หนูไม่อยากไปโรงเรียน

เด็กไม่ยอมไปโรงเรียนผิดปกติมากไหม?
การที่เด็กไม่อยากไปโรงเรียน เป็นปรากฏการณ์ปกติในเด็กเล็กที่เริ่มไปโรงเรียนใหม่ๆในเด็กไทยจะเริ่มไปโรงเรียนอยู่ในช่วง
อายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง ถึง 3 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กมีความกังวลกับการแยกจาก (separation anxiety) ทำให้การไปโรงเรียนใน
ช่วงแรกเป็นไปได้ลำบาก อย่างไรก็ตามความกังวลนี้จะลดลงเมื่อเด็กเติบโตขึ้นเด็กจะมีความมั่นใจมากขึ้นว่าเมื่อจากกับพ่อแม่แล้ว
เดี๋ยวก็จะได้พบกันเกิดมีความมั่นคงทางอารมณ์

เมื่อเด็กเล็กไม่ยอมไปโรงเรียน คุณหมอมีคำแนะนำใดให้ผู้ปกครองบ้าง?
กลุ่มเด็กเล็กมากอายุต่ำกว่า 2 ขวบ อาจจะติดพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูมากอาจเหมาะสมกว่า ถ้าให้เด็กได้อยู่กับที่บ้านต่อไปก่อน
เพราะยังมีความกังวลกับการแยกจากสูงตามพัฒนาการปกติในกรณีเด็กตั้งแต่ 2 ขวบครึ่ง ถึง3 ขวบที่ไม่ยอมไปโรงเรียนผู้ปกครอง
ควรใจเย็น ปลอบโยน ให้กำลังใจพูดให้เห็นประโยชน์ของการไปโรงเรียน การพูดควรทำด้วยความนุ่มนวล ไม่ควรดุหรือตะคอก
หรือลงโทษ และติดต่อประสานงานกับครูให้ครูเตรียมพร้อมรับเด็กเมื่อพาเด็กไปส่งถึงโรงเรียนพ่อแม่ควรจะใจแข็งให้ครูเป็นคนรับมือ
พาเด็กเข้าโรงเรียนพ่อแม่ไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไปและไม่ควรอยู่เฝ้าลูกเพราะจะยิ่งทำให้ปัญหายืดเยื้อยาวนานมากขึ้นเพราะเด็ก
ก็จะยิ่งไม่มั่นใจ กลัว และกังวลพ่อแม่ควรจากมาด้วยท่าทีที่หนักแน่นมั่นคง นิ่งสงบ ไม่หวั่นไหว ถ้าจำเป็นต้องแกะตัวเด็กออกไปให้
มองหน้าแล้วบอกกับเด็กว่า เดี๋ยวตอนเย็นพ่อแม่ก็จะมารับแล้ว ตอนนี้เรียนหนังสือก่อน แล้วค่อยเจอกัน ให้เด็กคาดหวังได้ว่าจะได้
เจอกันอีกแสดงให้เด็กเข้าใจว่า ตามปกติคนเรามีการแยกจาก แล้วก็จะมีการพบกันใหม่ เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นธรรมดา เด็ก
จะได้เรียนรู้ว่าการแยกจากเป็นเรื่องธรรมชาติ และเติบโตทางจิตใจมากขึ้น

ในเด็กที่โตกว่านั้น เช่นเด็กประถม อาการไม่ยอมไปโรงเรียนมักจะเป็นอย่างไร?
ลักษณะอาการที่พบ มักพบในช่วงเช้าของวันจันทร์ หรือหลังวันหยุดยาว เด็กจะไม่อยากไปด้วยสาเหตุต่างๆหรืออ้างความ
เจ็บป่วยทางร่างกาย แต่อาการนี้จะหายไปเมื่อได้หยุดเรียนวันนั้น หรือเมื่อหยุดเสาร์อาทิตย์หากผู้ปกครองยืนยันจะให้ไปโรงเรียน
จะต่อต้านมากบางคนอาจแสดงความก้าวร้าวรุนแรง แต่เมื่ออยู่ในโรงเรียนตอนกลางวันแล้วเด็กบางคนจะสงบลง เล่นกับเพื่อน
เรียนได้ตามปกติ แต่พอเช้าจะเป็นใหม่

สาเหตุที่พบได้บ่อยๆในเด็กไม่ยอมไปโรงเรียนคืออะไร?
เราควรหาสาเหตุที่เกี่ยวข้องว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ไม่อยากไปโรงเรียนโดยเฉพาะในกรณีที่เด็กเคยไปโรงเรียนได้แล้ว
วันหนึ่งเกิดไม่อยากไปซึ่งมีได้ตั้งแต่
1. เด็กมีความตึงเครียดอะไรที่โรงเรียนที่ทำให้เด็กต้องหลีกหนีหรือเปล่า เช่นถูกเพื่อนแกล้ง ครูดุแล้วเด็กกลัวมาก ห้องน้ำสกปรกโดน
บังคับให้กินอาหารที่ไม่ชอบ
2. ปัจจัยทางบ้าน เช่นมีน้องใหม่ที่บ้าน เด็กมีความกังวลเรื่องพ่อแม่ทะเลาะกันการขาดการดูแลเอาใจใส่ ว่าการเรียนเป็นเรื่องสำคัญ
ทำให้เด็กอยากสบายอยู่บ้านเล่นเกมส์ หรือเน้นมากเกินไปว่าต้องเรียนให้ได้คะแนนดี ทำให้เด็กทั้งที่เรียนไม่ดีอยู่แล้วหรือเคยเรียนดี
มาตลอด แต่เกิดความไม่มั่นใจว่าอาจทำสอบได้ไม่ดีเท่าเดิมในการสอบครั้งนี้จึงไม่อยากไปเพราะกลัวว่าจะล้มเหลว ซึ่งมักแสดงอาการ
ช่วงใกล้สอบ เป็นต้น
3.นอกจากนี้ อาจเป็นจากโรคทางจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาทางด้านอารมณ์เป็นโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวลทำให้เด็กแยกจาก
พ่อแม่ได้ลำบาก

ถ้าลูกไม่ยอมไปโรงเรียน พ่อแม่ควรทำอย่างไร?
ผู้ปกครองควรใจเย็นๆแล้วค่อยๆพูดคุยกับลูกให้เข้าใจสาเหตุ และแก้ไขตามสาเหตุนั้นเท่าที่ทำได้ แล้วพากลับไปโรงเรียนให้เร็ว
ที่สุด ข้อสำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงการให้เด็กอยู่บ้านเพราะถ้ายิ่งหยุดนาน ก็ทำให้ยิ่งปรับตัวยากเมื่อกลับไปเรียนโดยอาจต้องมีการปรับ
พฤติกรรมบางอย่าง เช่น เปลี่ยนคนรับส่ง ในกรณีที่แม่มีความกังวลก็อาจจะไม่เหมาะที่จะไปส่งอาจจะให้พ่อเป็นคนไปส่งแทน เพื่อให้
เด็กสามารถเข้าไปเรียนได้
ถ้าพ่อแม่ได้พยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองให้รางวัล ใจแข็ง แล้วยังไม่ได้ผล แนะนำให้มาพบจิตแพทย์
เรื่องนี้จัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางจิตเวชเด็กภาวะหนึ่ง เพราะการไม่ได้ไปโรงเรียนนานๆจะมีผลเสียทำให้ยิ่งปรับตัวยากก่อให้เกิดปัญหาต่อ
ทั้งตัวเด็กเองและครอบครัวมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อพาเด็กที่ไม่ยอมไปโรงเรียนมาหาจิตแพทย์แล้ว จิตแพทย์จะช่วยได้อย่างไร?
การดูแลแก้ไขปัญหานี้ต้องทำด้วยความรวดเร็ว ต้องมีการประเมินในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกายอย่างละเอียดในกรณี
ที่เด็กบอกว่ามีอาการทางกายว่าป่วยเรื่องใดหรือไม่อย่างใดต้องประเมินสภาพจิตใจและระดับสติปัญญาของเด็ก ประเมินสภาพจิตใจของ
ทั้งครอบครัวความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาหรือพี่น้อง รวมทั้งประเมินสภาพทางโรงเรียนในเรื่องความประพฤติ ความสัมพันธ์กับเพื่อน
และครู มีการประสานงานหลายฝ่ายนอกเหนือจากจิตแพทย์อาจจะต้องให้นักสังคมสงเคราะห์ดูแลในเวลาที่จะนำเด็กกลับไปที่โรงเรียน
เป็นคนประสานงานระหว่างที่โรงเรียนและที่บ้านติดต่อหาความร่วมมือกับทางโรงเรียนเพื่อเตรียมพร้อม เมื่อเด็กไปถึงโรงเรียนแล้ว ควรมี
ผู้ดูแลจัดการอย่างเหมาะสมให้เด็กอยู่โรงเรียนได้ต่อ
ส่วนการให้รางวัลนั้นทำได้เมื่อเด็กยอมไปโรงเรียนบ้างแล้วเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมทางบวกของเด็ก แต่ควรหลีกเลี่ยงการให้เงิน
ทองสิ่งของ ของเล่น พยายามให้เป็นคำชม หรือคะแนน เช่น เป็นดาว แต้มสติ๊กเกอร์ สะสมแล้วค่อยไปแลกของรางวัลทีหลัง การให้ของ
ทันทีทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะต่อรองและคุมได้ยากขึ้น

ถ้าเด็กไม่ยอมไปโรงเรียนจริงๆ จะจัดให้มีครูมาสอนพิเศษที่บ้านดีหรือไม่?
ไม่แนะนำให้มีการจัดครูไปสอนพิเศษที่บ้านแทน เนื่องจากเด็กจะยิ่งไม่ต้องการไปโรงเรียน และไม่ได้เกิดการเรียนรู้ที่จะปรับตัว
ที่มา : http://www.cumentalhealth.com/

อัพเดท! ก่อนใคร

เรื่องราวเจ๋งๆ ล้ำๆ สดใหม่ถึงคุณโดยตรงเพียงแค่กรอก Email ไว้เท่านั้น

This field is required.

รายละเอียดเงื่อนไขที่ privacy policy.

Hot this 48 hr.

ย้อนอดีตจีน: สำรวจสิ่งที่เก่าแก่กว่าราชวงศ์เซี่ยและตำนานอันน่าตื่นเต้น

สวัสดีเพื่อน ๆ ชาวอ่านทุกคน วันนี้เรามาพูดคุยเรื่องราวประวัติศาสตร์จีนในสมัยก่อนที่หลายคนอาจยังไม่รู้จักกันมากนัก “ราชวงศ์เซี่ย” นั่นเองที่หลายคนมองว่าเป็นราชวงศ์แรกของจีนตามบันทึกในประวัติศาสตร์ แต่จริง ๆ แล้ว...

CRM ทำแล้วเจ๊งหรือเจ๋ง? แจกแต้มสะสมจนรายได้ลดจริงไหม หรือเราแค่บริหารไม่เป็น!

เคยโดนทักไหมครับว่า “จะทำระบบ CRM/สะสมแต้มไปทำไม แจกส่วนลดไปก็เข้าเนื้อ รายได้หายหมดพอดี!” ฟังดูเหมือนจะจริงนะครับ แต่จากประสบการณ์ที่เห็นมา ส่วนใหญ่มันคือ “กับดักตัวเลขระยะสั้น”...

ปล่อยระบบใหม่ยังไงไม่ให้ตุ๊บ? ทำไม “Go-live Readiness Checklist” ถึงเป็นตัวช่วยชีวิตคนทำโปรเจกต์

เวลาโปรเจกต์เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะ “Go-Live” บอกเลยว่าเป็นช่วงที่ "วัดใจ" ที่สุดในชีวิตคนทำงานสาย Tech หรือ Digital Transformation...

CRM ไม่ใช่แค่เรื่องสะสมแต้ม! เจาะลึกกลยุทธ์มัดใจลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำแบบมือโปร

เลิกเข้าใจผิดกันได้แล้ว! เวลาพูดถึงคำว่า CRM (Customer Relationship Management) ภาพในหัวของเจ้าของธุรกิจหรือนักการตลาดหลายคนมักจะลอยมาเป็นเรื่องของ “การสะสมแต้ม” ซื้อครบร้อยได้หนึ่งคะแนน...

รีวิวเจาะลึก 2025 Porsche Macan Electric: SUV ไฟฟ้าหรูตัวจบ ที่ทำไมคน “งบถึง” ต้องเลี้ยวเข้าโชว์รูม!

ถ้าพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สายสมรรถนะจัดจ้าน ที่มี DNA ความสปอร์ตอยู่ในสายเลือด ชื่อของ Porsche ต้องติดลิสต์เป็นอันดับต้นๆ...

Topics

รีบอัปด่วน! Apple ปล่อย iOS 26.4.2 แก้บั๊กแจ้งเตือนค้าง หลังพบ FBI แอบส่องแชต Signal ได้แม้ลบแอปไปแล้ว

ใครที่ใช้ iPhone แล้วชอบคิดว่า “ลบแอปแล้ว ข้อมูลก็น่าจะหายเกลี้ยง” ข่าวนี้น่าจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แบบด่วนๆ เลยครับ เพราะล่าสุด Apple...

TikTok x Cameo: เขย่าวงการครีเอเตอร์! สั่งคลิปอวยพร-เรียกชื่อได้จบในแอปเดียว ไม่ต้องวาร์ปไปไหน

ถ้าใครสายไถฟีด TikTok น่าจะเคยเห็นโมเมนต์ที่แฟนคลับอยากให้ครีเอเตอร์คนโปรดช่วยพูดชื่อ อวยพรวันเกิด หรือทำคลิปสั้นๆ ส่งพลังบวกให้เฉพาะตัวใช่ไหมครับ? ล่าสุด TikTok เค้าอัปเกรดเกมนี้ให้เดือดขึ้นไปอีก!...

เจาะลึก Tesla Robotaxi: ไร้คนขับ (เกือบ) 100%? เมื่อ AI ยังต้องสะกิดเรียกมนุษย์มาช่วยรีโมต

ถ้าคุณกำลังจินตนาการว่า Tesla Robotaxi คือรถยนต์ที่ลอยนวลไปตามถนนเมืองหลวงได้เองเหมือนหลุดออกมาจากหนังไซไฟ โดยที่ไม่มีมนุษย์มาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่นิดเดียว ข้อมูลล่าสุดอาจทำให้คุณต้องปรับจูนความคิดใหม่สักหน่อยครับ เพราะความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกมานั้น "ซับซ้อน" และ...

Toyota ยังไม่ยอมแพ้! เจาะเหตุผลทำไม “ไฮโดรเจน” ถึงเป็นไม้ตายที่ค่ายยักษ์ใหญ่ยังถือไว้แน่น

ในยุคที่หันไปทางไหนก็เจอแต่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) วิ่งกันเต็มถนน จนหลายคนแอบคิดในใจว่า Toyota กำลังเดินหลงทางหรือเปล่า? ที่ยังคงดื้อรั้นเข็นเทคโนโลยี Hydrogen Fuel...

Related Articles

Popular Categories

spot_img