ช็อก! Verizon เล็งปลดพนักงาน 15,000 คน: ยักษ์โทรคมนาคมอเมริกาเผชิญศึกหนัก อะไรคือ ‘ยาขม’ ที่ต้องกลืนลงไป?

ต้นปี 2025: ข่าวใหญ่ที่เขย่าวงการสาย ‘มือถือ’ และ ‘อินเทอร์เน็ต’ ทั่วโลก คือกระแสข่าวที่พุ่งตรงจากฝั่งสหรัฐอเมริกาว่า Verizon ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือที่ถือว่า “โคตรใหญ่” เบอร์ต้นๆ ของประเทศ กำลังเตรียมการครั้งใหญ่ที่ทำเอาคนทำงานนั่งไม่ติด นั่นคือแผน “ปลดพนักงานครั้งมโหฬาร” คาดว่าตัวเลขจะอยู่ที่ราวๆ 10,000–15,000 คน หรือคิดเป็นประมาณ 15% ของพนักงานทั้งหมด!

เรื่องนี้ไม่ได้มาแบบไม่มีมูล แต่ถูกอ้างอิงจากแหล่งข่าวระดับหนักอย่าง The Wall Street Journal และ Reuters ที่ชี้ตรงกันว่านี่คือภาพสะท้อนของการ “ผ่าตัดองค์กรครั้งใหญ่” (Restructuring) ภายใต้การนำของซีอีโอคนใหม่ Dan Schulman ที่เพิ่งเข้ามากุมบังเหียนได้ไม่นานนัก

ตัวเลข 15,000 คนนี่มันเยอะจนน่าตกใจ เพราะ Verizon มีพนักงานเป็นแสนคน นั่นแปลว่าคนทำงานหนึ่งในเจ็ดคนอาจจะต้องหอบของออกจากออฟฟิศในรอบเดียว! สื่อธุรกิจฟันธงว่า นี่คือกลยุทธ์ “ลดไขมัน” ครั้งประวัติศาสตร์ของบริษัท เพราะพวกเขาเจอแรงบีบจากทุกทิศทาง ทั้งจากคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง AT&T และ T-Mobile ที่ยังคงดูดลูกค้าใหม่ๆ ไปได้เรื่อยๆ แถมยังต้องรับมือกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่มาจากฝั่งสายเคเบิล (Cable) อย่าง Comcast และ Charter ที่หันมาเปิดศึกในตลาดอินเทอร์เน็ตบ้าน (Fixed Wireless Access – FWA) และมือถืออย่างจริงจัง ทำให้ตลาดแข่งขันกันเดือดเป็นไฟ

ทำไมยักษ์ใหญ่อย่าง Verizon ถึงต้อง “ยกเครื่อง” ลดคนขนาดนี้?

 

เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่ “อยากประหยัดเงิน” แต่มันคือการรวมพลังของหลายปัจจัยลบที่มารุมเร้า:

  1. ลูกค้าใหม่ไม่มาตามนัด: ในไตรมาสที่ผ่านมา ตัวเลขการเพิ่มลูกค้าแบบรายเดือน (Postpaid) ของ Verizon ถือว่า “แผ่วมาก” ถึงขั้นบางช่วงติดลบด้วยซ้ำ สวนทางกับ T-Mobile ที่ยังดูดลูกค้าได้ต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ราคาที่ aggressive กว่า
  2. หนี้การลงทุน 5G มหาศาล: ช่วงหลายปีที่ผ่านมา Verizon ทุ่มเงินไปเยอะมากๆ กับการประมูลคลื่น Spectrum C-Band เพื่อพัฒนาเครือข่าย 5G รวมถึงการขยายโครงข่ายไฟเบอร์ ซึ่งใช้งบประมาณไปหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ลองนึกภาพว่าคุณผ่อนบ้านหลังใหญ่มากจนต้องหาทางลดรายจ่ายอื่นๆ)
  3. ตลาดอิ่มตัวขั้นสุด: สมัยนี้คนอเมริกันไม่ได้เปลี่ยนเบอร์หรือย้ายค่ายกันง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว การจะแย่งลูกค้าจากคู่แข่งต้องใช้การ “อัดโปร” ลดแลกแจกแถม ทั้งส่วนลดค่าเครื่องและค่าบริการรายเดือน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วน “บีบกำไร” ให้บางลงเรื่อยๆ
  4. เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ไม่แน่นอน: ถึงแม้เศรษฐกิจจะไม่ได้แย่ แต่บริษัทใหญ่ๆ ก็เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้การ “รัดเข็มขัด” กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อรายได้โตช้า ต้นทุนสูง และกำไรถูกบีบ การลดจำนวนคนจึงเป็นทางออกที่บริษัทขนาดใหญ่หลายเจ้าเลือกใช้ แม้จะแลกมากับการกระทบชีวิตคนเป็นหมื่นก็ตาม

ใครคือกลุ่มที่โดนหางเลขในการปรับโครงสร้างรอบนี้?

 

ตามข้อมูลที่สื่อใหญ่ๆ อย่าง WSJ และ Reuters รายงานมา กลุ่มที่ถูกโฟกัสในการปลดคนมีหลายส่วน:

  • พนักงานสาย Back Office และ Management (Non-Union): เน้นที่ตำแหน่งบริหารจัดการที่ไม่ใช่สายงานหลัก และไม่ได้อยู่ภายใต้สหภาพแรงงาน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่บริษัทสามารถปรับลดได้ง่ายที่สุด
  • ร้านค้าปลีก (Retail Store Transformation): มีแผนจะ “เปลี่ยนโมเดล” ร้านค้าปลีกของ Verizon ประมาณ 180–200 สาขา จากเดิมที่บริษัทดูแลเองทั้งหมด (Corporate-Owned) ให้กลายเป็นระบบ แฟรนไชส์ (Franchise) นั่นหมายความว่า พนักงานในร้านเหล่านั้นจะถูก “โอนย้าย” ออกจากบัญชีเงินเดือนของบริษัทแม่ไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการบริหารจัดการหน้าร้านได้ในคราวเดียว

พูดง่ายๆ คือ Verizon กำลังพยายามลดรูปองค์กรให้ “ตัวเล็ก” และ “คล่องตัว” เหมือนนักมวยที่ลดน้ำหนักก่อนขึ้นชก เพื่อเอาเงินส่วนที่ประหยัดได้ไปลงกับการตลาด การอัปเกรดเทคโนโลยี 5G และการออกโปรโมชันเด็ดๆ มาสู้กับคู่แข่งให้ได้

AI มาแรง… งานบริการลูกค้าจะอยู่ตรงไหน?

 

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงควบคู่กันคือเรื่อง “AI แย่งงาน” เพราะในช่วงปี 2024–2025 Verizon ได้ “ทุ่มทุน” ลงด้าน AI อย่างหนักมาก ทั้งการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Verizon AI Connect การจับมือกับยักษ์ใหญ่ด้าน AI อย่าง Nvidia, Google Cloud, Meta เพื่อพัฒนาโซลูชันต่างๆ รวมถึงการใช้งาน AI ในงานบริการลูกค้าโดยตรง เช่น AI Business Assistant และ AI Shopping Assistant

แม้โฆษกของ Verizon จะออกมาปฏิเสธว่าการลงทุน AI ไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับการปลดคน แต่ในความเป็นจริง เมื่อ AI สามารถช่วยตอบแชต, ดูแลลูกค้าเบื้องต้น, หรือแนะนำแพ็กเกจได้แม่นยำและรวดเร็วกว่า “งานซ้ำๆ” หรือ “งาน Routine” ของมนุษย์ในแผนกเหล่านั้นก็ย่อมถูกลดความสำคัญลงไปโดยปริยาย

มีรายงานอ้างอิงโพสต์จากพนักงาน (ที่ไม่ประสงค์ออกนาม) ในบอร์ดสาธารณะอย่าง Reddit ที่บอกว่า บรรยากาศในบริษัทตอนนี้เต็มไปด้วยความเครียดและความไม่มั่นใจ หลายคนกลัวว่าเก้าอี้ของตัวเองจะถูก “ระบบอัตโนมัติ” หรือ “AI” เข้ามาแทนที่ในไม่ช้า ซึ่งเรื่องนี้เป็น “บทเรียนราคาแพง” ให้คนทำงานทั่วโลกต้องหันมาพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้เป็นมากกว่าแค่การทำงานตามขั้นตอน

นักลงทุนมองว่า “ดีลนี้คุ้ม” หรือไม่?

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ปฏิกิริยาของ “ตลาดหุ้น” ที่กลับตอบรับข่าวนี้ในเชิง “บวก” หุ้นของ Verizon มีการขยับขึ้นราว 1–1.5% ทันทีที่มีข่าวออกมา ซึ่งสะท้อนความคิดของนักลงทุนว่า การลดคนและรื้อโครงสร้างองค์กรคือ “การตัดสินใจที่ถูกต้องและจำเป็น” เพื่อให้บริษัทกลับมาทำกำไรได้ดีขึ้นในระยะกลาง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางกลุ่มก็เตือนว่า ถ้าลดคนเยอะจนเกินไปจนไปกระทบกับ “คุณภาพการบริการ” และ “นวัตกรรม” ในระยะยาว อาจเป็นผลเสียได้ เพราะธุรกิจโทรคมนาคมนั้นต้องแข่งกันที่คุณภาพสัญญาณและความน่าเชื่อถือเป็นหลัก การที่สายซัพพอร์ตทำงานไม่ทันหรือคุณภาพเครือข่ายแย่ลง อาจทำให้ลูกค้าหนีไปซบอก AT&T หรือ T-Mobile แทน

สรุปแบบบ้านๆ: ข่าวนี้สอนอะไรเราบ้าง?

 

  1. ไม่มีที่ไหนปลอดภัย 100%: ยักษ์ใหญ่ระดับประเทศอย่าง Verizon ที่มีเงินหมุนเวียนหลายแสนล้านก็ยังต้องปลดคน เพราะโลกธุรกิจเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าแข่งไม่ทันหรือต้นทุนสูงไปก็ต้องผ่าตัด
  2. “อัปสกิล” สู่โลก AI คือทางรอด: งานที่โดนก่อนคือพวกงาน Routine ใครที่ยังทำงานซ้ำๆ ต้องรีบเปลี่ยนตัวเองไปสู่สายงานที่ต้องใช้ “ความคิดสร้างสรรค์” “การวิเคราะห์ปัญหาซับซ้อน” และ “การทำงานร่วมกับ AI” ให้ได้
  3. มี “แผนสอง” สำคัญกว่าเดิม: อย่าผูกชีวิตไว้กับบริษัทเดียว การมีเงินสำรอง (Emergency Fund), การลงทุน, หรือการมีทักษะอื่นๆ ที่ทำให้สามารถหา “รายได้เสริม” หรือย้ายไปอุตสาหกรรมอื่นได้ คือเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดในยุค Restructuring Era

ข่าวนี้ยังเป็นแค่ “รายงานจากสื่อ” แต่จากน้ำหนักของแหล่งข่าวและแผนการลงทุนด้าน AI ที่ชัดเจน ทำให้มั่นใจได้ว่า Verizon กำลังจะเข้าสู่ยุค “ตัวเบาแต่คล่องแคล่ว” เพื่อกลับมาสู้ศึกที่ดุเดือดอีกครั้ง แต่จะเวิร์กหรือไม่ คงต้องจับตาดูผลลัพธ์กันต่อไปในอีก 1-2 ปีข้างหน้าครับ!

FAQ 3 หัวข้อ (คำถามที่พบบ่อย)

 

Q1: ทำไม Verizon ต้องปลดพนักงานเยอะขนาดนี้?

A: หลักๆ คือการ “ลดต้นทุนครั้งใหญ่” ครับ เพราะรายได้จากการเพิ่มลูกค้าใหม่มันแผ่วลงมาก แต่บริษัทลงทุนในโครงสร้าง 5G และ Spectrum ไปเยอะมากจนเป็นหนี้ก้อนโต ประกอบกับการแข่งขันจาก AT&T, T-Mobile และผู้เล่นสายเคเบิลมันโหดเกิน ซีอีโอคนใหม่เลยต้องเลือกใช้ “ยาขม” อย่างการปลดคนและเปลี่ยนร้านค้าเป็นแฟรนไชส์ เพื่อให้บริษัทมีกำไรกลับมาดูดีอีกครั้งและสามารถนำเงินไปอัดฉีดสู้ศึกได้

Q2: ใครคือกลุ่มพนักงานที่เสี่ยงโดนกระทบมากที่สุด?

A: ตามข่าวคือพนักงานที่ไม่ได้เป็นสายงานหลัก และเป็นพวก “ผู้บริหาร/หัวหน้างานที่ไม่อยู่ใต้สหภาพแรงงาน” รวมถึงพนักงานใน “ร้านค้าปลีก” ประมาณ 200 สาขาที่จะถูกเปลี่ยนไปเป็นระบบแฟรนไชส์ครับ นอกจากนี้ งานบริการลูกค้าที่ทำแบบซ้ำๆ (Routine) ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูก AI เข้ามาช่วยหรือทำแทนที่มากขึ้นด้วย

Q3: แผนปลดคนครั้งนี้จะกระทบลูกค้าของ Verizon ไหม?

A: ระยะสั้นอาจจะยังไม่รู้สึกอะไรมากครับ เพราะเครือข่ายยังทำงานอยู่ แต่ถ้ามองระยะกลางถึงยาว อาจจะมีผลกระทบต่อคุณภาพงานบริการลูกค้าได้ เช่น อาจต้องรอนานขึ้นในการติดต่อเจ้าหน้าที่ หรือปัญหาบางอย่างอาจได้รับการแก้ไขช้าลง เพราะทีมงานมีคนน้อยลง อย่างไรก็ตาม หากแผนลดต้นทุนประสบความสำเร็จ บริษัทก็อาจจะมีงบประมาณมากขึ้นในการอัปเกรดเครือข่าย 5G หรือออกโปรโมชันที่คุ้มค่ากว่าเดิมมาให้ลูกค้าได้ใช้ครับ

อัพเดท! ก่อนใคร

เรื่องราวเจ๋งๆ ล้ำๆ สดใหม่ถึงคุณโดยตรงเพียงแค่กรอก Email ไว้เท่านั้น

This field is required.

รายละเอียดเงื่อนไขที่ privacy policy.

Hot this 48 hr.

Trump เอาจริง! ขู่เก็บภาษีแคนาดา 100% เซ่นดีลลับ China สะเทือนเศรษฐกิจอเมริกาเหนือ

ช่วงต้นปี 2026 นี้ สงครามการค้าโลกกลับมาเดือดทะลุปรอทอีกครั้งครับ และรอบนี้ "แจ็กพอต" ไปตกอยู่ที่เพื่อนบ้านที่ดูเหมือนจะซี้กันที่สุดอย่าง Canada เมื่อประธานาธิบดี...

CRM ไม่ใช่แค่เรื่องสะสมแต้ม! เจาะลึกกลยุทธ์มัดใจลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำแบบมือโปร

เลิกเข้าใจผิดกันได้แล้ว! เวลาพูดถึงคำว่า CRM (Customer Relationship Management) ภาพในหัวของเจ้าของธุรกิจหรือนักการตลาดหลายคนมักจะลอยมาเป็นเรื่องของ “การสะสมแต้ม” ซื้อครบร้อยได้หนึ่งคะแนน...

ปล่อยระบบใหม่ยังไงไม่ให้ตุ๊บ? ทำไม “Go-live Readiness Checklist” ถึงเป็นตัวช่วยชีวิตคนทำโปรเจกต์

เวลาโปรเจกต์เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะ “Go-Live” บอกเลยว่าเป็นช่วงที่ "วัดใจ" ที่สุดในชีวิตคนทำงานสาย Tech หรือ Digital Transformation...

CRM ทำแล้วเจ๊งหรือเจ๋ง? แจกแต้มสะสมจนรายได้ลดจริงไหม หรือเราแค่บริหารไม่เป็น!

เคยโดนทักไหมครับว่า “จะทำระบบ CRM/สะสมแต้มไปทำไม แจกส่วนลดไปก็เข้าเนื้อ รายได้หายหมดพอดี!” ฟังดูเหมือนจะจริงนะครับ แต่จากประสบการณ์ที่เห็นมา ส่วนใหญ่มันคือ “กับดักตัวเลขระยะสั้น”...

Mark Zuckerberg แอบไดเรกต์ช่วย Elon Musk เรื่อง DOGE? เจาะแชทลับสะเทือน Silicon Valley ที่มากกว่าแค่เรื่องเหรียญหมา

ถ้าใครยังติดภาพจำว่า Mark Zuckerberg กับ Elon Musk คือคู่กัดที่จ้องจะต่อยกันในกรงเหล็ก (Cage Match)...

Topics

อย่าเพิ่งตกใจ! Google ยังไม่ลดพื้นที่ Gmail เหลือ 5GB ถาวร แค่แอบทดสอบเงื่อนไขใหม่สำหรับไอดีใหม่บางกลุ่ม

ช่วงนี้ใครที่ไถฟีดโซเชียลบ่อย ๆ น่าจะผ่านตากับข่าวลือหนาหูที่ทำเอาเสียวสันหลังวาบว่า "Google กำลังจะปรับลดพื้นที่ Gmail ฟรีจาก 15GB เหลือแค่...

รีวิวจัดเต็ม Sony FE 100-400mm F4.5 GM OSS x Sony A7R VI คอมโบปีศาจสายส่องนกและกีฬา สเปกโหดจนถ่ายท่ายากให้เป็นเรื่องง่าย!

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการถ่ายภาพนก สัตว์ป่า มอเตอร์สปอร์ต หรือกีฬาในสนาม คุณจะรู้ซึ้งเลยว่างานสายนี้มันท้าทายขนาดไหน ตัวแบบไม่เคยอยู่นิ่ง รันเวย์ไกลเป็นกิโล แถมมีจังหวะให้คุณกดชัตเตอร์พัง ๆ...

ส่องแกดเจ็ตตัวท็อปปี 2026! มัดรวมรีวิวเด็ดจาก Engadget ทั้ง Razr Fold, Bose Lifestyle Ultra Speaker, Ultrahuman Ring Pro ดีจริงหรือแค่กระแส?

สายไอทีและชาวแกดเจ็ตทั้งหลายเตรียมกระเป๋าตังค์สั่นกันได้เลย เพราะช่วงนี้ตลาดอุปกรณ์พกพาและเทคโนโลยี Home Entertainment กลับมาคึกคักแบบสุด ๆ ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ ลำโพงไร้สายระดับพรีเมียม...

XChat บน iOS มาแล้ว! แอปแชตตัวใหม่จาก X ที่จะมาท้าชน WhatsApp และ iMessage

สวัสดีครับชาวโซเชียลทุกคน! วันนี้มีข่าวใหญ่ในวงการแอปพลิเคชันมาฝากกัน โดยเฉพาะใครที่เป็นสาวกตัวจริงของแพลตฟอร์ม X (หรือ Twitter เดิมนั่นแหละ) เพราะล่าสุด Elon...

Related Articles

Popular Categories

spot_img