Intel, ชิพแห่งอนาคต, IDF 2011 ในเมื่ออินเทลคือยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปหน่วยประมวลผลสำหรับ คอมพิวเตอร์พีซี การที่โลกทุกวันนี้กำลังถูกแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนขโมยซีนจากพีซีทำให้อินเท ลต้องเป็นฝ่ายลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองเพื่อหาที่ยืนในอุตสาหกรรมอุปกรณ์ อัจฉริยะเคลื่อนที่ให้ได้ กลศึกหลายชั้นของอินเทลจึงถูกประกาศกลางงานประชุมนักพัฒนา IDF 2011 ที่ซานฟรานซิสโกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้โลกรับรู้ว่าอินเทลไม่ได้ก้มหน้ารอชะตากรรมใน”ยุคหลังพีซี” แต่กำลังหาทางดิ้นรนบนเดิมพันคือเก้าอี้เจ้าตลาดชิปหน่วยประมวลผลโลก งานนี้อินเทลยังคงชู”อัลตร้าบุ๊ก”ในฐานะคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กบางเฉียบ ที่มี”หน่วยประมวลผลที่สมบูรณ์แบบที่สุด” ขณะเดียวกันก็เปิดตัวโปรเซสเซอร์ “Haswell” ซึ่งการันตีว่ากินไฟต่ำกว่าชิปรุ่นอื่นของอินเทลกว่า 20 เท่าเมื่ออยู่ในโหมดสแตนด์บายพร้อมใช้งาน โดยชิปนี้กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาเพื่อเปิดตัวในปี 2013 อินเทลนั้นคุยฟุ้งในงานว่า ชิปตระกูล “คอร์ โปรเซสเซอร์” เจเนอเรชัน 2 ปัจจุบันนั้นมีสถิติการจำหน่ายที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์อินเทล โดยจนถึงปัจจุบันอินเทลสามารถจำหน่ายโปรเซสเซอร์ไปแล้วกว่า 75 ล้านตัว จุดนี้อินเทลการันตีว่าชิปคอร์โปรเซสเซอร์ยุคหน้าที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต ขนาด 22 นาโนเมตร จะให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีสมรรถนะที่ดีขึ้นทั้งในด้านประหยัดพลังงาน กราฟิกและมีเดีย คาดว่าจะพร้อมวางตลาดในอัลตร้าบุ๊กและพีซีช่วงปี 2012 ที่สำคัญ อินเทลและยักษ์ใหญ่บริษัทรักษาความปลอดภัยอย่างแมคอาฟี ยังประกาศความร่วมมือกันพัฒนาโซลูชันป้องกันการโจรกรรมข้อมูลสำหรับอัลตร้า บุ๊ก กำหนดการจำหน่ายคือปี 2012 เชื่อว่าคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ในตัวเครื่องจะทำให้ผู้ใช้รู้สึก มั่นใจและใช้งานอัลตร้าบุ๊กอย่างสบายใจ ***ยกพลเทคโนฯใหม่ ต้องยอมรับว่างาน IDF 2011 ครั้งนี้เป็นเวทีเปิดตัวกองทัพเทคโนโลยีของอินเทลแบบเต็มพิกัด ทั้งการเปิดตัว ‘Claremont’ แนวคิดการทำงานชิปหน่วยประมวลผลใหม่จากสถาบันวิจัย Intel Labs, การเปิดตัวหน่วยความจำ SSD 710 สำหรับใช้งานในศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กร รวมถึงการ สาธิต 3 ต้นแบบพีซีอินเทลที่ใช้พอร์ตข้อมูลความเร็วสูงของแอปเปิลอย่าง Thunderbolt, พีซีพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใช้ชิปใหม่ Haswell รวมถึงแท็บเล็ตแอนดรอยด์ที่ใช้ชิป Medfield จากอินเทล Claremont นั้นเป็นชื่อรหัสของแนวคิดชิปใหม่ Near Threshold Voltage Processor ของอินเทล แนวคิดนี้อิงจากทฤษฎีการใช้วงจรไฟฟ้าที่มีกำลังไฟต่ำพิเศษจนสามารถลดการใช้พลังงานได้แบบก้าวกระโดด อิน เทลระบุว่ากำลังพัฒนาให้ Claremont ต้องการกำลังไฟต่ำกว่า 10 มิลลิวัตต์ เพื่อให้สามารถใช้พลังงานจากแผงเซลล์ไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาดเล็กเท่าสแตมป์ได้ ซึ่ง หากทำได้จริง อินเทลจะนำแนวคิดนี้ไปใช้กับหลายผลิตภัณฑ์ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการผลาญพลังไฟของอุปกรณ์ไอทีมากกว่าเกิน 5 เท่าตัว สำหรับ SSD 710 นั้นถูกอินเทลตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า Lyndonville เป็นผลิตภัณฑ์หน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูลองค์กรที่อินเทลเตรียมมาทำตลาด แทนรุ่น X25-E Extreme ตัว SSD 710 มาพร้อมหน่วยความจำแฟลชเทคโนโลยีการผลิต 25 นาโนเมตรทำให้องค์กรสามารถเข้าถึงและจัดการข้อมูลในดาต้าเซ็นเตอร์ได้เร็ว กว่าเดิม มีกำหนดวางตลาดในเดือนกันยายนนี้ในราคาเริ่มต้น 649 เหรียญ (สำหรับการสั่งซื้อรุ่น 100GB จำนวน 1,000 ชิ้นขึ้นไป) 1 ใน 3 พีซีที่อินเทลนำมาโชว์ตัวในงานนี้คือ พีซีที่มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูง Thunderbolt I/O ซึ่งอินเทลและแอปเปิลมีความร่วมมือในการพัฒนาด้วยกัน สมรรถนะหลักคือการช่วยให้อุปกรณ์บันทึกและจัดเก็บสื่อข้อมูลต่างๆ ทำงานด้วยความเร็วสูงกว่าพอร์ต USB 2.0 ทั่วไป จุดนี้ต้องยกความดีให้อินเทลในฐานะผู้ทำให้พอร์ต Thunderbolt I/O สามารถติดตั้งในคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช่แมคอินทอชได้ ซึ่งแม้ในงาน Mooly Eden รองประธานและผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจพีซีไคลเอนท์จะไม่ระบุว่าพีซีพร้อม พอร์ต Thunderbolt I/O จะวางตลาดได้เมื่อไร แต่ก็มีการยืนยันว่าผู้ผลิตอย่าง Acer และ ASUS จะพร้อมเปิดตลาดพีซี Thunderbolt I/O ได้ในปี 2012 อีกอุปกรณ์ต้นแบบที่เรียกเสียงฮือฮาในงานคือพีซีระบบพลังงานแสง อาทิตย์ที่ใช้ชิป Haswell โดยอินเทลระบุว่า Haswell จะถูกพัฒนาบนเทคโนโลยีการผลิต 22 นาโนเมตรเช่นเดียวกับ Ivy Bridge แต่สามารถประหยัดพลังงานลงได้กว่า 20 เท่าเมื่อเทียบกับการออกแบบปกติ คาดว่าจะทำให้อัลตร้าบุ๊กสามารถเปิดการทำงานโหมดสแตนด์บายต่อเนื่องนาน 10 วันได้ภายในปี 2013 ยังมีแท็บเล็ตแอนดรอยด์ที่ใช้ชิป Medfield ของอินเทล ซึ่งอินเทลการันตีว่านับจากนี้ชิปอินเทลจะสามารถใช้งานได้ดีกับอุปกรณ์พกพา ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ รองรับแพลตฟอร์มการทำงานหลายรูปแบบ โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดกำหนดการทำตลาดแต่อย่างใด ***ลุยอัลตร้าบุ๊กปีนี้ ผลิตภัณฑ์อัลตร้าบุ๊กรุ่นแรกซึ่งอินเทลเชื่อว่าจะพร้อมออกสู่ตลาดใน ช่วงวันหยุดปลายปี 2011 นี้จะเป็นรุ่นที่ใช้ชิปอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจเนอเรชั่น 2 โดยจะมีดีไซน์ของรูปทรงที่บางเบา พร้อมใช้เกือบจะทันทีหลังออกจากการพักเครื่องในระดับที่ลึกที่สุด ซึ่งเป็นผลจากคุณสมบัติของเทคโนโลยี Intel Rapid Start ขณะเดียวกันก็คาดว่าจะสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ในการรับชมภาพของผู้ใช้ ซึ่งเป็นผลจากสมรรถนะที่ดีขึ้นของกราฟิกที่อยู่ในโปรเซสเซอร์ แต่อัลตร้าบุ๊กรุ่นถัดไปในปีหน้าจะใช้โปรเซสเซอร์ในตระกูล อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจเนอเรชัน 3 คือ Ivy Bridge ซึ่งมีสมรรถนะด้านประสิทธิภาพและการประหยัดไฟ ชิปเจเนอเรชันใหม่พร้อมอัลตร้าบุ๊กรุ่นหน้า คาดว่าจะวางจำหน่ายได้ในครึ่งปีแรกของปี 2012 ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคใช้อัลตร้าบุ๊กได้อย่างมั่นใจ อินเทลตัดสินใจเพิ่มคุณสมบัติพิเศษในส่วนของระบบรักษาความปลอดภัย อาทิเช่น เทคโนโลยี Intel Identity Protection และ Intel Anti-Theft เพื่อป้องการการโจรกรรมข้อมูลจากเครื่อง และเพื่อเป็นการต่อยอดคุณสมบัติของระบบความปลอดภัยที่มีอยู่เดิมให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอินเทลประกาศร่วมมือกับแมคอาฟี พัฒนาบริการ McAfee anti-theft สำหรับอัลตร้าบุ๊ก ซึ่งสามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์รุ่นถัดไปของทั้งอัลตร้าบุ๊ก โน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อป ในปี 2012 โซลูชันแมคอาฟีจะเป็นโซลูชันแรกที่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่างๆที่ อยู่ในตัวชิปของอินเทล และจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บรักษาข้อมูลในตัวอุปกรณ์ให้กับผู้บริโภค เช่น การล็อคอุปกรณ์ การลบข้อมูล และ การค้นหาตำแหน่ง เป็นต้น อินเทลย้ำว่าวิสัยทัศน์ของอัลตร้าบุ๊กนั้นเป็นแผนระยะยาว และเป็นความพยายามในระดับอุตสาหกรรมโดยแบ่งการพัฒนาออกเป็นสามระยะ “ระยะที่หนึ่งเป็นการเปิดตัวอัลตร้าบุ๊กรุ่นแรก ซึ่งขณะนี้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ และสามารถจำหน่ายได้ตั้งแต่ช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปีนี้เป็นต้นไป ระยะที่สองจะเริ่มขึ้นด้วยการเปิดตัวของ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจเนอเรชั่น 3 ภายในครึ่งแรกของปี 2012 ส่วนในระยะสุดท้ายนั้น จะเป็นการเปิดตัวชิป Haswell ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 22 นาโนเมตร เพื่อตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงจากการใช้คอมพิวเตอร์แบบเดิมมาสู่อัลตร้าบุ๊ก” ผู้บริหารอินเทล เปิดเผย Company Related Link : Intel

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้