iPhone 5 ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือและแกดเจ็ทศูนย์การค้ามาบุญครอง เผยว่า เตรียมเจรจากับดีลเลอร์เพื่อนำไอโฟน 5 เข้ามาวางจำหน่ายแล้ว คาดว่าจะเดินทางถึงไทยวันที่ 22 ก.ย. นี้หลังจากเริ่มวางตลาดอย่างเป็นทางการที่สหรัฐ ฮ่องกง และสิงคโปร์ หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินวันที่ 23 ก.ย. ทั้งนี้ ราคาขายเริ่มต้นรุ่น 16 กิกะไบต์น่าจะอยู่ที่ราว 3 หมื่นบาทขึ้นไปเนื่องจากต้นทุนการนำเข้ามาค่อนข้างสูง ทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน การจ้างคน หรือนักศึกษาไปต่อคิวรอซื้อสินค้าตามแอ๊ปเปิ้ลสโตร์ ค่าขนส่ง รวมถึงการแข่งขันระหว่างผู้ค้าด้วยกันที่ต้องแข่งกันตัดราคา ถ้าใครให้มากกว่าก็จะได้สินค้ามาขายก่อน “คนที่รับหิ้วมีอยู่จำนวนมาก แต่ดีลเลอร์รายใหญ่ที่คอยรวบรวมและนำสินค้าเข้ามาให้มีอยู่แค่ 2-3 ราย ซึ่งเราเองก็เริ่มเข้าไปคุยกับเขาแล้ว และพร้อมจะสู้ราคาเต็มที่ เรื่องราคาสุดท้ายที่จะวางขายจริงน่าจะชัดเจนอีกครั้งวันที่ 21 ก.ย.” แหล่งข่าวประเมินว่า กระแสของไอโฟนรุ่นใหม่น่าจะแรงไม่น้อยกว่ารุ่นเดิมที่วางตลาดมาก่อน ขณะนี้เริ่มมีลูกค้าทยอยเข้ามาถามหาและขอจองไว้แล้ว แต่ทางร้านยังไม่รับจองเพราะไม่ทราบราคาที่แน่นอน ผู้ค้ากล่าวอีกว่า ครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจคือตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อนที่แอ๊ปเปิ้ลจะแถลงข่าวเปิดตัว มีทั้งเคสกันกระแทกและฟิล์มกันรอยเข้ามาวางขายที่ห้างมาบุญครอง แม้มีแต่ข่าวลือเรื่องสเปคเครื่องที่หลุดออกมา ไม่ได้ยืนยันว่าจริงหรือไม่ แต่ผู้ค้าหลายรายต่างได้ข่าวตรงกัน จึงคิดว่าใช่ของจริงแน่ ก่อนหน้านี้ราว 1 เดือนบรรยากาศการซื้อขายค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากลูกค้าต่างรอดูโฉมหน้ารุ่นใหม่ จากปกติมียอดขายปลีกวันละหลัก 10 เครื่อง มีโทรศัพท์เข้ามาซื้อแบบขายส่งอยู่ตลอด เหลือยอดขายวันละแค่ประมาณ 2 เครื่อง ขณะที่ยอดขายส่งก็น้อยลง เช่นเดียวกับยอดสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ ที่มีสินค้าใหม่เปิดตัวมาก็ยังไม่แรง ลูกค้าต่างรอดูท่าที ไม่ยอมตัดสินใจเช่นกัน “เราเริ่มปล่อยของและโล๊ะสต๊อกสินค้าเก่ามาสักพักหนึ่งแล้ว เพราะเกรงว่าถ้าอุ้มไว้มากเกินไปในช่วงที่ราคาต้นทุนผันผวนอาจขาดทุนได้ เวลานี้ราคาขายรุ่น 4 เอสค่อยๆ ปรับลง หลังเว็บแอ๊ปเปิ้ลปรับราคาเราก็ปรับตามลงมาประมาณ 1,000-1,500 บาท” นอกจากนี้ ทางร้านรับซื้อไอโฟนรุ่นเก่ามือสองราคาตามสภาพจริงของสินค้า โดยเฉลี่ยต่ำกว่าศูนย์บริการประมาณ 5,000 บาท ส่วนผู้ให้บริการระบบ “ดีแทค” ประกาศส่ง “นาโนซิม” (Nano-SIM) ซิมขนาดจิ๋วเจเนอเรชั่นล่าสุด ขนาดประมาณ 1 ตารางเซนติเมตร เล็กกว่า “ไมโครซิม” หรือซิมการ์ดที่ใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด 40% รองรับการใช้งานกับสมาร์ทโฟนรุ่นล้ำๆ เช่น ไอโฟน 5 ที่ดีไซน์ตัวเครื่องบางลงกว่ารุ่นก่อนหน้าและต้องใช้กับนาโนซิมเท่านั้น “นาโนซิม”จะทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ สามารถออกแบบอุปกรณ์สื่อสารให้บางลง เล็กลงได้อีกมาก โดยดีแทคจะพร้อมจำหน่ายซิมดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.นี้ ด้านกระแสในตลาดโลกหลังประกาศเปิดตัวไอโฟนรุ่นล่าสุดพบว่า ไอโฟน 5 มีจุดเด่นหน้าจอใหญ่ขึ้น พร้อมรองรับการใช้งานบนเทคโนโลยี 4 จี ตามความมุ่งหวังของแอ๊ปเปิ้ลที่ต้องการสกัดคู่แข่งในตลาดสมาร์ทโฟนอย่างซัมซุง และกูเกิล อย่างไรก็ตามแม้จะมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่บรรดาคอไอทีและนักวิเคราะห์คาดกันมาก่อน แต่ก็ยังเรียกเสียงฮือฮาไม่ได้เท่าที่ควร หรือใกล้เคียงกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เคยทำได้ดีก่อนหน้านี้ นายไมเคิล โยชิตามิ หัวหน้าคณะผู้บริหารบริษัทวางแผนด้านสินทรัพย์ ระบุว่า ไอโฟน 5 ยังไม่มีจุดที่ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจได้ เพราะทุกอย่างที่มีคือพัฒนาการของเทคโนโลยีในขั้นถัดไป ซึ่งมองว่ายังไม่มากพอที่จะทำให้ตลาดรู้สึกพึงพอใจ อีกทั้งนักวิเคราะห์บางรายยังรู้สึกผิดหวังกับงานครั้งนี้ของแอ๊ปเปิ้ล จากกระแสข่าวก่อนหน้าที่มีความเป็นไปได้ว่าแอ๊ปเปิ้ลน่าจะใช้ช่วงเวลาก่อนถึงฤดูกาลจับจ่ายใช้สอยปลายปีเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากกว่า เช่น แอ๊ปเปิ้ล ทีวี หรือไอแพด เวอร์ชั่นเล็ก เพื่อออกมาแข่งกับตลาดแทบเล็ตราคาต่ำ เช่น กูเกิล หรืออะเมซอน อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์คาดว่าไอโฟนรุ่นใหม่จะมียอดขายราว 10-20 ล้านเครื่องภายในเดือนแรกหลังการเปิดตัว ขณะที่ไอดีซีระบุว่า ซัมซุงครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนอันดับ 1 หรือ 32.6% ส่วนแอ๊ปเปิ้ล 17%

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้