Kaspersky, iPad 2, Kaspersky บน iPad 2, แสกนไวรัสบน iPad 2 แคสเปอร์สกี้แลป (Kaspersky Lab) เปิดแผนรุกตลาดองค์กรครั้งใหญ่ด้วยการแจ้งเกิดระบบรักษาความปลอดภัยครบวงจร สำหรับระบบคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ซึ่งถูกพลิกโฉมใหม่ในรอบ 4 ปี เตรียมเปิดตลาดไทยช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้เพื่อดันยอดขายตลาดองค์กรให้ โตอีก 15-20% แย้มถัดจากนี้แคสเปอร์สกี้มีแผนขยายระบบความปลอดภัยให้ครอบคลุมแท็บเล็ตไอโอ เอสอย่าง iPad 2 แต่ยังไม่สามารถเผยรายละเอียดได้จนกว่าจะเห็นความชัดเจนของแผนผลิตภัณฑ์แอ ปเปิลในปีนี้ อเล็กซ์ อึ้ง ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์สกี้แลป ให้สัมภาษณ์ระหว่างการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับองค์กร Kaspersky Lab Endpoint Security 8.0 และ Security Center 9.0 for Windows เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่าบริษัทกำลังจะพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยที่รองรับอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการ ไอโอเอส (iOS) อย่างไอแพดของแอปเปิล โดยระบุว่าขณะนี้ได้เริ่มทดสอบผลิตภัณฑ์แล้ว และตลาดมีความต้องการเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ของแคสเปอร์สกี้ที่รองรับแท็บ เล็ตแอนดรอยด์เรียบร้อย “เราจะไป iPad 2 แต่ยังให้รายละเอียดการเปิดตัวไม่ได้ตอนนี้ อย่างน้อยต้องรอให้ iPhone 5 ออกมาก่อน เพื่อให้ทิศทางผลิตภัณฑ์ในตลาดมีความชัดเจน” สำหรับ Kaspersky Lab Endpoint Security 8.0 นั้นเป็นซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยสำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ซึ่งปรับ ปรุงจาก Anti-Virus for Windows 6.0 R2 ที่แคสเปอร์สกี้แจ้งเกิดในตลาดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยเป็นการอัปเดทผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ (Major Update) ในรอบ 4 ปี บนเวลาการพัฒนานานกว่า 3 ปี ***เสริมแกร่งด้วยคลาวด์ อเล็กซ์ระบุว่า จุดเด่นของ Endpoint Security 8.0 คือนโยบายลูกผสมที่ระบบจะรวมภัยที่ตรวจจับได้บนระบบคลาวด์คอมพิวติงของแคสเปอร์สกี้นาม KSN ซึ่งมีคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายของแคสเปอร์สกี้มากกว่า 400 ล้านเครื่องทั่วโลก เข้ากับรายการ white-listing หรือรายการแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ปลอดภัยซึ่งผู้ดูแลระบบสามารถตั้งค่าได้ในระบบ endpoint ทั้งหมดนี้จะทำให้การปิดกั้นซอฟต์แวร์ไม่ประสงค์ดี (มัลแวร์) และเนื้อหาไม่พึงประสงค์เป็นไปแบบเรียลไทม์มากกว่าเดิมเมื่อใช้ร่วมกับการอ้างอิงฐานข้อมูลไวรัส (Signature Based) และการอิงจากพฤติกรรมที่ผิดปกติในการใช้งาน (Behavior) “KSN หรือ Kloud Security Network คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์หลายล้านเครื่องที่ร่วมกันรายงานภัยออนไลน์ใหม่ให้ แก่ศูนย์บริการขององค์กร การรองรับคลาวด์ถือเป็นความสามารถหลักของ Endpoint Security 8.0 เพราะนี้คือผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรธุรกิจ การป้องกันเรื่องการแบ่งปันข้อมูลบนคลาวด์เป็นเรื่องสำคัญ และบนคลาวด์สามารถจัดการผู้ใช้ได้มากโดยไม่ต้องใช้พื้นที่ ขณะนี้เรามีฐานข้อมูลมัลแวร์มากกว่า 3 พันล้านไฟล์ และฐานข้อมูลไฟล์ whitelist อีกมากกว่า 300 ล้านไฟล์ ซึ่งทำให้การป้องกันสามารถทำได้ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ครอบคลุมทั้งการป้องกันเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และข้อมูลอื่นๆแบบไร้รอยต่อ” Endpoint Security 8.0 จะถูกจัดการผ่าน Security Center 9.0 ซึ่งแคสเปอร์สกี้ออกแบบให้มีเครื่องมือเพื่อการควบคุมและจัดการที่รองรับการ เติบโตทางธุรกิจที่ยืดหยุ่น โดยจะถูกทำตลาดแทนเวอร์ชันเดิม (Kaspersky Administration Kit 8.0) บนความสามารถที่เหนือกว่าคือการรองรับระบบเซิร์ฟเวอร์เสมือน VMware ทำให้บริษัทที่มีเซิร์ฟเวอร์เสมือน 10 เครื่องอยู่ในเซิร์ฟเวอร์จริงเครื่องเดียว สามารถใช้งานได้โดยไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์และไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเวอร์ ชวลจากบริษัทอื่นอีกต่อไป การเปิดตัวครั้งนี้ของแคสเปอร์สกี้ถือเป็นการโหมไฟให้ตลาดซอฟต์แวร์ รักษาความปลอดภัยองค์กรแบบครบวงจรหรือ endpoint ทวีความดุเดือดหลายเท่าตัว โดยก่อนหน้านี้ หนึ่งในคู่แข่งรายใหญ่ของแคสเปอร์สกี้อย่างไซแมนเทค (Symantec) ก็ได้เปิดตัวระบบ Endpoint Security 12 เช่นกัน ขณะที่โอเปอเรเตอร์ไทยอย่างเอไอเอสระบุว่าจะเริ่มทดสอบ Endpoint Security 8.0 ด้วย ***คาดปีนี้ตลาดองค์กรไทยโต 20% กุน ซุก ลิง ผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่ายระดับองค์กร ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบุว่านี่คือครั้งแรกที่แคสเปอร์สกี้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในเอเชียก่อน ภูมิภาคอื่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเอเชียมีการใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดวส์สูงกว่า เบื้องต้นคาดว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ของแคสเปอร์สกี้จะช่วยผลักดันให้ยอดขายรวมของ แคสเปอร์สกี้ในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นราว 10-12% สำหรับตลาดไทย ซุก ลิงเชื่อว่าบริษัทจะมีอัตราเติบโตในตลาดองค์กรไม่ต่ำกว่า 15-20% จากปีที่แล้ว คิดเป็นอัตราสูงกว่าการเติบโตในตลาดคอนซูเมอร์ที่เชื่อว่าจะอยู่ระดับ 10% “นโยบายของแคสเปอร์สกี้ยังเป็นการขายผ่านพันธมิตร 100% เรายังไม่มีแผนเพิ่มตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ไทยเป็นประเทศที่เรามีสัดส่วนตลาดต่างจากประเทศอื่นในภูมิภาค คือมีสัดส่วนลูกค้าองค์กรและคอนซูเมอร์ 50-50 ขณะที่ประเทศอื่นมี 40-60 ตลาดองค์กรไทยจึงมีแนวโน้มเติบโตได้มากกว่าตลาดคอนซูเมอร์ในปีนี้ ซึ่งทั้ง 2 ตลาดก็ยังจะเติบโตไปคู่กัน” ปัจจุบัน แคสเปอร์สกี้มีบริษัทโกกรีนเทคโนโลยีเป็นตัวแทนจำหน่ายลูกค้าองค์กร ขณะที่บริษัทไอคอมจะดูแลกลุ่มคอนซูเมอร์ในประเทศไทย โดยภาพรวม ผู้บริหารแคสเปอร์สกี้ระบุว่ากลุ่มเป้าหมายไทยของผลิตภัณฑ์ใหม่นี้คือธุรกิจ ทุกขนาด ความกังวลเดียวคือเรื่องเวลากระชั้นชิดที่เหลือเพียง 3 เดือนของปีอาจน้อยเกินกว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาดแคสเปอร์สกี้ แต่มั่นใจว่าความสามารถของผลิตภัณฑ์จะนำโอกาสงามในการเติบโตมาให้ ทั้งหมดนี้เป็นไปตามนโยบายก่อนหน้านี้ที่แคสเปอร์สกี้ระบุ ชัดเจนว่าจะรุกตลาดองค์กรอย่างจริงจังในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ขณะนี้บริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าในตลาดคอนซูเมอร์ประมาณ 65% (B2C) ตลาดลูกค้าองค์กรประมาณ 34% (B2B) คาดว่าปีนี้ ส่วนแบ่งจากตลาด B2B จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% และจะทะลุ 45% ในปี 2012 ที่น่าสนใจคือ แคสเปอร์สกี้เชื่อว่าจะสามารถกลายเป็นแบรนด์ด้านการรักษาความปลอดภัยอันดับ 2 ในตลาด endpoint ได้แม้จะอยู่อันดับ 5 ในปัจจุบัน จุดขายสำคัญคือคู่แข่งรายอื่นไม่มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้ โดยหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั่วโลกวันที่ 11 ตุลาคม แคสเปอร์สกี้จะทำตลาดกับเอนด์ยูเซอร์อย่างจริงจังตลอดไตรมาส 4 ที่กำลังจะมาถึง Company Related Link : Kaspersky

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้