HP หวังรักษาอัตราการเติบโตในตลาดเครื่องพิมพ์ดิจิตอลออฟเซตที่ 30% พร้อมมั่นใจรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดได้อย่างต่อเนื่อง เชื่อตลาดเครื่องพิมพ์ระบบดิจิตอลยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะปัจจุบันมีใช้งานไม่ถึง 5% ในอุตสากรรมการพิมพ์ มองไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด HP Digital Offset เครื่องพิมพ์อัฉริยะ นายอลอน มาออซ์ ผู้อำนวยการบริหาร หน่วยธุรกิจ กราฟิก โซลูชัน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มธุรกิจการพิมพ์และคอมพิวเตอร์ เอชพี ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น ให้ข้อมูลว่าตอนนี้เอชพีถือเป็นผู้นำในกลุ่มเครื่องพิมพ์ดิจิตอลขนาดใหญ่ เพราะเครื่องที่จำหน่ายทั่วโลกกว่า 90% เป็นของเอชพี ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลว่า ปัจจุบันมีงานพิมพ์เกิดขึ้นในแต่ละปีกว่า 4.7 หมื่นล้านแผ่น ซึ่งในจำนวนนี้มีงานพิมพ์ที่เป็นดิจิตอลเพียง 5% เท่านั้น แต่ถ้ามองกลับกันในเชิงของมูลค่าแล้วงานพิมพ์ดิจิตอลมีสัดส่วนสูงถึง 44% ซึ่งถ้ามองไปในตลาดเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่แล้วยังมีโอกาสให้เอชพีสามารถนำเครื่องพิมพ์ในระบบดิจิตอลเข้าไปทำตลาดได้อีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่เป็นสำนักพิมพ์ และโรงงานออกแบบบรรจุภัณฑ์หรือฉลากสินค้า “เหตุผลหลักสำคัญที่ลูกค้าควรจะหันมาใช้งานเครื่องพิมพ์ในระบบดิจิตอล อย่างแรกเลยคือช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่จำเป็น เช่น สำนักพิมพ์สามารถสั่งพิมพ์งานได้ตามปริมาณที่ต้องการ ไม่ต้องพิมพ์ในจำนวนมากเกินความจำเป็นเนื่องจากต้องทำเพลต และส่งผลให้กลายเป็นค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้” โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดหลักภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับอินโดนีเซีย เพราะมีการลงทุนในเครื่องพิมพ์ดิจิตอลออฟเซตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับลูกค้าเดิมที่มีการซื้อเครื่องเพิ่มเพื่อไปใช้งาน นายรอย อีทัน ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป หน่วยธุรกิจ กราฟิก โซลูชันเครื่องพิมพ์เอชพี อินดิโก้ และอิงค์เจ็ท ดิจิตอล เพรส กลุ่มธุรกิจการพิมพ์และคอมพิวเตอร์ เอชพี ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น ให้ข้อมูลเสริมว่า ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ดิจิตอลออฟเซต เอชพีถือเป็นผู้นำในตลาดโลก และมีส่วนแบ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กว่า 80% โดยมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 30% ในทุกๆ ปี สำหรับในประเทศไทย เริ่มมีลูกค้านำผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ไปใช้งานพอสมควร เนื่องจากสามารถช่วยลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าในการขายได้มากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับความสร้างสรรค์ของแต่ละบริษัท ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะมีต้นทุนต่ำกว่าเครื่องพิมพ์แบบเก่าราว 50% โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอินดิโก้ หรือเครื่องพิมพ์ดิจิตอลออฟเซต ขนาดกระดาษ B2 ของเอชพี จะมีตั้งแต่ระดับราคา 6 ล้านบาท ไปจนถึง 80 ล้านบาท ซึ่งขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของตัวเครื่อง ซึ่งปัจจุบันมีใช้งานอยู่ในประเทศแล้วกว่า 40 เครื่อง “กลุ่มลูกค้าในเอเชียแปซิฟิกที่นำเครื่องพิมพ์อินดิโก้ไปใช้มาจาก 2 ส่วนหลักๆ คือ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการพิมพ์ไฟล์ดิจิตอลในราคาประหยัด และกลุ่มที่ต้องการเครื่องพิมพ์ดิจิตอลที่ให้ประสิทธิภาพในงานพิมพ์สูง และมีลูกเล่นมากขึ้นกว่างานพิมพ์ปกติ” ที่มา : CyberBiz

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้