คอนโดมิเนียม, ตลาดคอนโดมิเนียม, คอนโด, ปัญหาน้ำท่วม นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดวิกฤติน้ำท่วมปีที่ผ่านมาส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยพบว่าตั้งแต่ 1 ม.ค.-15 ก.พ.มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ 18 โครงการ รวม 7,960 หน่วย สูงกว่าบ้านจัดสรรที่เปิด 6 โครงการ รวม 840 หน่วย “สาเหตุหนึ่งคอนโดมิเนียมเปิดตัวมากกว่า เพราะผู้ประกอบการยังกังวลในเรื่องทำเลและความต้องการของตลาด จึงเลือกที่จะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมออกมาก่อนจำนวนมาก เพื่อกระตุ้นตลาดที่อั้นมาตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว และเร่งเปิดโครงการที่เลื่อนมาเพราะสถานการณ์น้ำท่วม” นายสัมมากล่าวว่า ในส่วนของแนวโน้มราคา ปี 2554 ราคาห้องชุดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.3% ราคาบ้านเดี่ยวขึ้น 2.4% ราคาทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้น 3% แต่สำหรับปีนี้ คาดว่าราคาบ้านจะปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 5-7% ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นราคาวัสดุก่อสร้าง และอัตราค่าแรงขั้นต่ำในเดือน เม.ย. โดยคาดว่าไตรมาส 2-3 น่าจะเห็นภาพของการปรับราคาชัดเจนขึ้น ขณะที่ทำเลนั้น ทั้งบ้านแนวราบและทาวน์เฮ้าส์มีแนวโน้มจะเปิดตัวในย่านบางนา อ่อนนุช ศรีนครินทร์ มากขึ้น เนื่องจากเป็นทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก และที่สำคัญคือไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ส่วนทำเลสำหรับคอนโดมิเนียมนั้น คือย่านพระราม 9 และเพชรบุรีตัดใหม่ เพราะถือเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจและศูนย์การค้าแห่งใหม่ สำหรับยอดที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในช่วงไตรมาส 4/2554 นั้น พบว่า จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทุกประเภทรวมกันอยู่ที่ประมาณ 13,700 หน่วย ลดลง 45% จากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ประมาณ 24,600 หน่วย และเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2553 ซึ่งอยู่ที่ 36,800 หน่วย ลดลง 65% ส่งผลให้จำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล รวมกันทุกประเภทลดลง 24% ส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น มี 147,200 หน่วย ลดลงจากปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ 178,100 หน่วย 17% เมื่อเทียบเป็นมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์แล้ว มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปี 2554 อยู่ที่ 315,000 ล้านบาท ลดลง 20% จากปี 2553 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 392,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่สำหรับผู้บริโภค (โพสต์ไฟแนนซ์) ไม่ได้ลดลงมากนัก คือ  0.4% อีกทั้งยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลทั่วไปคงค้างทั่วประเทศในปี 2554 ยังสูงถึงกว่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าสินเชื่อบัตรเครดิตที่มียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณที่บนบทความนี้