"สงครามยังไม่จบอย่างเพิ่งนับศพทหาร" การเริ่มต้นสงครามระหว่าง Apple และ Samsung

สงครามระหว่าง Apple และ Samsung ในปัจจุบันโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบสมาร์ทโฟน เป็นที่นิยมของผู้คนโดยทั่วไปจากการที่มีความสามารถในการทำงานได้หลากหลาย นอกจากการใช้งานด้านเสียง (Voice) ที่กลายเป็นสิ่งพื้นฐานไปแล้ว ยังสามารถรับส่งข้อมูล (Data) ในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวหรือเพลงจำนวนมากอีกด้วย และเป็นที่ทราบกันดีว่าบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟน รายใหญ่ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในขณะนี้ก็คือยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติเกาหลีใต้ที่ชื่อว่าซัมซุง (Samsung) กับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รายใหญ่สัญชาติอเมริกันที่ชื่อว่า แอปเปิล (Apple) นั่นเอง ที่ว่าเป็นการแข่งขันกันอย่างดุเดือด คงจะมิได้เป็นสิ่งที่เกินเลยความจริง เพราะนอกจากจะแข่งขันกันในด้านรูปแบบและยอดขายแล้ว ทั้งแอปเปิลและซัมซุงต่างก็มีข้อพิพาทเป็นคดีความกันในศาลของหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นศาลแห่งกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ศาลมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ศาลแขวงกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ทั้งสองฝ่ายต่างฟ้องว่าอีกฝ่ายหนึ่งละเมิดสิทธิบัตรทั้งด้านการผลิตและการออกแบบผลิตภัณฑ์ของตนเอง และส่งผลกระทบต่อยอดขาย ในสหรัฐอเมริกา ศาลมลรัฐแคลิฟอร์ เนียตัดสินว่าซัมซุงละเมิดสิทธิบัตรในระบบการย้อนกลับไปดูข้อมูลตอนต้น (Bounce-back) ของแอปเปิลในอุปกรณ์ทุกรุ่น และละเมิดสิทธิบัตรระบบสัมผัสจอภาพแบบ Multi-touch และระบบการขยาย (Pinch-to-Zoom ) ในโทรศัพท์ซัมซุงรุ่น Ace, Intercept และ Replenish และยังระบุว่าซัมซุงละเมิดกฎหมายผูกขาดทางการค้า (Antitrust Law) เรื่องมาตรฐานเครือข่าย UMTS การละเมิดสิทธิบัตรของซัมซุงยังส่งผลกระทบต่อยอดขาย ไอโฟน ของแอปเปิล โดยศาลมลรัฐแคลิฟอร์เนียพิพากษาให้ซัมซุงจ่ายค่าเสียหายให้แอปเปิลประมาณ 1,051 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 40% ของค่าเสียหายที่แอปเปิลเรียกร้องในตอนแรก (ประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จนภายหลังคำตัดสินของศาลในสหรัฐอเมริกา ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ซัมซุงยอมจ่ายค่าเสียหายที่ศาลกำหนด โดยจ่ายเงินค่าเสียหาย 1,051 ล้านดอลลาร์เป็นเหรียญ 5 เซนต์ ใส่รถบรรทุกขนาดใหญ่กว่า 30 คัน มาชำระให้ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทแอปเปิลในรัฐแคลิฟอร์เนีย แม้ซัมซุงจะแพ้คดีในสหรัฐอเมริกา แต่ในญี่ปุ่นผลคำตัดสินของศาลกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ศาลประเทศญี่ปุ่นพิพากษายกฟ้องแอปเปิลที่เป็นโจทก์ฟ้องว่า ซัมซุงละเมิดสิทธิบัตร และขโมยเทคโนโลยีส่งผ่านไฟล์เพลงและวิดีโอระหว่างอุปกรณ์ รวมถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยศาลเห็นว่าผลิตภัณฑ์ของซัมซุงไม่ได้ใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล และนอกจากยกฟ้องแอปเปิลแล้ว ยังตัดสินให้แอปเปิลจ่ายค่าธรรมเนียมศาลให้ซัมซุงอีกด้วย ส่วนในเกาหลีใต้ศาลพิพากษาว่าทั้งแอปเปิลและซัมซุงต่างฝ่ายต่างละเมิดสิทธิบัตรในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยศาลพิพากษาให้แอปเปิลใช้ค่าเสียหายให้ซัมซุง 40 ล้านวอน หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท ขณะที่ซัมซุงต้องใช้ค่าเสียหายให้แอปเปิลเป็นเงิน 25 ล้านวอน หรือประมาณ 750,000 บาท จากกรณีพิพาทระหว่างแอปเปิลและซัมซุง มีข้อสังเกตประการหนึ่งที่มองเห็นได้คือทั้งแอปเปิลและซัมซุงมักจะเป็นฝ่ายชนะคดีในประเทศที่ตนเองมีฐานการผลิต ซึ่งทำให้มองได้ว่าการตัดสินของศาลประเทศใดก็มีแนวโน้มที่จะให้ความคุ้มครองในสิทธิและผลประโยชน์แก่คนชาติเดียวกันกับตนเอง ทำให้เห็นได้ว่าในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลในต่างประเทศ เมื่อถึงคราวที่ต้องตัดสินข้อพิพาทที่มีผลประโยชน์ของชาติตนเองเป็นเดิมพันแล้ว ศาลก็มิได้ใช้เพียงหลักการทางนิติศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปเท่านั้น แต่ในคำพิพากษายังแฝงไปด้วยมุมมองหรือทัศนะในทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรมของผู้ที่เป็นผู้พิพากษาอยู่ด้วย อันเป็นสิ่งที่ไม่อาจชี้ชัดไปได้ว่าถูกหรือผิด สิ่งที่อาจเป็นไปได้ในวันข้างหน้าก็คือ หากข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างบรรษัทข้ามชาติรายใหญ่เกิดมีกรณีที่มากขึ้นหรือขยายตัวออกไป อาจมีความจำเป็นที่ต้องมีการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ (International Intellectual Property Court) เพื่อที่จะได้เป็นศาลกลางในการวินิจฉัยข้อพิพาททางทรัพย์สินทางปัญญาที่มีคู่กรณีเป็นบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ต่อไปก็เป็นได้ หันมามองในประเทศไทยก็ถือว่ายังคงโชคดีที่ทั้งแอปเปิลและซัมซุงยังไม่มีข้อพิพาทขึ้นในประเทศไทย สาเหตุอาจเป็นเพราะตลาดสมาร์ทโฟนของไทยแม้จะมีการขยายอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง แต่ก็ยังเป็นตลาดที่เล็กเมื่อเทียบกับอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น แต่อย่างน้อยก็ยังทำให้คนไทยยังสามารถเลือกหรือตัดสินใจได้ว่าจะใช้สินค้ายี่ห้อใดโดยไม่ถูกจำกัดให้ใช้ได้บางยี่ห้อเหมือนในบางประเทศที่มีคำสั่งศาลห้ามขายสินค้าของฝ่ายที่แพ้คดีเท่านั้น สงครามครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้นเราคงต้องรอดูตอนจบกันต่อไป. [code] Data: http://www.dailynews.co.th/technology/156812 Images: http://thedrilldown.com/wp-content/uploads/2012/08/Apple-vs-Samsung-beatdown2-e1346341423696.png [/code]

อัพเดท! ก่อนใคร

เรื่องราวเจ๋งๆ ล้ำๆ สดใหม่ถึงคุณโดยตรงเพียงแค่กรอก Email ไว้เท่านั้น

This field is required.

รายละเอียดเงื่อนไขที่ privacy policy.

Hot this 48 hr.

ความหมายของไพ่ยิปซี ไพ่ทาโรต์ ไพ่ชุดเมเจอร์และไพ่ชุดไมเนอร์ อาร์คานา

ไพ่ทาโรต์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ไพ่ชุดเมเจอร์ อาร์คานา มี 22...

Liquid Glass ดีไซน์ใหม่สุดล้ำของ Apple – การพลิกโฉมหน้าตาอุปกรณ์ครั้งใหญ่ในรอบหลายปี

ในงาน WWDC 2025 Apple เปิดตัว “Liquid Glass” ภาษาดีไซน์ใหม่ที่ลากเส้นบาง ๆ...

นิยายอีโรติก แชร์ทริค อ่านฟรี ปลดล็อกความเร่าร้อนที่คุณต้องลองสัมผัส!

นิยายอีโรติก นิยายที่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวความรักทั่วไป แต่สอดแทรกเนื้อหาความชิดใกล้แสนแนบแน่น ความผูกพันของพันธะแห่งความใคร่ และการสำรวจร่างกายอย่างลึกซึ้ง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเสน่ห์อันเร่าร้อน พร้อมแนะนำเทคนิคการหา นิยายอีโรติก อ่านฟรี ...

DJI Mini 5 Pro เผยราคา–วันวางขายจากข่าวหลุด ล่าสุดถูกใจสายโดรนแน่ ถ้าจริง!

กระแสข่าวหลุดของ DJI Mini 5 Pro เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนแฟน ๆ...

Red Alert 2 กลับมาแล้ว! เล่นบนเว็บได้เลย ไม่ต้องลงเกม ไม่ต้องวุ่นวาย ย้อนวันวาน Y2K สไตล์รถถังยิงฝน!

ถ้าพูดถึงเกมวางแผนเรียลไทม์ (RTS) ยุค 2000 ที่โคตรจะคลาสสิกและ "เวอร์วังอลังการ" ชื่อแรก ๆ ที่เกมเมอร์ยุคนั้นนึกถึงคือ...

Topics

TikTok x Cameo: เขย่าวงการครีเอเตอร์! สั่งคลิปอวยพร-เรียกชื่อได้จบในแอปเดียว ไม่ต้องวาร์ปไปไหน

ถ้าใครสายไถฟีด TikTok น่าจะเคยเห็นโมเมนต์ที่แฟนคลับอยากให้ครีเอเตอร์คนโปรดช่วยพูดชื่อ อวยพรวันเกิด หรือทำคลิปสั้นๆ ส่งพลังบวกให้เฉพาะตัวใช่ไหมครับ? ล่าสุด TikTok เค้าอัปเกรดเกมนี้ให้เดือดขึ้นไปอีก!...

เจาะลึก Tesla Robotaxi: ไร้คนขับ (เกือบ) 100%? เมื่อ AI ยังต้องสะกิดเรียกมนุษย์มาช่วยรีโมต

ถ้าคุณกำลังจินตนาการว่า Tesla Robotaxi คือรถยนต์ที่ลอยนวลไปตามถนนเมืองหลวงได้เองเหมือนหลุดออกมาจากหนังไซไฟ โดยที่ไม่มีมนุษย์มาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่นิดเดียว ข้อมูลล่าสุดอาจทำให้คุณต้องปรับจูนความคิดใหม่สักหน่อยครับ เพราะความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกมานั้น "ซับซ้อน" และ...

Toyota ยังไม่ยอมแพ้! เจาะเหตุผลทำไม “ไฮโดรเจน” ถึงเป็นไม้ตายที่ค่ายยักษ์ใหญ่ยังถือไว้แน่น

ในยุคที่หันไปทางไหนก็เจอแต่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) วิ่งกันเต็มถนน จนหลายคนแอบคิดในใจว่า Toyota กำลังเดินหลงทางหรือเปล่า? ที่ยังคงดื้อรั้นเข็นเทคโนโลยี Hydrogen Fuel...

Meta เอาใจคนสายตาสั้น! เตรียมส่งแว่น AI รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อ “เลนส์สายตา” โดยเฉพาะ ใส่ตัวเดียวจบ ไม่ต้องง้อคอนแทคเลนส์

ถ้าพูดถึงอุปกรณ์ Wearable ที่เริ่มขยับเข้ามาใกล้ชีวิตประจำวันเรามากขึ้นเรื่อยๆ "แว่นอัจฉริยะ" (Smart Glasses) น่าจะเป็นไอเทมอันดับต้นๆ ที่หลายคนเล็งไว้ครับ แต่ที่ผ่านมาปัญหาใหญ่ของคนสายตาสั้นหรือสายตายาวคือ...

Related Articles

Popular Categories

spot_img