนผูกขาดกับผู้ผลิตในไต้หวัน เป็นส่วนใหญ่ ทั้ง Apple, Dell และ Acer เอง ซึ่งยังไม่มีความแน่นอนว่าการสปินออฟธุรกิจพีซีของเอชพีจะออกหัวหรือก้อยใน อนาคต สำหรับไตรมาสที่เพิ่งจบไป ยอดรายรับจากธุรกิจพีซีภายใต้แผนก Personal Systems Group (PSG) นั้นมีมูลค่าตลาดราว 4.1 หมื่นล้านเหรียญ ทำกำไรให้เอชพีราว 2 พันล้านเหรียญต่อปี กินสัดส่วนเป็น 13% ของกำไรเอชพี ***เลิกผลิต TouchPad เอชพียืนยันว่าจะยุติการพัฒนาอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการ webOS ทั้งหมด เท่ากับผู้บริโภคจะไม่ได้เห็นทั้งแท็บเล็ต TouchPad และสมาร์ทโฟน webOS แบรนด์เอชพีรุ่นใหม่แจ้งเกิดในตลาดนับจากนี้ ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำความความพ่ายแพ้ของ TouchPad แท็บเล็ตจากเอชพีที่ไม่สามารถทำยอดขายได้เท่าที่ควร ก่อนหน้านี้ เอชพีประกาศลดราคาจำหน่าย TouchPad ในสหรัฐฯลงครั้งแรก 50 เหรียญ ก่อนจะปรับลดอีกครั้ง 100 เหรียญ ทั้งหมดเป็นเพราะอาการ”ขายไม่ออก”ของ TouchPad ซึ่งยักษ์ใหญ่ผู้ค้าปลีกในสหรัฐฯอย่างเบสต์บาย (Best Buy) เคยออกมาประกาศว่ายอดขาย TouchPad ตั้งแต่เปิดตัวนั้นทำได้เพียง 25,000 เครื่อง จากในสินค้าคงคลังที่มีสูงถึง 270,000 เครื่อง ความล้มเหลวครั้งนี้ทำให้การตัดสินใจซื้อปาล์ม (Palm) ของเอชพีถูกนำกลับมาวิจารณ์อีกครั้ง แม้ในช่วงซื้อกิจการอดีตยักษ์ใหญ่โลกคอมพิวเตอร์มือถือ (PDA) เอชพีจะมองว่าระบบปฏิบัติการ WebOS ของปาล์มจะทำให้เอชพีขึ้นเป็นอันดับ 2 ในตลาดอุปกรณ์พกพาได้ แต่เมื่อเอชพีไม่สามารถขยายกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง เอชพีจึงตัดสินใจยุติการพัฒนาก่อนจะขาดทุนมากกว่านี้ นักสังเกตการณ์คาดว่า ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้อาจเป็นสิ่งที่กรรมการบริหารของเอชพีตั้งใจไว้ ตั้งแต่แรก โดยเฉพาะการเลือกลีโอ อโปเธอร์เกอร์ (Léo Apotheker) อดีตลูกหม้อบริษัทซอฟต์แวร์อย่าง SAP มานั่งเก้าอี้ซีอีโอบริษัท ซึ่งทั้งหมด เอชพีคาดว่ากระบวนการปรับโครงสร้างบริษัทจะแล้วเสร็จในช่วง 12-18 เดือนนับจากนี้ สำหรับรายได้ทั้งปี 2011 เอชพีคาดว่ายอดจำหน่ายในไตรมาสที่เหลือของปีจะทำให้เอชพีมีรายได้ทะลุ 1.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากการประเมินก่อนหน้านี้ที่ 1.29-1.30 แสนล้านเหรียญ บนกำไรที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 3.59-3.70 เหรียญต่อหุ้น จากเดิมที่เคยประเมินไว้ 4.27 เหรียญต่อหุ้น Company Related Link : HP

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ลีโอ อโปเธอร์เกอร์ (Léo Apotheker) ซีอีโอคนปัจจุบันของเอชพี

เอชพี (Hewlett-Packard) ปรับโครงสร้างบริษัทหนีตายในยุคไอทีแข่งดุ แย้มโครงการแยกธุรกิจพีซีออกมาตั้งเป็นบริษัทใหม่ (spin off) พร้อมตัดสินใจเลิกพัฒนาสินค้าตระกูล WebOS อย่างเป็นทางการ เผยต้องการลุยพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์และบริการงานไอทีจริงจัง หลายฝ่ายมั่นใจเอชพีกำลังเดินตามไอบีเอ็มและหลายบริษัทที่แยกธุรกิจออกเพื่อ ขายกิจการ ความเคลื่อนไหวทั้งหมดที่เอชพีประกาศล่าสุดล้วนถูกวิจารณ์ว่าเอชพีกำลังดำเนินนโยบาย“ตีตัวออกห่างตลาดฮาร์ดแวร์คอนซูเมอร์” เพื่อหยั่งรากในตลาดซอฟต์แวร์และงานบริการไอทีให้มากขึ้น โดยเฉพาะการประกาศเตรียมตัวเข้าซื้อกิจการบริษัท Autonomy Corp. ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ค้นหาและจัดการไฟล์เอกสารสัญชาติอังกฤษ ยิ่งแสดงว่าเอชพีกำลังออกห่างธุรกิจสินค้าคอนซูเมอร์ที่กำไรน้อย เพื่อไปหาธุรกิจซอฟต์แวร์ที่กำไรดีกว่าแทน สำหรับผลประกอบการประจำไตรมาสเดือนเมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา เอชพีมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 1.5% เป็น 3.12 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ กำไรสุทธิ 1.93 พันล้านเหรียญ ***แยกธุรกิจพีซีเป็นบริษัทใหม่ การสปินออฟธุรกิจพีซีของเอชพีนั้นได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก เนื่องจากเอชพีนั้นมีดีกรีเป็นผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์พีซีรายใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมียอดจำหน่ายมากกว่า 51 ล้านเครื่องต่อปี สิ่งที่น่าสนใจคือข้อความทวีตของซีอีโอเดลล์ “ไมเคิล เดลล์” ซึ่งประกาศประเด็นเสียดสีทำนองว่าธุรกิจพีซีที่เอชพีจะแยกออกไปเป็นบริษัท ใหม่นั้นไม่ใช่ธุรกิจพีซีของเอชพี แต่เป็นธุรกิจพีซีดั้งเดิมของคอมแพค (Compaq) ซึ่งอดีตซีอีโอเอชพี Carly Fiorina ตัดสินใจซื้อมาเมื่อปี 2002 การซื้อคอมแพคครั้งนั้นทำให้เอชพีก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดพีซี เหนือกว่าเดลล์ (Dell) ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ที่มีอิทธิพลสูงในตลาดองค์กรธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การสปินออฟครั้งนี้ทำให้เอชพีถูกวิจารณ์ว่าเป็นการเดินตามไอบีเอ็ม (IBM) ยักษ์ใหญ่สีฟ้าที่จำหน่ายธุรกิจพีซีให้เลอโนโวเพื่อที่ตัวเองจะได้หันไปลุย ตลาดบริการงานไอทีองค์กรมากขึ้น (ไอบีเอ็มนั้นจำหน่ายธุรกิจพีซีให้บริษัท Legend ผู้ผลิตพีซีสัญชาติจีนจนกลายเป็นแบรนด์ Lenovo ในปัจจุบัน แล้วเบนเข็มให้บริษัทพุ่งเป้าที่ตลาดซอฟต์แวร์และงานบริการไอทีจนเป็นเจ้า ตลาดในขณะนี้) แม้เอชพีจะยังไม่ประกาศจำหน่ายธุรกิจพีซี แต่การที่เอชพีระบุว่า กำลังจะเข้าซื้อบริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติอังกฤษนามว่า Autonomy Corp ด้วยเงินมูลค่า 1.17 หมื่นล้านเหรียญ ก็ทำให้ชัดเจนมากว่า งานซอฟต์แวร์และบริการไอทีกำลังเป็นทิศทางสำคัญของเอชพีในอนาคต เพราะเอชพีเชื่อว่าความเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ค้นหาและจัดการไฟล์เอกสารของ Autonomy จะสามารถเพิ่มเขี้ยวเล็บให้เอชพีได้ในอนาคต ซึ่งจุดนี้มีการวิเคราะห์ว่ามูลค่าซื้อ Autonomy ที่เอชพีเสนอไปนั้นเหนือกว่าราคาหุ้นปกติถึงสามเท่าตัว อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่าอาจเป็นเรื่องยากหากเอชพีต้องการขายกิจการพีซี จริง เนื่องจากการผลิตพีซีของแบรนด์ใหญ่ในปัจจุบันล้วนผูกขาดกับผู้ผลิตในไต้หวัน เป็นส่วนใหญ่ ทั้ง Apple, Dell และ Acer เอง ซึ่งยังไม่มีความแน่นอนว่าการสปินออฟธุรกิจพีซีของเอชพีจะออกหัวหรือก้อยใน อนาคต สำหรับไตรมาสที่เพิ่งจบไป ยอดรายรับจากธุรกิจพีซีภายใต้แผนก Personal Systems Group (PSG) นั้นมีมูลค่าตลาดราว 4.1 หมื่นล้านเหรียญ ทำกำไรให้เอชพีราว 2 พันล้านเหรียญต่อปี กินสัดส่วนเป็น 13% ของกำไรเอชพี ***เลิกผลิต TouchPad เอชพียืนยันว่าจะยุติการพัฒนาอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการ webOS ทั้งหมด เท่ากับผู้บริโภคจะไม่ได้เห็นทั้งแท็บเล็ต TouchPad และสมาร์ทโฟน webOS แบรนด์เอชพีรุ่นใหม่แจ้งเกิดในตลาดนับจากนี้ ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำความความพ่ายแพ้ของ TouchPad แท็บเล็ตจากเอชพีที่ไม่สามารถทำยอดขายได้เท่าที่ควร ก่อนหน้านี้ เอชพีประกาศลดราคาจำหน่าย TouchPad ในสหรัฐฯลงครั้งแรก 50 เหรียญ ก่อนจะปรับลดอีกครั้ง 100 เหรียญ ทั้งหมดเป็นเพราะอาการ”ขายไม่ออก”ของ TouchPad ซึ่งยักษ์ใหญ่ผู้ค้าปลีกในสหรัฐฯอย่างเบสต์บาย (Best Buy) เคยออกมาประกาศว่ายอดขาย TouchPad ตั้งแต่เปิดตัวนั้นทำได้เพียง 25,000 เครื่อง จากในสินค้าคงคลังที่มีสูงถึง 270,000 เครื่อง ความล้มเหลวครั้งนี้ทำให้การตัดสินใจซื้อปาล์ม (Palm) ของเอชพีถูกนำกลับมาวิจารณ์อีกครั้ง แม้ในช่วงซื้อกิจการอดีตยักษ์ใหญ่โลกคอมพิวเตอร์มือถือ (PDA) เอชพีจะมองว่าระบบปฏิบัติการ WebOS ของปาล์มจะทำให้เอชพีขึ้นเป็นอันดับ 2 ในตลาดอุปกรณ์พกพาได้ แต่เมื่อเอชพีไม่สามารถขยายกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง เอชพีจึงตัดสินใจยุติการพัฒนาก่อนจะขาดทุนมากกว่านี้ นักสังเกตการณ์คาดว่า ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้อาจเป็นสิ่งที่กรรมการบริหารของเอชพีตั้งใจไว้ ตั้งแต่แรก โดยเฉพาะการเลือกลีโอ อโปเธอร์เกอร์ (Léo Apotheker) อดีตลูกหม้อบริษัทซอฟต์แวร์อย่าง SAP มานั่งเก้าอี้ซีอีโอบริษัท ซึ่งทั้งหมด เอชพีคาดว่ากระบวนการปรับโครงสร้างบริษัทจะแล้วเสร็จในช่วง 12-18 เดือนนับจากนี้ สำหรับรายได้ทั้งปี 2011 เอชพีคาดว่ายอดจำหน่ายในไตรมาสที่เหลือของปีจะทำให้เอชพีมีรายได้ทะลุ 1.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากการประเมินก่อนหน้านี้ที่ 1.29-1.30 แสนล้านเหรียญ บนกำไรที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 3.59-3.70 เหรียญต่อหุ้น จากเดิมที่เคยประเมินไว้ 4.27 เหรียญต่อหุ้น Company Related Link : HP

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Latest News

ข่าวดี Sony WF-1000XM3 หูฟังคุณภาพเสียงดี มีระบบการตัดเสียงที่ยอดเยี่ยม ลดราคาเหลือเพียง 5,490 บาท ถึง 4 ตุลาคมนี้เท่านั้น

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน พบกันเป็นประจำเช่นเคยกับการแนะนำสินค้าไอทีเปิดตัวใหม่ที่น่าสนใจ สำหรับครั้งนี้เราก็มีข่าวดีจะมาแจ้งให้เพื่อนๆ ทุกคนได้ทราบว่า หูฟังตัดเสียงรบกวนขั้นเทพ Sony WF-1000XM3 ลดราคาพิเศษเหลือเพียง 5,490 บาท หมดเขต 4 ตุลาคมนี้ รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ใครสนใจอยากได้ตามมาดูกันเล้ยย  สรุปข้อมูลและรายละเอียดที่น่าสนใจของหูฟัง Sony...

ข่าวด่วน ตอนนี้ Pinterest ทำลายสถิติการดาวน์โหลดรายวันของ App Store ไปแล้ว

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน พบกันเป็นประจำเช่นเคยกับการอัพเดทข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในโลกไอที สำหรับครั้งนี้เรามีข่าวสำคัญจะมาแจ้งให้เพื่อนๆ ทุกคนได้ทราบว่า Pinterest ทำลายสถิติการดาวน์โหลดรายวันของ App Store เนื่องจากผู้ใช้งานต้องการไอเดียไปตกแต่งหน้าจอโฮมบน iOS 14 รายละเอียดเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เรามาติดตามกันเล้ยย  สรุปความร้อนแรงของแอปพลิเคชั่น Pinterest ใน iOS14 ได้ดังนี้  1. iOS 14 อนุญาตให้เจ้าของ iPhone...

มาแล้ว ราคาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการของสมาร์ทโฟน Galaxy S20 FE และ Galaxy S20 FE 5G ที่เพิ่งเปิดตัวไป

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน พบกันเป็นประจำเช่นเคยกับการอัพเดทข่าวสำคัญในโลกไอที สำหรับครั้งนี้เราจะมาสรุปราคาของสมาร์ทโฟน Galaxy S20 FE และ Galaxy S20 FE 5G ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย  ซึ่งราคาจะเป็นอย่างไร ใครสนใจก็ตามมาดูกันเล้ยย  เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ Samsung Galaxy S20 FE ซึ่งก็มีทั้งเวอร์ชั่น 4G และ...

วงในเผย iPad Pro จะเป็นสินค้าตัวแรกของค่าย Apple ที่จะได้ใช้จอ Mini-LED คาดเปิดตัวไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน พบกันเป็นประจำเช่นเคยกับการอัพเดทข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในแวดวงไอที สำหรับครั้งนี้เราก็มีข่าวสำคัญจะมาแจ้งให้เพื่อนๆ ทุกคนได้ทราบว่า วงในเผยว่า iPad Pro จะเป็นผลิตภัณฑ์แรกของ Apple ที่ใช้จอแสดงผล Mini-LED คาดเปิดตัวในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ รายละเอียดเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เรามาติดตามกันเลยดีกว่า  สรุปข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจล่าสุดของ iPad Pro ได้ดังนี้  1. Ming-Chi Kuo...

ข่าวดี ซีรีส์ WandaVision ปล่อยใบปิดใหม่พร้อมยืนยันกำหนดฉายออกมาแล้ว

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว ไอทีเมามันส์ ทุกคน พบกันเป็นประจำเช่นเคยกับการอัพเดทข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในโลกภาพยนตร์ สำหรับครั้งนี้เราก็มีข่าวดีจะมาแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบว่าซีรีส์ WandaVision ปล่อยใบปิดใหม่พร้อมยืนยันกำหนดฉายออกมาแล้ว ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไร มาตามกันได้เล้ยย  สรุปข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดของซีรีส์ WandaVision ได้ดังนี้  ประสบปัญหาจากการเลื่อนกำหนดการฉายของหนังหลายๆ เรื่อง จนอาจทำให้ซีรีส์อย่าง WandaVision ต้องลัดคิวออกมาฉายก่อนสำหรับทาง Marvel Studios และ Disney และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการฉายพวกเขาก็ได้มีการปล่อยใบปิดของตัวซีรีส์ออกมาให้เราได้ชมกันในวันนี้ หลังจากที่ทาง Disney+ ได้มีการปล่อยตัวอย่างแรกของซีรีส์ WandaVision...

More Articles Like This