HTC One เบนจามิน โฮ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เอชทีซี กล่าวว่า ในปีนี้เอชทีซีมองอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศไทยว่าจะมีการเติบโตเป็นอย่างมาก หลังจากการเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz จากทั้ง 3 ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเอชทีซีก็พร้อมเดินหน้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแบบรุนแรงมากขึ้น “ปีนี้เอชทีซีจะเพิ่มงบการตลาดสำหรับประเทศไทยขึ้นอีก 100% ในการเรียกความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับคืนมาในทุกๆ ช่องทาง ขณะเดียวกันยังได้เตรียมที่จะรุกไปยังผู้บริโภคผ่านช่องทางดิจิตอลมากขึ้น ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบการตลาดดิจิตอลเพิ่มจากเดิม 250%” ก่อนหน้านี้เอชทีซีมองว่า ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยยังมีอัตราการเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร ปัจจัยหนึ่งเกิดจากการให้บริการ 3G ในช่วงก่อนหน้านี้แบ่งคลื่นความถี่เป็น 850 MHz และ 900 MHz ส่งผลให้เครื่องหลายๆ รุ่นที่รองรับคลื่นดังกล่าวเพียงคลื่นเดียวจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่เมื่อมีการเปิดให้บริการ 3G บนคลื่น 2.1 GHz แล้วสมาร์ทโฟนทุกตัวก็จะทำงานบน 3G มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด นอกจากนี้ยังมองว่าการที่เหล่าผู้ให้บริการเครือข่ายได้รับใบอนุญาต ในราคาต้นทุนที่ต่ำ ทำให้ต้องมีการผลักดันให้ผู้บริโภค ย้ายการใช้งานจากบนคลื่นสัมปทานเดิมมายังใบอนุญาตแทน เพราะต้นทุนในการให้บริการต่ำกว่า จึงเชื่อว่าภายใน 2 ปีข้างหน้าสัดส่วนสมาร์ทโฟนเมื่อเทียบกับฟีเจอร์โฟนจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 50% เอชทีซียังตั้งเป้าหมายสำคัญคือ การที่จะขึ้นเป็น 1 ใน 3 แบรนด์หลักที่โอเปอเรเตอร์เลือกในการใช้ทำตลาดควบคู่ไปกับ 3G เพราะมองว่าจะกลายเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถเติบโตได้ และส่งผลให้ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนได้ ความล้มเหลวที่ผ่านมา ถ้าจะว่าไปแล้ว ปี 2012 ถือเป็นปีที่มืดมนไม่น้อยของเอชทีซี ด้วยปัญหาด้านการตลาดที่ทำได้ไม่ดีพอ จึงทำให้ยอดขายของเอชทีซีทั่วโลกตกต่ำลง ผลพวงทั้งหมดจึงเป็นคราวเคราะห์ของ HTC One Series กลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนที่ทำตลาดในปีที่ผ่านมา โดย HTC One Series นั้นประกอบไปด้วย HTC One X, HTC One S และ HTC One V แม้ว่าจะมีคอนเซปต์ที่น่าสนใจอย่าง Amazing Camera, Authentic Sound แต่เมื่อเอาเข้าจริงกลับเบียดกระแสของสมาร์ทโฟนคู่แข่งอย่าง iPhone 4S และ Galaxy S III ไม่ขึ้น นั่นจึงทำให้เอชทีซี ต้องออกสมาร์ทโฟนมาแก้เก้ออีก 2 รุ่น อย่าง HTC One X+ และ HTC Butterfly รวมไปถึงวินโดวส์โฟน 8 ที่เอชทีซีเป็นพันธมิตรกับไมโครซอฟท์มาอย่างยาวนาน ในชื่อ Windows Phone 8X และ 8S by HTC ซึ่งผลตอบรับแค่อยู่ในระดับที่พอใช้ได้ HTC One เป็นความหวังสูงสุดจริงเหรอ? เมื่อย่างเข้าสู่ปี 2013 ถึงเวลาที่เอชทีซีจำเป็นต้องเปิดโฉมใหม่สมาร์ทโฟนเพื่อต้อนรับปีใหม่ที่กำลังมา โดยพลันนั้น จึงได้ยินชื่อของ HTC M7 ซึ่งไม่มีที่ไปและที่มาแน่ชัด เพียงแต่ว่า ทุกคนทราบตรงกันว่า นี่คือ สมาร์ทโฟนตัวท็อป ซึ่งจะเป็นความหวังสูงสุดของเอชทีซีประจำปี 2013 ข่าวคราวเกี่ยวกับ HTC M7 ค่อยๆ ทยอยถูกส่งออกมาผ่านสื่อ จนกระทั่งทุกอย่างได้ข้อสรุปว่า HTC M7 มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า HTC One ที่บ่งบอกว่า เอชทีซี มีเป้าหมายสู่การเป็นเบอร์ 1 และการมาของ HTC One นับได้ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงของเอชทีซี คอนเซปต์ที่ HTC One ถูกชูขึ้น คือ การปรับปรุงในส่วนของกล้อง และซอฟต์แวร์เป็นหลัก เนื่องจากย้อนหลังกลับไปก่อนหน้านี้ HTC One Series ถูกค่อนขอดจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมากว่า คุณภาพของกล้อง และซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ Sense UI เป็นจุดอ่อน Sense UI มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ผู้บริโภคไม่อยากได้ นั่นก็คือ ความอืดเป็นเรือเกลือ ส่งผลให้การใช้งานของผู้บริโภคไม่ลื่นไหล อีกทั้งด้วยหน้าตาที่ค่อนข้างจำเจ ไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลานานหลายปี ส่วนเรื่องคุณภาพของกล้อง เทียบไม่ได้กับสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปในตลาดไม่ว่าจะเป็นฝั่งค่ายผลไม้จากอเมริกา อดีตพี่เบิ้มในวงการโทรคมนาคมจากฟินแลนด์ หรือจะเป็นขั้วอำนาจใหม่จากฝั่งเกาหลี จากทุกสิ่งที่ว่ามานี้ยิ่งทำให้เอชทีซี โดยเฉพาะ One Series ดูด้อยคุณค่าลงไป ดังนั้นจึงอย่าได้แปลกใจว่า เหตุอันใด HTC One ถึงมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ดาร์เร็น ซัง ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์อาวุโส เอชทีซี ประจำภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า การมาของ HTC One จะเป็นย่างก้าวที่สำคัญของเอชทีซี ด้วยคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพที่ดีกว่าเดิม อินเตอร์เฟสทันสมัยอย่าง BlinkFeed ที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งหมดนี้น่าจะดึงดูดผู้บริโภคให้หันมาเลือกใช้ HTC One พร้อมกันนี้ ดาร์เรน ซัง ยังได้ถือโอกาสบอกว่า ภายในเครื่อง HTC One จะเป็นความแปลกใหม่ในด้านกล้องของสมาร์ทโฟน โดยใน HTC One จะมีการขยายเซ็นเซอร์ของกล้องให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และเรียกสิ่งนี้ว่า UltraPixel “กล้องของเอชทีซี แม้จะมีความละเอียดเพียงแค่ 4 ล้านพิกเซล แต่เอชทีซีไม่ได้มองว่า คุณภาพของกล้องวัดกันที่ขนาดพิกเซล สิ่งสำคัญมันอยู่ที่เซ็นเซอร์ ที่สามารถรับแสงได้มากกว่า ซึ่งสิ่งนั้นจะทำให้ภาพที่ถ่ายผ่าน HTC One จะมีความคมชัดกว่ากล้องธรรมดา” ยังไม่นับรวมกับฟังก์ชันอย่าง Zoe ที่ช่วยให้สามารถบันทึกภาพในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่กดชัตเตอร์ เพื่อนำมารีทัชภาพเฉพาะในจุดที่ต้องการได้ทันที เวลาในการจำหน่ายที่เหมาะสม การที่เอชทีซี เลือกเปิดตัว HTC One ไปพร้อมๆ กันแบบคู่ขนาน ทั้งในทวีปยุโรป ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มหานครนิวยอร์ก ในสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงย่านเอเชียแปซิฟิกอย่างประเทศออสเตรเลีย ในช่วงเวลาก่อนหน้างาน Mobile Word Congress 2013 จุดนี้ทำให้เอชทีซีสามารถโปรโมทตัวเครื่องได้แบบเต็มๆ ชนิดที่ไม่ต้องเกรงใจใคร อีกทั้งยังเป็นการดีที่ในเวลานี้ คู่แข่งในธุรกิจสมาร์ทโฟน กำลังอยู่ในสภาวะสุญญากาศ เพราะยังไม่มีรุ่นใดเลย ที่มีแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเวลาใกล้เคียงกัน HTC One จึงถือได้ว่า เป็นสมาร์ทโฟนจากอินเตอร์แบรนด์ เจ้าแรกที่ประกาศศักดาเปิดตัวอย่างจริงจัง ถ้าไม่นับ BlackBeery Z10 และ Sony Xperia Z ที่เอชทีซีไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่งรายสำคัญ ทำให้แน่นอนว่าคู่แข่งตัวจริงของ HTC One ย่อมต้องเป็น Samsung Galaxy S IV ซึ่งกำลังจ่อคิวเปิดตัวในวันที่ 14 มีนาคมนี้ รวมไปถึง iPhone รุ่นต่อไป และ LG Optimus G2 คนไทยกับกระแสตอบรับ HTC One แน่นอนว่าไทยเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีผู้บริโภคใช้งานสมาร์ทโฟนจากค่ายเอชทีซีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ประเด็นสำคัญเพราะเอชทีซี ตอบโจทย์ผู้บริโภคคนไทยได้ดีเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุประกอบงานที่เข้าขั้นคุณภาพดีที่สุด เมื่อเทียบกับบรรดาสมาร์ทโฟนที่มีอยู่ในท้องตลาด รวมไปถึงในแง่ของความบันเทิง อย่างที่ทราบกันว่า เอชทีซีเป็นพาร์ทเนอร์ชิปร่วมกับ บีตส์ (Beats) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการฟังเพลง การดีไซน์ของตัวเครื่องที่หันลำโพงสเตอริโอมาอยู่ด้านหน้า ด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า BoomSound มีเหตุผลหลักๆ คือช่วยเพิ่มพลังเสียงให้กับผู้ใช้จากเดิมที่สมาร์ทโฟนหลายรุ่นมีลำโพงอยู่ด้านหลังเท่านั้น ตอบสนองพฤติกรรมของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่นิยมรับชมคลิปวิดีโอยูทูป หรือดูภาพยนตร์ เล่นเกมในช่วงเวลาว่าง เพียงแต่ว่าสิ่งที่จะมาเป็นปัจจัยตัดสินว่า HTC One จะเป็นเช่นไรในตลาดประเทศไทยนั้น คงจะเป็นเรื่องราคา ถ้าราคาเปิดตัวเครื่องอยู่ในระดับ 21,900 บาท หรือถูกกว่านี้ก็อาจเป็นราคาที่ผู้บริโภคพึงพอใจ และอยู่ในระดับที่ ‘พอจ่ายไหว’ แต่ถ้าแพงกว่านี้ เห็นทีจะต้องตัวใครตัวมัน… เบนจามิน โฮ ยังย้ำว่านอกจากรุ่นที่เป็นแฟล็กชิปอย่าง HTC One แล้วในอนาคต เอชทีซีก็ยังเตรียมไม้เด็ดสำหรับทำตลาดในสมาร์ทโฟนทุกช่วงระดับราคาผ่านทั้งซีรีส์ Desire และ One รุ่นอื่นๆ ที่จะทยอยเข้ามาทำตลาดต่อไป รางวัลที่มาการันตีสุดยอดมือถือ MWC 2013 HTC One สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากเอชทีซีคว้ารางวัล GSMA ที่มอบให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ดีที่สุดจากงาน โมบาย เวิลด์ คองเกรส (MWC 2013) โดยได้รับคะแนนโหวตจากทั้งผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชนในวงการ ซึ่งเชื่อว่า HTC One ที่ได้รับรางวัลนี้จะเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนที่ประสบความสำเร็จในปีนี้ทั้งยังเปลี่ยนรูปแบบของสมาร์ทโฟนในอนาคตในด้านฟีเจอร์ การออกแบบและการใช้งาน ด้วยการออกแบบที่เพรียวบางและหน้าจอโฮมสกรีนที่จะพลิกโฉมการใช้งานรวม ถึงระบบเสียงที่เหนือกว่าและเทคโนโลยีกล้องอันน่าทึ่ง HTC One เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของเอชทีซี ที่ผู้ใช้สามารถใช้ระบบเสียงของ Beats Audio ได้เลย โดยไม่ต้องเสียบหูฟัง ซึ่งเสียงที่ออกมาจากลำโพงด้านหน้าที่เอชทีซี เรียกว่า BoomSound ถือว่ากระหึ่มได้ใจมาก แม้ว่าหน้าจอจะไม่ถึง 5 นิ้ว ตามเทรนด์ของปี 2013 แต่ทว่า ด้วยขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้วของ HTC One กลับมีความละเอียดหน้าจอต่อตารางนิ้ว มากกว่าสมาร์ทโฟนตัวท็อปทุกรุ่น ที่ 469ppi วัสดุประกอบตัวเครื่องถูกออกแบบมาอย่างดี เป็น unibody (วัสดุชิ้นเดียว) และทำมาจาก Matt Aluminium จึงทำให้ HTC One เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความแข็งแกร่งมากเลยทีเดียว และแน่นอนว่าจากการที่เอชทีซีใช้เวลาในการออกแบบและคิดค้นตัวเครื่องมาอย่างยาวนาน การที่ใช้วัสดุชิ้นเดียวก็ไม่มีผลต่อเสารับสัญญาณเหมือนใน iPhone 4 แต่อย่างใด HTC One จะมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเงิน และสีดำ เช่นเดียวกับขนาดความจุเครื่อง จะมีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 32GB และ 64GB โดยจากข้อมูลล่าสุดระบุว่า HTC One จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ช่วงต้นเดือนเมษายน พร้อมๆ กับการวางจำหน่ายในประเทศบ้านเกิดของเอชทีซีอย่างไต้หวัน [code]ที่มา : http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000028715[/code]

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้